กู้ได้แต่ต้องใช้ให้คุ้มค่า คงเป็นสูตรสำเร็จที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินสรุปตรงกัน ในขณะที่รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ...ได้มีการประเมินคร่าวๆแล้วว่าคงจะกู้ราว 5 แสนล้านบาทไม่ขยายเพดานเงินกู้เป็น 75% เพราะยังมีเพดานเหลืออีก 8 แสนล้านกู้ 5 แสนล้านก็ยังเหลืออีก 3 แสนล้านเท่านี้ก็น่าจะแก้ไขปัญหาได้ไม่กระทบต่อเครดิต จึงสอดคล้องกับที่มูดี้ส์ได้ขยับเครดิตประเทศไทยดีขึ้นจากเดิมอีกด้านก็เฉลี่ยงบประมาณ โครงการไหนที่ยังไม่จำเป็นก็รอไปก่อนแล้วนำเงินมาสมทบเพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญกว่าครม.เศรษฐกิจจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้เป็นครั้งแรกคิดว่าไม่น่ามีปัญหาถ้าอยู่ในกรอบนี้จากนั้นก็ให้ ครม.อนุมัติออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้เพื่อความรวดเร็วความจริงแล้วการกู้เงินนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ทำให้เกิดผลกระทบ ล่าสุดก็เรื่องโควิด 19เพียงแต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับระดับปัญหาสมัย “ทักษิณ ชินวัตร” -“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”-“ชวน หลีกภัย”-“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีเหตุให้ต้องกู้มาแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดารแต่อย่างใดอยู่ที่กู้แล้วนำไปใช้อะไร มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ใช้เงินคุ้มค่าหรือไม่อย่าไปโกงก็แล้วกัน...วันนี้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะออกมาอย่างไร ต้องดูกันเป็นวันๆไปล่าสุด “ทรัมป์” ได้ขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีกแต่การเจรจารอบที่ 2 ก็ยังไม่กำหนดวันเนื่องจากต้องยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย โดยสหรัฐฯใจหนึ่งก็อยากให้มีการเจรจาแต่ก็ข่มขู่อยู่ตลอดเวลา!“อิหร่าน” ก็ต้องการคำมั่นสัญญาให้ชัดเจน ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนไม่น่าเชื่อถือ พูดง่ายๆคือไม่ไว้วางใจกันแต่เชื่อว่าการเจรจาต้องเกิดขึ้นแน่ผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งวันนี้สังคมโลกต้องการให้ยุติสงครามรวมถึงพลเมืองของสหรัฐฯเองด้วย เนื่องจากทุกภาคส่วนต่างก็ได้รับผลกระทบ“น้ำมัน” คือปมเหตุสำคัญไทยก็คงต้องหาทุกวิถีทางเพื่อทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหรือให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ล่าสุดรัฐมนตรีพลังงานก็ได้ผลักดันให้โรงกลั่นลดค่าน้ำมันหน้าโรงกลั่นอีก 3 บาทเป็น 5 บาทก็คงอยู่ในระดับนี้อย่างน้อยก็ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลถูกลงไปบ้างอีกด้านรัฐบาลก็เร่งโครงการคนละครึ่งพลัสและยังมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางไม่ว่าประเทศไหนในโลกต่างก็ต้องหาวิธีการช่วยเหลือประชาชนเพียงแต่เก็บความแค้นไว้ในใจว่าใครทำให้เดือดร้อน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม