นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า พม.โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) อยู่ระหว่างปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ.... (ฉบับที่...) โดยนำ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มาตรา 33,34 และ 35 ที่เกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการของสถานประกอบการมาเป็นแนวทางจ้างงานผู้สูงอายุ ปัจจุบันผู้สูงอายุมีกว่า 14 ล้านคน คาดว่ามีกว่า 1 ล้านคนที่ยังมีศักยภาพ ที่สามารถนำไปสู่การต่อยอดประกอบอาชีพ หรือดึงศักยภาพภูมิปัญญาถ่ายทอดคนรุ่นหลัง ใช้เป็นเครื่องมือดูแลตนเองรวมถึงครอบครัวในการสร้างงานสร้างอาชีพ ทั้งเป็นการเติมเต็มการจ้างงานทดแทนวัยแรงงานที่ลดลงจากอัตราการเกิดน้อยลงปลัด พม. กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ที่ปรับแก้กำหนดให้นายจ้างหรือสถานประกอบการที่ประสงค์จ้างงานผู้สูงอายุให้พิจารณาตามความเหมาะสมกับตำแหน่งและลักษณะงาน หากไม่สามารถจ้างได้ให้จัดหาสัมปทานการประกอบอาชีพหรือจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ หรือเลือกใช้การส่งเงินสมทบเข้ากองทุนผู้สูงอายุแทน โดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดๆนั้นคูณด้วยจำนวนวันที่ไม่สามารถจ้างงานผู้สูงอายุ เบื้องต้นอิงจาก พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่กำหนดสัดส่วนนายจ้างที่มีลูกจ้าง 100 คนต้องจ้างคนพิการ 1 คน แต่จำนวนผู้สูงอายุมีมากกว่า อาจจะพิจารณาเป็น 50 ต่อ 1 ได้หรือไม่ ขณะนี้ ผส.อยู่ระหว่างคัดกรองจำนวนผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพทำงานได้ว่ามีเท่าไหร่เพื่อกำหนดสัดส่วนที่เหมาะสมอีกครั้ง นอกจากนี้ยังกำหนดสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีให้กับสถานประกอบการ ที่ดำเนินการตามกฎหมาย ร่างดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นแล้ว จะต้องจัดทำประชาพิจารณ์ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป สำหรับหน่วยงานราชการเนื่องจากมีระเบียบคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่กำหนดการเกษียณอายุราชการและมีเรื่องบำเหน็จบำนาญเข้ามาเกี่ยวข้อง หากดำเนินการอาจจะออกเป็นกฎหมายลูกหรือกฎกระทรวงเพิ่มเติมในลักษณะขอความร่วมมือจ้างเป็นอัตราจ้าง.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม