พ้นผ่านหยาดน้ำดับร้อนชุ่มฉ่ำของเทศกาลสงกรานต์ เข้าสู่ศักราชใหม่ของ “ปีใหม่ ไทย” อย่างเต็มตัว...หลายคนเริ่มขยับกาย บิดขี้เกียจ เตรียมลุยงานหนักกันต่อในสมรภูมิชีวิต แต่ในทางศาสตร์ลี้ลับและพลังแห่งศรัทธา ช่วง “หลังสงกรานต์” ว่าก็ว่า...นี่แหละคือ “นาทีทอง”เปิดคลังรับทรัพย์แห่งการปรับจูนดวงชะตา ใครที่รู้สึกว่าต้นปีที่ผ่านมาชีวิตมันติดๆ ขัดๆเหมือนโดนราหูอมหรือลมเพลมพัดเข้าแทรก...ช่วงเวลานี้คือโอกาสดีที่จะ “ล้างซวย...เปิดโชค” ให้เงินไหลกอง ทองไหลมาเหนือสิ่งอื่นใด ความเชื่อที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณคนไทยคือ “ความกตัญญู” หลังเสร็จสิ้นการรดน้ำดำหัวครูบาอาจารย์และบุพการี สิ่งที่ติดตามมาคือ “วาจาสิทธิ์” จากปากพ่อแม่ คำอวยพรที่เปล่งออกมาในช่วงปีใหม่ไทยนั้น โบราณจารย์ถือว่าเป็น “มนต์เรียกทรัพย์” ที่ทรงพลังที่สุด ใครที่ได้รับพรมาแล้ว ให้ตั้งมั่นในความดี เพราะพลังแห่งกตัญญูจะกลายเป็น “กำแพงบุญ” ที่มองไม่เห็น คอยปัดเป่าอุปสรรคและดึงดูดกัลยาณมิตรมาเกื้อหนุนธุรกิจการงานหากใครรู้สึกว่าปีนี้ทำอะไรก็ไม่ขึ้น เงินทองรั่วไหลเหมือนน้ำสงกรานต์ เคล็ดลับ “ล้าง อาถรรพณ์” เสริมสิริมงคล โบราณแนะนำให้ทำพิธี “ชำระล้างสิ่งอัปมงคล” ภายในครอบครัวดังนี้...สรงน้ำพระพุทธรูปในบ้าน อย่าปล่อยให้หิ้งพระมีฝุ่นจับ การสรงน้ำพระด้วยน้ำสะอาดเจือมงคล น้ำลอยดอกมะลิ...น้ำอบไทย เปรียบเสมือนการปลุกพลังพุทธคุณให้ตื่นขึ้นมาคุ้มครองบ้านเรือนกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล...หลังสงกรานต์ควรหาเวลาเข้าวัดทำบุญถวายสังฆทาน หรือทำบุญโลงศพ แล้วกรวดน้ำให้ “เจ้ากรรมนายเวร” และ “เทวดาประจำตัว”เพื่อเป็นการขอขมาและเปิดทางสว่างให้โชคลาภพุ่งเข้าหา เก็บ “สายสิญจน์” หรือ “สิ่งมงคล”...หากมีโอกาสไปรับน้ำพระพุทธมนต์หรือผูกข้อมือจากเกจิอาจารย์ในช่วงสงกรานต์ ให้รักษาไว้ให้ดี เพราะนี่คือ “สายใยแห่งศรัทธา” ที่จะช่วยกันภัยและเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวO O O Oว่ากันด้วย...ศาสตร์แห่งโชคลาภ เรียกเงิน เรียกทอง ในมิติของความร่ำรวย พลังความเชื่อที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นต้องมาพร้อมกับ “ทัศนคติแห่งความมั่งคั่ง” เริ่มด้วยจัดบ้านรับทรัพย์ ตามคติความเชื่อ...บ้านที่สะอาดและมีลมไหลเวียนดีคือที่อยู่ของโชคลาภหลังสงกรานต์ให้จัดการเก็บกวาดของใช้ที่แตกหักออกไป เปรียบเสมือนการทิ้ง “ความขัดสน” ไว้เบื้องหลังตั้งจิตอธิษฐาน ...เมื่อใจสงบ สมาธิเกิด ปัญญาจะตามมา การมีศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือจะช่วยเสริมอำนาจการตัดสินใจในการลงทุนหรือเสี่ยงโชค ทำให้มองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองข้ามย้ำว่า...สิริมงคลไม่ได้เกิดจากเครื่องรางของขลังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “จิตที่บริสุทธิ์” และ “ความเชื่อที่ถูกต้อง” หลังสงกรานต์ปีนี้ หากเราตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม มีความกตัญญูเป็นที่ตั้ง และรู้จักดูแลพุทธคุณในบ้าน พลังแห่งสวรรค์จะหนุนนำให้ชีวิตพลิกฟื้น ...จากร้ายกลายเป็นดี จากยากจนกลายเป็นเศรษฐีได้อย่างไม่ยากเย็นจงเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วย “ศรัทธาที่ไม่คลอนแคลน” แล้วโชคลาภเงินทองจะหลั่งไหล มาหาท่าน ราวกับสายน้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้งO O O O ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยหยาดเหงื่อและการแข่งขัน หลายคนเพียรแสวงหา “ของวิเศษ” หรือ “เครื่องรางมหาเสน่ห์” มาประดับกาย หวังเพียงให้ร่ำรวย มีโชคลาภ และเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา แต่ในทางธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น “จิต” คือต้นธาตุที่ปรุงแต่งทุกสรรพสิ่ง หากต้องการเมตตามหานิยมที่ยั่งยืนและโชคลาภที่ไม่พัดพาไปตามกาลเวลาต้องเริ่มจากการเจียระไน “จิตที่บริสุทธิ์” และ “ความเชื่อที่ถูกต้อง”คนโบราณกล่าวว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” จิตที่บริสุทธิ์มิได้หมายถึงจิตที่ขาวสะอาดไร้กิเลสเยี่ยงพระอรหันต์เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงจิตที่มี “เมตตาธรรม” เป็นที่ตั้ง...เมื่อใจเราปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง รัศมีแห่งความอ่อนโยนจะแผ่ออกมาทางสีหน้า แววตาและน้ำเสียง นี่คือ “เมตตามหานิยม” ชั้นสูงที่ไม่ต้องลงคาถาอาคมใดๆ ใครเห็นก็รัก ใครทักก็หลง เพราะกระแสแห่งความไม่เป็นพิษเป็นภัยความร่ำรวยที่แท้จริงเริ่มจาก “จิตที่เหลือเฟือ” เมื่อเรากล้าเป็นผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็นให้ทาน ให้ความรู้หรือให้อภัย จิตจะขยายใหญ่ขึ้น ไม่หดแคบด้วยความตระหนี่ และนี่คือแม่เหล็กดึงดูดโชคลาภ เพราะ...โลกจะหมุนวนสิ่งดีๆกลับมาสู่ผู้ที่รู้จักแบ่งปันเสมอความเชื่อหรือ “ศรัทธา” เปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจ แต่หากเชื่อแบบมืดบอด (มิจฉาทิฐิ) ก็อาจนำไปสู่ความงมงายและสูญเสียทรัพย์โดยใช่เหตุ “ความเชื่อที่ถูกต้อง (สัมมาทิฐิ)” จึงเป็นกุญแจสำคัญ“โชคลาภ” และ “ร่ำรวย” อาจเป็นผลพลอยได้จากบุญเก่าและการกระทำใหม่ แต่ “จิตที่บริสุทธิ์” และ “ศรัทธาที่ปัญญาคุม” คือสมบัติที่แท้จริงซึ่งไม่มีใครช่วงชิงไปได้จำไว้ให้แม่น...“เมื่อใจสว่าง โลกก็ไสว เมื่อใจบริสุทธิ์ มนตราแห่งเมตตามหานิยมจะบังเกิดเองโดยไม่ต้องสวดอ้อนวอน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสุข ความเจริญ และความร่ำรวยที่ยั่งยืนสืบไป” “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รัก-ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม