เปิดจดหมายคนร้ายก่อเหตุ บุกงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว ระบุเป้าหมาย คือรัฐบาลทรัมป์ทั้งคณะ อ้างเพื่อล้างแค้นแทนเหยื่อที่ถูกกระทำจากนักการเมืองชุดนี้ ทั้งคดีทางเพศถูกฆ่า ตัดตอน รวมถึงเด็กในโรงเรียนประถมอิหร่านที่ถูกทิ้ง ระเบิด ระบุจะไม่ทำร้ายผู้ไม่เกี่ยวข้อง แต่พร้อมยิงทุกคนที่ขวางทาง ด้าน “ทรัมป์” แจงเหตุตอบสนองการคุ้มกันเชื่องช้า ทำเจ้าหน้าที่ชุดอารักขาต้องเหนื่อย ยอมรับไม่กังวลหากถูกยิง ขณะที่สื่ออิหร่านชี้จุดน่าสงสัยเหตุบุกยิงเป็นการจัดฉาก ส่วนการเจรจายุติความขัดแย้งยังไม่คืบหน้า แม้อิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่คุยเรื่องระงับโครงการพัฒนานิวเคลียร์สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุ นายโคล โทมัส อัลเลน ชาวอเมริกัน วัย 31 ปี จากรัฐแคลิฟอร์เนีย พยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่มีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และคณะรัฐมนตรีหลายคนมาร่วมงาน เมื่อช่วงเวลา 20.36 น. ของวันที่ 25 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย.ตามเวลาประเทศไทย พร้อมกับอาวุธปืน 2 กระบอกและมีดพกหลายเล่ม แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตะครุบตัวไว้ได้ก่อนที่จะบุกไปถึงห้องที่จัดงาน ซึ่งเบื้องต้นนายโคล โทมัส อัลเลน ถูกตั้งข้อหาใช้อาวุธปืนและทำร้ายร่างกาย และถูกส่งไปโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อประเมินสุขภาพจิตคนร้ายส่ง จ.ม.แจ้งพี่สาวล่วงหน้าต่อมาเมื่อวันที่ 27 เม.ย.หรือ 1 วันหลังเกิดเหตุ หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก โพสต์ ได้รายงานว่า นายโคล โทมัส อัลเลน ผู้ก่อเหตุ ได้เขียนแถลงการณ์ข้อความยาว 1,052 คำ เตรียมไว้ ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุระทึกขวัญครั้งนี้ พร้อมส่งเอกสารให้แก่สมาชิกครอบครัวก่อนลงมือก่อเหตุประมาณ 10 นาที ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจยังยืนยันว่า ในช่วงเวลาหลัง 22.00 น.ของวันที่ 25 เม.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความจากพี่สาวของคนร้าย ผู้ไม่ขอระบุนามซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐแมรีแลนด์ แสดงความกังวลต่อจดหมายแถลงการณ์ดังกล่าว พร้อมเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายอัลเลนได้ไปซื้ออาวุธปืน 2-3 กระบอกจากร้านขายปืนและนำมาเก็บไว้ในบ้านของพ่อแม่ที่เมืองทอร์เรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย แต่พ่อแม่ไม่ทราบเรื่องนี้แต่อย่างใดขอโทษทุกคนที่ทำให้เจ็บปวดสำหรับจดหมายแถลงการณ์ของผู้ก่อเหตุหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก โพสต์ ได้นำเอกสารฉบับเต็มมาเปิดเผย ระบุใจความว่า “สวัสดีครับทุกๆคน ขอเริ่มด้วยการขออภัยทุกคนที่ผมได้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ ขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่หลอกว่า ผมเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เพื่อสมัครงาน ขอโทษลูกศิษย์ทุกคนที่ผมอ้างว่าไปทำธุระส่วนตัวและอาจต้องเข้าโรงพยาบาล ขอโทษเพื่อนร่วมเดินทางที่นั่งข้างผมๆ บริการยกกระเป๋าให้ผม รวมถึงแขกในโรงแรมที่ต้องตกอยู่ในอันตราย รวมถึงขอโทษคนทั้งหลายที่ต้องเจ็บปวดหลังจากเหตุการณ์นี้ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่...”เป้าหมายคือรัฐบาลทั้งคณะในจดหมายระบุอีกว่า “สาเหตุที่ผมต้องทำสิ่งนี้ ผมคือประชาชนชาวอเมริกัน และสิ่งที่นักการเมืองได้ลงมือทำไปย่อมสะท้อนมาถึงประชาชนที่เลือกพวกเขามา ผมไม่สามารถปล่อยให้นักการเมืองพวกใคร่เด็ก พวกข่มขืน และพวกทรยศต่อชาติลอยนวลได้อีกต่อไป ขอสารภาพว่าความมุ่งมั่นที่จะลงมือได้หมดไปสักพักใหญ่แล้ว แต่งานครั้งนี้ผมเห็นว่าเป็นโอกาสที่ต้องทำอะไรสักอย่าง ผมได้กำหนดกฎการปะทะไว้ว่า เป้าหมายลงมือคือคณะรัฐบาลทั้งหมดตั้งแต่ระดับบน แต่ขอยกเว้นนายแคช ปาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางแห่งชาติสหรัฐฯ (FBI)”พร้อมยิงคนขวางแต่ไม่ถึงตายจดหมายมือปืนระบุต่อไปว่า “สำหรับเจ้าหน้าที่ชุดอารักขาซีเคร็ต เซอร์วิซ ผมถือว่าเป็นเป้าหมายลงมือเฉพาะที่จำเป็น ผมจะพยายามยิงจุดที่ไม่ถึงตาย และจะพยายามยิงจุดกลางลำตัวโดยหวังว่าพวกเขาคงใส่เสื้อเกราะกันกระสุนทุกคน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงแรม ตำรวจ ทหารแนชนัลการ์ด ไม่ถือเป็นเป้าหมาย ยกเว้นแต่จะยิงใส่ผม ขณะที่พนักงานโรงแรมรวมถึงแขกต่างๆไม่ถือเป็นเป้าหมายแต่อย่างใด การนี้ผมเตรียมกระสุนปืนลูกซองแบบลูกปรายมาไว้ จะไม่ขอใช้กระสุนลูกโดด เพราะไม่อยากให้กระสุนทะลุกำแพงไปโดนใคร การใช้ลูกปรายยังเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด แต่ขอย้ำว่าผมพร้อมยิงทุกคนที่มาขวางไม่ให้ผมไปถึงเป้าหมาย แขกงานเลี้ยงที่มานั่งฟังสุนทรพจน์ของพวกใคร่เด็ก พวกข่มขืน และพวกทรยศต่อชาติ ถือเป็นพวกสมรู้ร่วมคิด แต่หวังว่าจะไม่จำเป็นต้องลงมือ”อ้างลงมือแทนเหยื่อผู้ถูกกระทำนายอัลเลนยังเขียนอีกว่า “ผมเป็นคนนับถือศาสนาคริสต์ ถูกสอนให้อย่าตอบโต้ล้างแค้น แต่ผมมองว่าคนที่ยอมปล่อยให้ถูกกระทำคือคนที่โดนกดขี่มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อที่ถูกข่มขืน หญิงสาวที่ถูกนักการเมืองชุดนี้กระทำชำเรา คนบนเรือเวเนซุเอลาที่ถูกฆ่าตัดตอน เด็กในโรงเรียนประถมอิหร่านที่ถูกทิ้งระเบิด ถึงแม้การก่อเหตุครั้งนี้ ผมอาจสังหารไม่ได้ทุกคน แต่เราจำเป็นต้องเริ่มจากอะไรสักอย่าง ขอขอบคุณครอบครัวที่ให้ความรักมาตลอด 31 ปี ขอบคุณเพื่อนๆที่ให้ความเป็นมิตร ขอบคุณเพื่อนร่วมงานหลายอาชีพ ขอบคุณบรรดาลูกศิษย์ที่ใฝ่รู้” ลงชื่อโคล อัลเลน “มือสังหารพวกรัฐบาลกลาง ผู้เป็นมิตรกับทุกๆคน”ชี้ระบบ รปภ.งานสุดบกพร่องผู้ก่อเหตุยังระบุไว้ในตอนท้ายของจดหมายด้วยว่า “เกือบลืมไปผมขอทิ้งท้ายไว้อีกสักเรื่องว่า ทำไมระบบรักษาความปลอดภัยของสถานที่จัดงานถึงบกพร่องขนาดนี้ ผมเดินเข้าโรงแรมมาพร้อมปืนเต็มตัวก็ยังไม่มีใครรู้ ลองคิดดูว่าหากผมเป็นสายลับของอิหร่าน ผมจะสร้างความเสียหายได้มากขนาดไหน บ้าบอมาก แต่ยอมรับตอนนี้ผมรู้สึกแย่ อยากจะอาเจียน อยากจะร้องไห้ แต่ความโกรธในรัฐบาลนี้มันเหนือกว่าทุกสิ่ง ลูกศิษย์ทั้งหลายอย่าเอาเยี่ยงอย่างนะ ตั้งใจเรียนหนังสือไว้เด็กๆ”“ทรัมป์” รับไม่กังวลเพราะเข้าใจชีวิตวันเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่องซีบีเอสถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว โดยระบุด้วยเสียงเรียบนิ่งตลอดการสนทนาว่า ไม่ได้กังวลสักเท่าไรว่าตัวเองอาจถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ผมเข้าใจชีวิตดี และเราอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง ในตอนเกิดเหตุผมรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น เลยทำให้เจ้าหน้าที่ชุดอารักขาเหนื่อยกันหน่อย การอพยพเป็นไปอย่างล่าช้าจากความสงสัยของผม บอกพวกเจ้าหน้าที่ไปตอนนั้นว่ารอก่อน รอก่อน แถมตอนที่พวกเขาบอกให้ผมกับนางมาลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งหมอบลง ผมกลับลุกขึ้นเดิน จนเจ้าหน้าที่ต้องย้ำแล้วย้ำอีกว่า ได้โปรดก้มต่ำเถอะครับ ผมถึงค่อยทำตามสวนทันควันไม่ใช่พวกใคร่เด็กเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแถลงการณ์ของผู้ก่อเหตุที่เรียกรัฐบาลชุดนี้ว่า พวกข่มขืน พวกใคร่เด็ก นายทรัมป์มีอาการหงุดหงิดขึ้นมาทันที และกล่าวสวนพิธีกรผู้ดำเนินการสัมภาษณ์ว่า “พวกคุณนี่ช่างน่าอับอาย พวกสื่อมวลชนนี่มีแต่คนแย่ๆ เอาจริงๆ ตอนนั่งสัมภาษณ์กันอยู่ ผมก็รอมาตลอดว่าจะถามเรื่องนี้เมื่อใด ผมเขียนคำตอบรอไว้เลย ผมขอย้ำว่าผมไม่ใช่พวกข่มขืน ผมอ่านแถลงดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้ก่อเหตุ ช่างเป็นคนป่วยจิตเสียจริงๆ จากคนนับถือศาสนากลายเป็นคนหัวรุนแรง”สื่ออิหร่านสงสัยเป็นการจัดฉากก่อนหน้านี้ สำนักข่าวไออาร์ไอบี นิวส์ของรัฐบาลอิหร่าน ยังรายงานตั้งข้อสงสัยว่า เหตุการณ์บุกยิงในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว มีการวางแผนและจัดฉากล่วงหน้าหรือไม่ และสาเหตุที่นายทรัมป์มีความนิ่งเฉยไม่ตื่นตระหนกเพราะได้รับคำเตือนไว้แล้วล่วงหน้า พร้อมรายงานประชดประชันว่า คนที่ก่อเหตุทิ้งระเบิดใส่เด็กในฉนวนกาซา คนที่ทำให้เกิดความสูญเสียในอิหร่านสมควรถูกจับกุมเหมือนในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งนี้ นายทรัมป์ ยังกล่าวในวันเกิดเหตุว่า เรื่องบุกยิงไม่น่าเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน แต่ใครจะไปรู้ อะไรก็อาจเป็นไปได้เจรจาไม่คืบแต่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออก กลาง และการเจรจาหย่าศึกระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ที่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยสื่อแอกซิออสรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯว่า รัฐบาลอิหร่านได้ส่งเงื่อนไขเจรจาฉบับปรับปรุงผ่านรัฐบาลปากีสถานตัวกลางมาให้สหรัฐฯ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นว่า การเจรจาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ควรมุ่งเน้นการขยายกรอบเวลาหยุดยิง หรือจะหาทางยุติสงครามก็ย่อมทำได้ ไปจนถึงควรมีการหารือกันในเรื่องการยกเลิกปิดล้อมอิหร่านทางทะเลไร้คุยเรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน สื่อแอกซิออสรายงานอีกว่า ส่วนเรื่องการเจรจาระงับโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน เอาไว้ไปหารือกันในภายหลังไม่ใช่ตอนนี้ รายงานดังกล่าวยังมีขึ้นในขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงกรุงมอสโกของรัสเซียในวันที่ 27 เม.ย. และมีกำหนดเข้าหารือกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งถือเป็นจุดหมายสุดท้ายในภารกิจ รมว.ต่างประเทศอิหร่านเดินสายเยือน 3 ประเทศ คือปากีสถาน โอมาน และรัสเซียแจ้งความ 6 ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ส่วนความคืบหน้าคดีกักตุนน้ำมัน วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน (ทีมชุดสุดซอย) พร้อมด้วยทีมฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า ได้นำเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ไปแจ้งความกล่าวโทษกับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 (ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ตาม พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ที่มียอดจำหน่ายรวมหรือแต่ละชนิดตั้งแต่ 120 ล้านลิตรต่อปี) เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนผู้ค้ามาตรา 7 จำนวน 6 ราย ในกรณีครอบครองใบขนส่งน้ำมันทางเรือที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของ ธพ. รวม 166 ใบขน หรือรวม 166 คดี โดยมีโทษกระทำความผิดประกอบด้วย จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งปรับทั้งจำลุยตรวจคลังน้ำมัน จ.เพชรบุรีน.ส.ฐิติภัสร์กล่าวอีกว่า ในวันเดียวกันนี้ตนได้นำทีมงานสุดซอยลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อตรวจสอบโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันของบริษัทสยามกัลฟ์ เอนเนอยี่ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปลอดอากร (ไม่เสียภาษีนำเข้าส่งออก) และเป็นการประกอบกิจการกลั่นน้ำมัน นำเข้าน้ำมันมาจากต่างประเทศ และกลั่นน้ำมันเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ผลการตรวจสอบพบว่า บริษัทหยุดประกอบกิจการ 3 ปี และมีน้ำมันตกค้างในคลังน้ำมันจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นน้ำมันรอการส่งออกไปต่างประเทศ จึงได้นำน้ำมันส่วนหนึ่งมาตรวจสอบ ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจสอบอีกระยะหนึ่ง ขณะเดียวกัน ยังได้เข้าไปตรวจสอบกิจการของบริษัท เอเซีย ลิ้งค์ จำกัด ที่เป็นผู้ที่ซื้อที่ดินของบริษัทสยาม กัลฟ์ฯ เพื่อนำมาทำเป็นคลังสำรองน้ำมันเพื่อรอการส่งออก โดยมีผู้เช่า 3 ราย จากการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติและเป็นน้ำมันที่เก็บสำรองตั้งแต่ปี 2567รอเสนอพิจารณาเป็นคดีพิเศษด้าน พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ตามที่กรมธุรกิจพลังงานมาร้องทุกข์ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งดีเอสไอจะรับข้อมูลไว้พิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะต้องทำตามขั้นตอน และในการพิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ ต้องพิจารณาตามมติของคณะกรรมการคดีพิเศษวันที่ 9 เม.ย.2569 ที่ได้มีมติไว้ว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ส่วนกรณีว่าเป็นข้อมูลที่ขยายผลมาจากคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ต้องนำรายละเอียดไปตรวจสอบดูอีกครั้ง และจะนำเสนออธิบดีดีเอสไอพิจารณาตามขั้นตอน ส่วนว่าการเอาผิดในส่วนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ดูจะเบากว่าฐานความผิดกลุ่มไอ้โม่งนั้น เท่าที่ตนฟังข้อมูลของผู้ร้องทุกข์ในวันนี้คือการไม่ทำตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน มีโทษไม่มาก คาดว่าจะอยู่ในมาตรา 56 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทดังกล่าวเตรียมเรียกสอบ 6 คลังน้ำมัน พ.ต.ท.อนุรักษ์กล่าวอีกว่า ขั้นตอนถัดไปในการสืบสวนสอบสวน ดีเอสไอจะต้องเรียกคลังน้ำมัน 6 แห่งที่ผู้ร้องทุกข์มาร้องไว้ มาสอบสวนปากคำในฐานะพยานก่อน ส่วนจะเชื่อมโยงกับบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 เจ้าที่ดีเอสไอสืบสวนอยู่หรือไม่นั้น คงต้องขอเวลาดูรายละเอียดของกรมธุรกิจพลังงานก่อน เรื่องข้อมูลในวันนี้จริงๆแล้วดีเอสไอมีการตั้งเรื่องสืบสวนไว้ คงต้องให้กองบริหารคดีพิเศษได้พิจารณาและส่งเรื่องตามกระบวนการ ก่อนประมวลว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ชุดใดรับหน้าที่ดำเนินการรับคดีกักตุนน้ำมันอ่างทองแล้วรองอธิบดี ดีเอสไอ ระบุอีกว่า ส่วนความสำคัญของใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ ตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน ค่อนข้างชัดเจนว่าต้องมีการกรอกรายละเอียด 8 ข้อ ซึ่งก็บ่งชี้ได้ แต่จะเอาผิดว่าบริษัทเจ้าใดมีการกักตุนน้ำมันในช่วงเดือน มี.ค.69 ต้องดูองค์ประกอบหลายส่วน แต่ข้อมูลวันนี้เป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน หากใครมีส่วนเกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามขั้นตอน เพราะตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน สำหรับสำนวนคดีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตร เทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง (โยงเสี่ยตือคอสโม่) ล่าสุดมีการรับไว้เป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามปากคำในฐานะพยานเหลือสอบปากคำอีก 2 บริษัทขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการสืบสวนบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 เจ้าที่เชื่อมโยงกับน้ำมัน 60 ล้านลิตรล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี เหลืออีกเพียง 2 บริษัท ที่ยังอยู่ระหว่างนัดหมาย เพราะทราบว่าทั้งสองเจ้าอยู่ระหว่างไปต่างประเทศ ทั้งนี้ คำให้การในภาพรวมของทั้ง 6 บริษัทเรือที่ได้สอบปากคำไปนั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเรื่องร่องมรสุม อุทกศาสตร์ แต่จะต้องนำข้อเท็จจริงไปตรวจสอบต่อไปว่าเป็นจริงตามนั้นหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่