กำลังเป็น Talk of the World เมื่อมีชาวอเมริกันถือปืนลูกซองยาว เดินไปถึงหน้าห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมหรูที่มี ประธานาธิบดีทรัมป์ ร่วมรับประทานอาหาร โดยไม่มีใครพบเห็นหรือขัดขวาง ทั้งที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เขายิงเจ้าหน้าที่ไปหนึ่งนาย ยิงปืนอีกหลายนัด จนเสียงปืนดังเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จุแขกกว่า 2,600 คน กว่าจะถูกเจ้าหน้าที่จับตัวได้ แม้ทุกคนในห้องจะปลอดภัย ได้ยินแต่เสียงปืนดัง และงานเลี้ยงต้องยกเลิก ก็มีคำถามตามมามากมาย การลอบยิงครั้งนี้เป็น “ละครจัดฉาก” ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ หรือไม่ เพราะดูไม่สมเหตุสมผลเลยแม้จะมีภาพโกลาหลในงาน หน่วยอารักขาช่วยกันนำทรัมป์ออกไปจากโต๊ะบนเวทีทรัมป์ทรุดลงกับพื้นจนเจ้าหน้าที่ต้องพยุงขึ้นมา แต่ทรัมป์ปฏิเสธในเวลาต่อมา เขาไม่ได้ล้ม แต่ก้มลงกับพื้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ มีการเปิดเผยภาพให้เห็นว่า ทรัมป์ไม่ได้ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย หลังจากถูกกันตัวออกไปจากเวที ทรัมป์ยังยืนดูเหตุการณ์อยู่ในมุมห้องหลังเวที ไม่ได้ออกจากห้องไปทันทีIRIB News สื่อรัฐบาลอิหร่าน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม สถานีโทรทัศน์ Fox News (สื่อสายทรัมป์) ตัดภาพออกอากาศทันที ขณะที่ผู้สื่อข่าวภาคสนามในงานกำลังรายงานข่าวนี้ โดยระบุว่า ผู้สื่อข่าวได้รับคำเตือนจากคนใกล้ชิดของโฆษณาทำเนียบขาวให้ระวังตัว ตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม จังหวะที่ผู้สื่อข่าวภาคสนามกำลังจะเล่าข้อมูลสำคัญ สัญญาณก็ถูกตัด ผู้ประกาศข่าวในห้องส่งชี้แจงว่า เป็นเพราะสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง แต่สื่ออิหร่านตั้งข้อสงสัยว่า เหตุการณ์ยิงครั้งนี้ อาจถูกวางแผนล่วงหน้าหรือจัดฉากเรื่องนี้ไม่ใช่สื่ออิหร่านเท่านั้นที่รู้สึกสงสัย ผมดูทรัมป์ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาวในเวลาต่อมา ก็รู้สึกสงสัยเหมือนกัน ทรัมป์คุยโวว่า เขาเป็นเป้าหมายการสังหาร เพราะเป็นผู้สร้างผลกระทบต่อโลกได้มากที่สุด เช่นเดียวกับอับราฮัม ลินคอล์น และบอกว่า เขาพร้อมจะรับความเสี่ยง ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดคุณณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม มีประสบการณ์ในสหรัฐฯหลายปี ได้โพสต์วิเคราะห์เรื่องนี้ว่า จากการมอนิเตอร์กระแสโซเชียลมีเดียทันที หลังเกิดเหตุ พบตัวเลขที่สะท้อนถึงวิกฤติความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงในสังคมอเมริกา 45% กลุ่มกังขา (The Skeptics) ปักใจเชื่อว่าเป็น Staged Event หรือการจัดฉาก และ 40% กลุ่มสนับสนุน (The Royalists) มองว่าเป็นความกล้าหาญของผู้นำ และเป็นเหยื่อความรุนแรง อีก 15% กลุ่มเฝ้าระวัง (The Neutrals) รอข้อมูลยืนยันจาก FBI และหน่วยงานความมั่นคงสิ่งที่ทำให้ กราฟความสงสัยพุ่งสูงที่สุด คือ การแถลงข่าวที่เกิดขึ้นทันทีไม่ถึง 30 นาที ทรัมป์ไม่ได้พูดแค่เรื่องความปลอดภัย แต่วกเข้าเรื่อง งบสร้างห้องบอลรูมส่วนตัวในทำเนียบขาว ที่ถูกออกแบบให้เป็น Super Bunker ที่กันได้ทั้งโดรน อาวุธชีวภาพ และการดักฟังระดับสูง ใช้งบก่อสร้าง 250 ล้านดอลลาร์ 8,250 ล้านบาท ที่สภาคองเกรสไม่เห็นด้วยคุณณัฏฐ์ วิเคราะห์ว่า นี่คือ The Perfect Stage ทุกอย่างลงตัวเกินไป จุดที่น่าขำและน่าสงสัยที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์ คือ การเลือกสถานที่เกิดเหตุ งาน White House Correspondents’ Dinner คือ การรวมตัวของ “กองทัพนักข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ทุกคนมีกล้องมีไมค์และช่องทางสื่อสารในมือพร้อมกันกว่า 2,600 คน การเกิดเหตุในที่ที่มีพยานเป็นนักข่าวทั้งโลก คือการการันตีว่า ภาพลักษณ์ “ผู้นำในภาวะวิกฤติ” จะถูกถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ไปทั่วโลก โดยไม่ต้องลงทุนทำพีอาร์เอง Security Paradox ก็เป็นเรื่องตลก ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุด คัดกรองแม้กระทั่งปากกานักข่าว กลับปล่อยให้เกิดช่องโหว่ในคืนสำคัญ และประธานาธิบดีกลับออกมาแถลงข่าวด้วยท่าทีที่ “เนี้ยบ” ในเวลาอันสั้นจนผิดวิสัย และบอกว่า คนยิงป่วยโรคจิตนี่คือ การจับโป๊ะฉากยิงทรัมป์ในงานเลี้ยงกลางกองทัพนักข่าว ของจริงหรือจัดฉากปกติ ทรัมป์ไม่เคยไปงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก มีรัฐมนตรีไปร่วมมากมาย จึงถูกมองว่า ทรัมป์ตั้งใจใช้งานดินเนอร์ของสมาคมผู้สื่อข่าว เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” คะแนนนิยมทรัมป์กำลังตกต่ำ อีกไม่กี่เดือนจะมีการเลือกตั้งกลางเทอม ต้องรอดูว่า “ฉากยิงครั้งที่ 3” จะได้คะแนนนิยมเพิ่มหรือไม่.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม