สี่ห้าเดือนมาแล้ว ใจผมไพล่ไปคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง...แต่ความชราล่ะกระมัง! อย่าว่าแต่ชื่อหนังสือ ชื่อเรื่องที่อยากหามาเขียนก็ยังนึกไม่ออกวันวานเหลือบตาเห็นหนังสือถอดรหัสสัญลักษณ์ปริศนา (ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ เขียน สารคดี พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2562) ก็นึกขึ้นได้ เปิดไปไม่กี่หน้า ถึงเรื่องที่ 3 ก็เจอเรื่อง บทเรียนล้ำค่าจากนรสิงห์อวตาร...เรื่องนี้แหละ! ใช่ตามคติในศาสนาฮินดู พระนารายณ์เป็นมหาเทพที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโลก เมื่อใดที่โลกเกิดความวุ่นวายพระองค์จะอวตารมาในรูปแบบ (ปาง) ต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาในบรรดาอวตารทั้งหลาย มีปางหนึ่งมีสีสันและแง่มุมชวนคิดให้ไม่น้อย นั่นคือ นรสิงห์อวตารนรสิงห์เป็นครึ่งคนครึ่งสิงโต มีร่างกายคล้ายคน แต่หน้าตาและกรงเล็บเป็นสิงโต จุดที่น่าสนใจ ทำไม? จึงต้องอวตารในปางพิลึกกึกกืออย่างนี้?ตำนานนรสิงห์อวตารมีหลายปาง ปางหนึ่งมีว่า ครั้งหนึ่งพระนารายณ์ ได้อวตารเป็นวราหาวตาร (หมูป่า) ไปสังหารหิรัณยกษะ เหตุเพราะอสูรตนนี้กำเริบเสิบสาน ถึงขนาดจะม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไปทิ้งบาดาลการนี้ก่อความแค้นให้หิรัณยกศิปุผู้เป็นน้องชาย ถือว่าพระนารายณ์ เป็นศัตรูสำคัญ เพียรบำเพ็ญตบะสวามิภักดิ์ต่อพระพรหม ต่อเนื่องด้วยความมั่นคงยาวนาน ตามสูตร พระพรหมท่านก็ใจอ่อนยอมให้พรจะไม่ถูกฆ่าตายโดยเทพองค์ใด รวมถึงหมู่มนุษย์หรือสัตว์ร้ายใด ไม่มีศัสตราวุธใดทำอันตรายได้ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ไม่ว่าภายในหรือภายนอกที่อาศัย ไม่ว่าบนพื้นหรือบนฟ้าเมื่อได้รับพรวิเศษนี้แล้ว หิรัณยกศิปุก็ทะนงตนว่าเป็นอมตะไม่มีผู้ใดสังหารได้ จึงได้เที่ยวกร่าง ไปที่ไหนต้องการให้ผู้คนกราบไหว้บูชาตัวเองแต่ผู้เดียวแต่หิรัณยกศิปุกร่างไปได้ไม่ทั่ว เพราะ “ประหลาท” โอรสตนหนึ่งของตัวเอง กลับแหกคอกไปนับถือศรัทธาองค์พระนารายณ์ศัตรูหมายเลข 1 ของตัวเอง หิรัณยกศิปุคับแค้นมากเมื่อใช้วาจาเกลี้ยกล่อมไม่เป็นผล ผู้พ่อก็ตัดใจทำทุกอย่างเพื่อทำลายลูก แต่ไม่ว่าจะออกฤทธิ์ท่าไหน อานุภาพพระนารายณ์ก็ปกป้องได้ทุกท่าจนถึงเย็นวันนั้น พ่อลูกเจอหน้ากัน พ่อก็ประชดลูกชาย ที่คุยว่าองค์นารายณ์สถิตทั่วทุกหนทุกแห่งนั้น จริงแท้แค่ไหน พูดแล้วหิรัณยกศิปุชี้ไปที่เสาหินใกล้ตัว“องค์นารายณ์เคยอยู่ กำลังอยู่ และจะอยู่ในเสาหินนี้ พระเจ้าค่ะ” โอรสนามประหลาทตอบ“งั้นหรือ?” หิรัณยกศิปุเลือดขึ้นหน้าแค้นเหลืออด ยกกระบองฟาดโครมเข้าใส่ “ข้าจะฆ่าพระนารายณ์ให้เจ้าดู” บัดดลนั้น เสียงกึกก้องกัมปนาทก็ดังขึ้นพระนารายณ์ในร่าง “นรสิงห์” ก็ปรากฏตะปบร่างหิรัณยกศิปุไปที่ธรณีประตู จับตัววางที่หน้าตัก แล้วทบทวนพรวิเศษพระพรหม... เจ้าจะไม่ตายด้วยเทพ มนุษย์ หรือสัตว์ ไม่ตายภายในภายนอกที่อาศัย ไม่ตายบนพื้นหรือบนฟ้า“ข้าไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ เวลานี้เป็นเวลาสายัณห์ไม่ใช่กลางวันกลางคืน ที่นี่เป็นธรณีประตู ไม่ใช่ภายในภายนอกที่อาศัย ตอนนี้เจ้าอยู่บนตักข้าไม่ใช่บนพื้นบนฟ้า”ว่าแล้ว...นรสิงห์ก็ใช้กรงเล็บฉีกร่างหิรัณยกศิปุตาย สยบมารร้ายแผ่นดินได้ในทันทีเรื่องมาถึงตรงนี้ ผมก็นึกออก คุณอนุทินเข้าทำเนียบ ท่านไหว้องค์นรสิงห์ก่อนเข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้า ตั้งแต่เป็นนายกฯขัดตาทัพสองสามเดือนแรก ต่อเนื่องถึงวันที่ตั้งใจจะเป็นนายกฯถาวรผมก็รู้อยู่นายกฯอนุทินตั้งใจไหว้เทพนรสิงห์ ขอให้คุ้มครองป้องกันรัฐบาล...แต่ท่านก็น่าจะรู้เหมือนกัน มีชาวบ้านมากมายที่ศรัทธา เขาก็ตั้งใจไหว้องค์นรสิงห์ ขอพรให้ปกป้องคุ้มครองบ้านเมือง ให้พ้นจากภัยโจรปล้นเมืองเขาว่ากันว่า โจรก๊กนี้ร้ายพอๆกับหิรัณยกษะ ที่จะม้วนแผ่นดินสี่ทวีปไปทิ้งบาดาลนั่นเทียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม