“อนุทิน” ยกคณะใหญ่ลุยจังหวัดชายแดนใต้ ลั่นปล่อยแบบนี้ไม่ได้แล้ว “สมาพันธ์ปอเนาะ-ตาดีกา” จี้สอบแม่ทัพภาคที่ 4 “วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลาให้จับเข่าคุย “กมลศักดิ์” นายกฯเคลียร์ใจ “นรธิป” ก่อนยอมขอโทษประชาชน เจ้าตัวรับอาจผิดเพราะการสื่อสารทำให้ไม่สบายใจ “บิ๊กดุลย์” ขออภัย มทภ.4 ตายไมค์ อ้างพูดคุยกันน้อยไปหน่อย “เท้ง” แนะรัฐบาลเปิดใจรับฟังให้รอบด้าน ยึดหลักสันติวิธี “ลิซ่า” แจงปมจ้าง “สเปคเตอร์ ซี” ผลิตสื่อ ย้ำทำตามทีโออาร์ กกต.ทุกอย่าง โพลพระปกเกล้าชี้กระแส “นายกฯหนู” ตกฮวบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ขนคณะชุดใหญ่ ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ขณะที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงขอโทษต่อประชาชน ยอมรับอาจผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจนายกฯ นำทีมลุยจังหวัดชายแดนใต้เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 17 เม.ย.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. เดินทางไปยังท่าอากาศยานนราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส เพื่อลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 รอต้อนรับ ทั้งนี้นายอนุทินกล่าวทักทายและสวมกอด พล.ท.นรธิปอย่างเป็นกันเอง จากนั้นนั่งเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยัง ศอ.บต. เพื่อมอบนโยบาย และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานรับฟังข้อมูลดิบเร่งแก้ทุกปัญหานายอนุทินให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเครื่องว่า ตั้งใจลงไปตรวจเยี่ยมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว ไปดูว่าเราจะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่อย่างไรให้เร็วที่สุด ส่วนที่เกิดเหตุความไม่สงบหลายจุดเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ขอลงไปดูหน้างาน วันนี้มีรัฐมนตรีหลายท่าน ผบ. เหล่าทัพลงมาด้วย เมื่อถามว่าจะถือโอกาสเคลียร์ดราม่าของ มทภ.4 ด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เดี๋ยวลงไปประชุมกับ ศอ.บต. และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) น่าจะได้ข้อมูลดิบมากขึ้นกว่าที่เรารับทราบอยู่ใน กทม. ทั้งการข่าว การพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อทำให้เกิดความสะดวก ความเจริญ และโอกาสให้กับประชาชน“ประเสริฐ” เล็งยกระดับการศึกษานายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เรียกร้องให้ย้าย มทภ.4 ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ปมกล่าวหา ร.ร.ปอเนาะ-ตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ว่า ยังไม่อยากคิดว่าเป็นปัญหาโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนา อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ถ้าเกินกว่านั้นเป็นอำนาจหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการแก้ไข การลงไปวันนี้เพื่อสร้างความเข้าใจ ดูว่าทำอะไรได้บ้างในการส่งเสริมยกระดับมาตรฐานการศึกษา ส่วนกรณีที่โรงเรียนไม่พอใจฝ่ายความมั่นคง ต้องทำความเข้าใจกันย้ำแนวทาง “เข้าใจ–เข้าถึง–พัฒนา”ต่อมาเวลา 10.10 น. นายอนุทินและคณะ เดินทางถึง ศอ.บต.อ.เมืองยะลา ประชุมร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ มีเลขาธิการ ศอ.บต. มทภ.4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ผวจ. 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าร่วม นายอนุทินกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) และฝ่ายความมั่นคง ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่มาก กำหนดไว้เป็นนโยบายสำคัญ ได้รับเกียรติจากนายวันมูหะมัดนอร์ มาเป็นประธานที่ปรึกษาฯ คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นจังหวะที่ดี ที่เราได้บุคลากรที่มีประสบการณ์ มีบารมี มีความชำนาญพื้นที่มาเป็นเรี่ยวแรงหลัก โดยน้อมนำแนวทางของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” เป็นหลักในการแก้ไขปัญหาลั่นปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาดนายอนุทินกล่าวว่า วันนี้มาเพื่อยืนยันสนับสนุนศอ.บต. พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ พร้อมรับฟังและให้ความมั่นใจทุกคนเต็มที่ เราคงปล่อยให้เหตุการณ์อยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้เป็นอันขาด ทุกภารกิจที่ลงพื้นที่ล้วนมุ่งหวังพัฒนาให้มีศักยภาพสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจประชาชนให้มีรายได้ที่มั่นคง ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างตรงจุด ไม่เหมารวมประชาชน สร้างความเข้าใจ และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากนั้นนายอนุทินพบปะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. พร้อมกล่าวชื่นชมความทุ่มเทเสียสละ ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ เรายึดมั่นสงบ สันติ สามัคคี ต้องทำให้เกิดให้ได้ ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้ การแตกสามัคคีทุกฝ่ายเจ็บหมด แพ้หมด ไม่มีใครชนะ ตราบใดที่สันติสุขไม่เกิด เราก็ต้องทำต่อไปจนกว่าจะเกิด ท้อถอยไม่ได้สมาพันธ์ปอเนาะจี้สอบ มทภ.4หลังการพบปะส่วนราชการ น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการสามมิติ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกฯ ระบุว่าถูกไอโอโจมตีป้ายสีกล่าวหาว่าเป็นนักข่าวโจร และโฆษก BRN หลังสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งที่ข่าวยังไม่ทันเผยแพร่ การโจมตีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับสื่อมวลชน แต่ยังรวมถึงเครือข่ายสมาคมต่างๆในพื้นที่ อาทิ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนปอเนาะ และสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนตาดีกา ล้วนตกเป็นเป้าการทำไอโอเช่นกัน กังวลว่าการกระทำลักษณะนี้อาจเป็นอันตราย สร้างความเกลียดชังและ เพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ด้านตัวแทนสมาคมต่างๆ ยื่นหนังสือต่อนายกฯขอให้ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน นายอนุทินกล่าวว่าได้รับทราบข้อเรียกร้องจากสมาคมต่างๆ รวมถึงข้อมูลจากสื่อมวลชนแล้ว เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ยืนยันจะเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วเปิดบ้านศรียะลารับ “นายกฯหนู”ช่วงบ่ายนายอนุทินและคณะ เดินทางไปที่บ้านศรียะลา อ.เมืองยะลา ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หารือสถานการณ์ในพื้นที่ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายสุไลมาน บือแนปิแน นายซูกาโน มะทา นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีเมนู อาทิ มัสมั่นเนื้อ ไก่กอ และผัดสะตอกุ้งซอเลาะลาดอ ปลาอินทรีย์เจ๊ะการ์ ฯลฯ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่ารู้จักและเคยร่วมงานกับนายกฯมาตั้งแต่ปี 2544 รวมกว่า 25 ปี ทราบดีว่านายอนุทินเป็นคนจริงจังในการทำงาน เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกฯ เชื่อว่าหากรัฐบาลดำเนินนโยบายได้ต่อเนื่องครบ 4 ปี สถานการณ์ประเทศจะดีขึ้น เชื่อมั่นว่านายกฯจะสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างน้อย 4-8 ปี นำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติได้ ทั้งนี้นายวันมูหะมัดนอร์ได้มอบกริชเป็นของที่ระลึกให้นายอนุทิน ขณะที่นายอนุทินหยิบเงินจ่ายเป็นการแก้เคล็ดถือโอกาสจับเข่าคุย “กมลศักดิ์”ทั้งนี้ก่อนรับประทานอาหารเที่ยง นายอนุทินมีการปิดห้องพูดคุยให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส มีนายวันมูหะมัดนอร์ร่วมพูดคุยด้วย ต่อมานายกมลศักดิ์เปิดเผยว่า ขอบคุณนายกฯที่สั่งการเร่งคลี่คลายคดี จนออกหมายจับได้ 5 คน จับกุมได้แล้ว 4 คน คนเหล่านี้ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวสักคน เชื่อว่ามีคนจ้างวาน เบื้องต้นให้ข้อมูลลับกับนายกฯแล้วเพื่อให้สาวถึงตัวผู้บงการ ส่วนจะไปถึงหรือไม่ในทางคดี ต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจ ส่วนกรณีบุคคลที่ 3 ที่พบว่าผู้ต้องหาโทรศัพท์พูดคุยหลังก่อเหตุ ได้ข้อมูลจากคนที่ให้การรับสารภาพ และหวังให้ติดตามตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืนอีกคนที่ยังหลบหนี จะได้สาวไปถึงผู้บงการ ยังไม่สบายใจตราบใดที่ยังจับตัวผู้บงการไม่ได้เคลียร์ “นรธิป” ขอโทษประชาชนนายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่ามีการพูดคุยกับ พล.ท.นรธิป เรื่องการปฏิบัติงานท่านทุ่มเทเต็มที่ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง อยู่หน้างานตลอด และตอบสนองนโยบายรัฐบาล ช่วงหลังอาจมีสถานการณ์เยอะ ทำให้พยายามจะตอบ แต่ขอยืนยันในใจท่านไม่มีอะไร บางทีเวลาตอบภายใต้ภาวะที่ตึงเครียด ท่านก็ ยอมรับว่าพูดไม่ครบถ้วนบ้าง พลาดไปบ้าง จึงถามว่าพร้อมขอโทษพี่น้องประชาชนหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าพร้อม และกล่าวขอโทษพี่น้องประชาชนด้วยความเต็มใจ ต้องขอโทษประชาชนด้วย ในฐานะ ผอ.กอ. รมน.สิ่งที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล วิตกห่วงใย วันนี้เรามาแก้ไขและจี้ไปทุกประเด็น เมื่อถามถึงกรณีสถาบันปอเนาะไม่สบายใจ นายอนุทินตอบว่า พูดกับประธานที่ปรึกษา ศอ.บต.ไปแล้ว รับรองคำพูด มทภ.4 ไม่ได้พูดว่าทุกที่เป็นอย่างนั้น อาจมีบางที่บางจุด ในใจมีแต่ความรักความห่วงใย และความเชื่อมั่นสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกเชื้อชาติศาสนามองโอกาสใช้อาหารแลกน้ำมันนายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจเราต้องสร้างความมั่นใจ รัฐบาลเชื่อมั่นในประชาชน และประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เขาสู้รบเรื่องน้ำมัน แต่น้ำมันกินไม่ได้ ประเทศไทยไม่มีน้ำมัน เรามีอาหาร เรามีพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเอาโอกาสนี้มาสร้างเป็นแหล่งอาหารที่เหมาะกับเรื่องของศาสนา มีโอกาสมากมาย เราต้องเชื่อมั่นว่าเราทำได้ ขอให้เชื่อมั่นประเทศไทย เชื่อว่าไปได้แต่งลายดอกร่วม “วันไหลบางเบิด”กระทั่งเวลา 17.50 น. นายอนุทินเดินทางถึงท่าอากาศยานชุมพร อ.ปะทิว จ.ชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “วันไหลบางเบิด” ที่บริเวณชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว ทั้งนี้ นายกฯและคณะเปลี่ยนชุดมาสวมเสื้อลายดอก มีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผวจ.ชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร นายวิชัย สุดสวาสดิ์ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ และนายสุพล จุลใส สส. ชุมพร พรรคภูมิใจไทย รอต้อนรับ รวมถึงมีประชาชนได้นำพวงมาลัย และดอกกุหลาบมามอบให้นายกฯ“บิ๊กดุลย์” ขออภัย มทภ.4 ตายไมค์ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม แถลงภาพรวมต่อสื่อมวลชน พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า นายกฯ ไม่สบายใจต่อกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงนำคณะมารับทราบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของ มทภ.4 ยืนยันว่า มทภ.4 ตั้งใจมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ ส่วนกรณีที่ มทภ.4 ปิดไมค์พูดเกี่ยวกับคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ จนถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น เรื่องการปิดไมค์เป็นเรื่องส่วนตัว อย่ามาพูดถึงกันเลย มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เป็นคนไทยด้วยกัน การคิดดี ทำดี พูดดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำกัน แต่เรื่องการสื่อสารที่สั้นเกินไป และแรงกดดันจากสื่ออ้างพูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อยผู้สื่อข่าวถามว่าสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนปอเนาะยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ย้าย มทภ.4 ออกนอกพื้นที่ จะสร้างความเข้าใจในพื้นที่อย่างไร พล.ท.อดุลย์ตอบว่า คิดว่าเราพูดคุยกันได้ ท่านก็รับผิดแล้ว ไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัย และอาญา แต่เราแค่พูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อย และขอโทษกันแล้ว คิดว่าพี่น้องคนไทยเราให้อภัยกันได้ เมื่อถามย้ำว่าจะสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่อย่างไร พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า เดี๋ยว มทภ.4 จะลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอความร่วมมือจากสื่อทุกท่านให้เข้าใจซึ่งกันและกัน“บิ๊กยูร” ยอมขอโทษสื่อสารพลาดด้าน พล.ท.นรธิป โพยนอก หรือ “บิ๊กยูร” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชนว่า ตนอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ขอยืนยันในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าจะลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิปกล่าวสั้นๆว่า มี เรามีกิจกรรมเข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆอยู่แล้วตร.ล่า 1 ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ชี้แจงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 4 ราย นอกจากนี้ยังมีอีกประเด็นที่ กอ.รมน.เข้าแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 151 ฐานนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ในทางที่ผิด เป็นอีกสำนวนคดีหนึ่ง หากการสอบสวนมีความเชื่อมโยงกัน ผบช.ภ.9 และผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในต่างประเทศ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยทหารตามแนวชายแดน สกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศ หากพบว่าหลบหนีออกไปแล้ว จะดำเนินการออกหมายแดงผ่านตำรวจสากล ติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดี ส่วนประเด็นผู้ว่าจ้าง ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน“เท้ง” แนะนายกฯรับฟังให้รอบด้านวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า พรรคประชาชนติดตามสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ แม้จะมีความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดี แต่ยังมีคำถามที่ประชาชนยังคงกังขา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงไปยังผู้บงการก่อเหตุครั้งนี้ รวมถึงการสื่อสารของแม่ทัพภาคที่ 4 กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์บานปลาย มีเสียงเรียกร้องให้ย้าย มทภ.4 จากเครือข่ายภาคประชาสังคม อยากให้นายกฯใช้โอกาสลงพื้นที่ครั้งนี้รับฟังอย่างรอบด้านและเปิดกว้าง ต้องยืนยันหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และใช้วิกฤติความเชื่อมั่นนี้เป็นแนวทางปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคงอย่างจริงจัง โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติภาพ และกระบวนการสันติภาพที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ยุติการปฏิบัติการข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าแพร่มลทิน ทำลายบรรยากาศของการสร้างสันติภาพ“ลิซ่า” แจงปมจ้าง “สเปคเตอร์ ซี”น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์กรณีมีการตั้งข้อสังเกตปมเฟซบุ๊กพรรค ปชน. มีการจ้างบริษัทสเปคเตอร์ ซี ผลิตสื่อโพสต์ละ 7,000 บาทว่า กรณีดังกล่าวเราใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทุกพรรคมีเงินบริจาค การใช้เงินบริจาคเหล่านั้นในแต่ละปี เขาไม่ได้ให้เรามาเป็นตัวเงิน เราต้องเขียนเข้าไปว่าเราจะใช้เท่าไร สเปคเตอร์ ซี ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นบริษัทสื่อที่พรรคจ้าง ดังนั้นต้องมีจำนวนชิ้นงานไปยืนยันกับ กกต.ว่าเราใช้ไปเท่าไรบ้าง เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามหลักการปกติอยู่แล้ว ทุกอย่างเราดำเนินการตามเงื่อนไข หรือ TOR ของ กกต. สุดท้ายจะอนุมัติหรือไม่อยู่ที่ กกต. เงินตรงนี้เป็นเงินที่เราได้รับบริจาคจากภาษี และเงินที่ กกต.อุดหนุนให้กับพรรคการเมืองในแต่ละปี พรรคอื่นอาจไม่ใช้ แต่พวกเราจำเป็นต้องใช้ จึงต้องระบุให้เขาเห็นว่าใช้เท่าไรบ้าง เพื่อให้เราสามารถเบิกได้ตามจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของทุกพรรคการเมือง และเราทำมาโดยตลอด“ไผ่” ชง รบ.ปัดฝุ่นช่วยไร่ละ 1–2 พันขณะที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณีรัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า เห็นด้วยกับโครงการ แต่สถานการณ์ขณะนี้ให้คนละ 2,000 บาทไม่น่าจะพอ อยากให้เพิ่มเป็น 4,000 บาท ถึงต้องกู้มาก็ถือว่าคุ้ม ต้องเล็งเห็นว่าประชาชนจะมีเงินจ่ายอีกครึ่งหรือไม่ ที่อยากให้รัฐบาลช่วยทันทีคือภาคการเกษตร ปีนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าน้ำจะแล้ง ขอโครงการไร่ละ 1-2 พันบาท เหมือนที่เคยมีมาทั้งพืชไร่และพืชสวน ให้เกษตรกรพอยืนอยู่ได้ ส่วนโครงการรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ดี แต่คนจะซื้อรถไฟฟ้าได้เป็นคนชั้นกลาง อยากให้มองที่คนรากหญ้าก่อน สิ่งสำคัญต้องตรวจสอบคนรับสิทธิ์ขอให้เป็นแบบง่ายๆ เพราะตอนนี้ทุกคนได้รับผลกระทบกันหมด รวมถึงเรื่องปุ๋ยที่ขาดแคลน เคยเตือนไปแล้วว่าปุ๋ยไม่พอ ไปขอซื้อตอนนี้จะทันไหม“โสภณ” ทำบุญสงกรานต์รัฐสภาช่วงเช้าที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีงานบุญสงกรานต์รัฐสภา สืบสานประเพณีงดงามวิถีไทย มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการสำนักงานสภาฯ เข้าร่วม ซึ่งจัดที่บริเวณห้องโถงพิธีชั้น 11 เป็นครั้งแรก เนื่องจากปกติจะใช้ในโอกาสพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ภายในงานมีการจัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูปมาทำพิธี มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นนายโสภณนำข้าราชการสภาฯร่วมสรงน้ำพระสวดพระปริตรเทียบยุคพุทธกาลนายโสภณให้สัมภาษณ์ว่า สมัยพุทธกาลเมืองไพศาลีเกิดอุบัติภัยข้าวยากหมากแพง พระพุทธเจ้าได้ไปเจริญพระปริตร ซึ่งเป็นบทสวดเดียวกับที่ทำพิธีในวันนี้ มีการประพรมน้ำพระพุทธมนต์บ้านเมืองก็อยู่เย็นเป็นสุข เราเป็นพุทธศาสนิกชนศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าพระปริตรมงคลจะนำความร่มเย็นเป็นสุขความเป็นสิริมงคลมาให้แก่ประเทศ ครั้งนี้ถือเป็นการทำบุญให้ประเทศด้วย และถือโอกาสเปิดร้านอาหารบริเวณชั้น 2 ที่จะให้ สส.เข้ามารับประทาน แต่ต้องจ่ายเงินเอง ถือเป็นวันดี เริ่มเรื่องดีๆ ใหม่ๆให้กับสังคม บ้านเมืองและหน่วยงาน“สีหศักดิ์” ซัดกัมพูชาบีบตั้งโต๊ะเจรจาอีกเรื่อง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีผู้นำกัมพูชา พยายามดึงประเทศไทยขึ้นโต๊ะเจรจาแก้ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาว่า ไทยพร้อมกลับสู่โต๊ะเจรจา แต่ไม่ใช่มากดดันเรา หากกัมพูชาสนใจเจรจาให้ติดต่อมา หาวันที่สะดวกทั้งสองฝ่าย ไทยย้ำตลอดเวลาว่าขอให้รัฐบาลจัดตั้งก่อน ดูคณะเจรจาของฝ่ายไทยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่รู้ว่าการกดดันแบบนี้เพราะหวังผลในการเจรจาจริงหรือเปล่า ส่วนขั้นตอนต้องคุยกันระหว่างหน่วยงาน บริบทมันไม่เหมือนเดิมแล้วต้องมาดูสถานการณ์ใหม่ การเจรจาก็ไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศโดยลำพัง ต้องมีท่าทีเป็นเอกภาพร่วมกัน โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายทหาร กองทัพบก กองทัพไทย ต้องคุยกันให้ตกผลึก“อนุทิน” แต้มหล่นฮวบคนชื่นชอบสถาบันพระปกเกล้า หรือเคพีไอโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องความนิยมและความคาดหวังต่อ ครม.ชุดใหม่ในสายตาประชาชน ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย.2569 จํานวน 2,000 ตัวอย่าง โดยรายชื่อ ครม.ชุดใหม่คิดว่า รัฐมนตรีคนใดเป็นความหวังมากที่สุด ร้อยละ 50.8 ระบุว่า ไม่มีกลุ่มใดเป็นความหวังอย่างชัดเจน รองมาร้อยละ 37.2 ระบุว่ากลุ่มรัฐมนตรีคนนอกที่มีประสบการณ์บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนความชื่นชอบรัฐมนตรีใน ครม.ชุดใหม่คนใดมากที่สุด ร้อยละ 24.2 ระบุว่าไม่มีคนที่ชื่นชอบ รองลงมาร้อยละ 14.4 เป็นนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ร้อยละ 11.5 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ร้อยละ 9.5 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ร้อยละ 8 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ร้อยละ 5.9 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ส่วนความคาดหวังจะเห็นผลงานของรัฐมนตรีชุดใหม่คนใดมากที่สุด ร้อยละ 19.5 ไม่มีความเห็นร้อยละ 13.5 ระบุนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร้อยละ 11.5 นายอนุทิน ชาญวีรกูล และร้อยละ 6.4 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่