สถานการณ์โลกกำลังเข้าสู่จุดที่ใกล้เคียงกับช่วงเวลาก่อน “สงครามโลกครั้งที่ 2” ประเทศต่างๆกำลังสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ เติมกำลังหน่วยรบกันอย่างคึกคักโดยเฉพาะชาติยุโรปที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า กลัวผีรัสเซีย กังวลอย่างหนักว่าในภายภาคหน้ารัสเซียอาจยาตราทัพเข้ายุโรป ศึกในยุโรปตะวันออกจะไม่หยุดอยู่แค่ยูเครนแน่นอนว่า “เยอรมนี” ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประกาศยกระดับความมั่นคงอย่างแข็งขัน มีการวางแผนเพิ่มหน่วยรบ เพิ่มทหารกองหนุน ออกกฎเกณฑ์ให้ชายฉกรรจ์ต้องชี้แจงการไปต่างประเทศนานกว่า 3 ปี รวมถึงมองที่จะเพิ่มอายุการรับใช้ชาติของฝ่ายสนับสนุนกองทัพ ให้มีเพดานอยู่ที่ 65-70 ปีอย่างไรก็ตาม การเดินหน้าความมั่นคงอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู จะมาพร้อมกับ “ช่องโหว่” เดิมๆหรือไม่ โดยกรณีนี้หนังสือพิมพ์ เดอ ชปีเกิล ของเยอรมนี รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันนั้น ทางรัฐบาลเยอรมนีได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างการซื้ออาวุธไปแล้วถึง 47,000 รายการเท่ากับว่าในกรอบระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เยอรมนีทำการซื้ออาวุธในระดับที่มีการเซ็นสัญญาข้อตกลงกันมากกว่า 30 ฉบับต่อวัน คิดเป็นงบประมาณมูลค่าแล้วกว่า 111,000 ล้านยูโร หรือกว่า 4.2 ล้านล้านบาทรัฐบาลเยอรมนียังคงเส้นคงวาในเรื่องการจัดซื้ออาวุธตั้งแต่ยุคนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ มาจนถึงนายกรัฐมนตรีฟริดริช แมร์ซ เพียงแต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คำสั่งซื้อกว่า 47,000 รายงานนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไรเลยว่า คืออะไรบ้าง โครงการใดมีความคืบหน้า ไปถึงไหนจนถึงวันนี้ สาธารณชนยังไม่ได้รับ คำตอบแต่อย่างใดว่า งบประมาณของรัฐบาลถูกใช้ได้คุ้มค่าหรือไม่ และการซื้ออาวุธประเภทนี้ สุดท้ายแล้วเป็นเรื่องที่จำเป็นหรือเปล่า เหมาะสมต่อการป้องกันประเทศหรือปฏิบัติการทางทหารต่างๆมากน้อยเพียงใดฝ่ายค้านในเยอรมนีกำลังตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าถือเป็นสัญญาณอันตรายว่าเงินงบประมาณอาจจะต้องเสียเปล่าไปหลายพันล้านยูโรหรือไม่ เพราะกรณีนี้ทางกระทรวงกลาโหมเยอรมนียืนกระต่ายขาเดียว ชี้แจงว่าการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาเปิดเผยทีละโครงการ จักเป็นการ “เสียเวลา–เสียเงิน” และอาจทำให้โครงการจัดซื้อต่างๆเกิดความล่าช้าเป็นได้. ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม