เรื่องดีๆ ที่เคยเขียนไปแล้ว เมื่ออยากเอามาเขียนใหม่...ผมก็ขอใช้วิธี “เรียงคัทตัดต่อ” ที่ wfh จากตำราวิชาวิทยุโทรทัศน์ ลองเอาตอนจบ...เปลี่ยนมาเป็นตอนเริ่มต้น แล้วเอาตอนต้นมาเป็นตอนจบอยากรู้รสคำ และความหมายจะเปลี่ยนไปมากน้อยในหนังสือ เรื่องเล็กๆความหมายใหญ่ๆ (สุริยเทพ ไชยมงคล เรียบเรียง สำนักพิมพ์อินสไปร์ เครือนานมี พิมพ์ พ.ศ.2553) ลำดับที่ 33 มีคำอธิบายความหมายใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้หลายครั้งที่ความสุขและความทุกข์อยู่ห่างกันแค่เอื้อม เวลาชายคนที่ไม่มีความสุขเงยหน้าขึ้นมา แม้เป็นอิริยาบถที่แสนง่ายดาย ความสุขก็มาถึงตัวเขาในพริบตาสิ่งที่ทำให้เขากลับมามีความสุขได้ เป็นแค่เขาเข้าใจแล้ว อะไร!คือความสงบและการที่ไม่ต้องกลัวว่าความสุข...ที่สุดในชีวิตจะหายไป เขารู้แล้ว มันเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ตัวเขานั่นเองดังนั้น ชายคนนั้นจึงไม่ต้องกังวลใจ เพราะเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การได้มาและการสูญเสียคือที่มาของความทุกข์ เมื่อเขายืดอกเริ่มต้นเดินก้าวแรกด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาก็ประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่งก้าวแรกแห่งความกล้าหาญเป็นสัญลักษณ์ เขากำลังแสวงหาชีวิตโดยไม่หวั่นกลัวสิ่งใดอีกต่อไปเมื่อเขาเปิดใจทบทวน และมองโลกใบนี้ใหม่อีกครั้ง เขาจึงได้รหัสลับแห่งความโชคดี ซึ่งทำให้เขามีความสุขตลอดกาลคนเรามักทุกข์ใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ความกดดันคนเรานั้นมาจากเรื่องจุกจิกเล็กๆน้อยๆ ซึ่งฟังดูแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็คือศัตรูตัวร้าย ที่ทำให้เราอารมณ์เสีย และกลัดกลุ้มอยู่เสมอๆความกังวลที่มักทำให้เราเป็นทุกข์นั้น เหมือนเส้นด้ายยุ่งๆ เวลาจะตัดก็ตัดไม่ขาด จะจัดการสะสางก็ยังพันกันยุ่งเหยิงการเปิดใจยอมรับมักเป็นหนทางที่ดีกว่า หากต้องเผชิญหน้ากับมันเมื่อคุณอยู่ท่ามกลางความมืด คุณย่อมมองไม่เห็นแสงอาทิตย์ที่อยู่ด้านหลัง ขอเพียงมีความมั่นใจ และเผชิญหน้ากับชีวิตด้วยความสงบ ก็จะก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญของชีวิตไปได้ไม่ต้องหวาดหวั่นเรื่องของเมื่อวาน เตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ ยืดอกก้าวไปข้างหน้า ก้าวเดินไปสู่อนาคต เพียงเท่านี้ เราก็จะสัมผัสได้ถึงความสุขที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากเราจะมีความสุขในชีวิตได้หรือไม่ อยู่ที่มุมมองของเราเอง และ...ควรตระหนักไว้ ดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อท้น มักมองความสดใสของตะวันได้ไม่ชัดเจนจบคำอธิบายความหมายใหญ่ๆ...ที่ค่อนยืดยาวแล้ว ย้อนกลับมาอ่านเรื่องเริ่มต้น...ความสุขที่หายไปในหลายๆวันก่อนนั้น ชายคนนั้นมีชีวิตอย่างแสนสุขสบาย แต่เขามักกังวลว่าความสุขของเขาจะหลุดลอยไปวันหนึ่ง เขาเอี้ยวตัวหันไปดูความสุขยังอยู่ดีหรือไม่ ทันใดนั้น เขาก็มองไม่เห็นความสุขอีกแล้วเขาร้อนใจมาก ทั้งเอี้ยวตัว ทั้งก้ม ทั้งเงย เสาะหาความสุขไปทุกที่ ไม่ว่าภูเขา แม่น้ำ ท้องนา แต่กลับไม่เห็นมันเลยแม้แต่เงา เขาหมดหวัง ลุกขึ้น พูดกับตัวเอง “ไม่หาแล้ว ช่างมันเถอะทำไม? ต้องก้มๆเงยๆอยู่เรื่อยไปเล่า”แต่พอเขาเงยหน้า...ปาฏิหาริย์! ความสุขก็กลับมาเหมือนเดิมเขาบ่น...“ความสุขนี่ก็แปลกนัก ยิ่งตามหาก็ยิ่งห่างหาย แต่พออยู่นิ่งๆมันก็หมอบอยู่ข้างๆเรานี่เอง”.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม