ภัยสงครามผันผวน แรงกระแทกยังอยู่ยาวๆ เปิดทำการวันแรกหลังสงกรานต์ ทีมรัฐบาลก็กดปุ่มเข้าโหมดเร่งเครื่องทันที โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ เตรียมมาตรการอัดฉีดเยียวยาผลกระทบวิกฤติพลังงานชุดต่อไปเน้นไปที่เตรียมของขายปั่นแต้ม “คนละครึ่งพลัส” แจกให้จบๆ ล้างเสียงบ่นเสียงโวยน้ำมันแพงเร่งหาช่องโยกงบฯให้ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” อัดฉีดเร็วๆนี้และก็ดูเหมือนราคาน้ำมันโลกที่ผ่านมาจะเป็นใจ ให้ลดอุดหนุนอุ้มราคาน้ำมัน บรรเทาตัวเลขติดลบของกองทุนฯได้บาน ชนิดอาจไม่ต้องกู้ หรือหากหามาโปะเพิ่มก็ไม่มากเท่าที่คาดการณ์เหลือวงเงินไว้ “กู้อัดฉีด” เรือธงรัฐบาล แก้หน้าผู้นำที่เป๋แล้วเป๋อีกอีกทาง “เสี่ยขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ก็ฟิตสุดใจ นอกจากรับปากกับตัวแทนภาคประชาชน จะบริหารจัดการเรื่องเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อลดราคาน้ำมันให้ชาวบ้านตามจริงไม่ลืมช็อตแก้หน้า ตั้งโต๊ะร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ตำรวจ ทหาร ดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการ “ล่าไอ้โม่ง” กั๊กโกย และลอบส่งออก ฟันกำไรกันอู้ฟู่ในช่วงที่ผ่านมา“เก็บงาน” ตามสั่งของคนโตบุรีรัมย์และคุณพ่อแห่ง กปปส.ก็ไม่แปลกที่คิวนี้ก็โดนมองหยันๆ ก็แค่ไล่ล่าปลาซิวปลาสร้อย ปั๊มน้ำมัน คลังน้ำมันร่วมร้อยโดนไล่สแกนเช็ก เรือน้ำมันระดับบิ๊กเบิ้มสุดก็แค่เจ้ากลางๆ ส่วนตัวใหญ่ เจ้าใหญ่ที่ว่าฟันเป็นพันล้านหมื่นล้าน ไม่เอ่ยถึงประเภท “ถอนทุน” บวก “ดอกเบี้ย” พลัสๆ หายหัวไปแล้วยังไม่รวมขบวนการน้ำมันเถื่อน โยงแก๊งกาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน ฐานสแกมเมอร์ ตลาดหุ้น ตลาดทุน ที่ฝ่ายค้านค่ายสีส้มเกาะติดเปิดโปง ทีมสุดซอยของ “รมต.เอกนัฏ” ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เคยทราบข้อมูลเสียอย่างนั้นสัญญาณฐานบัญชาการสีน้ำเงินคงไม่บ้าเปิดไฟเขียว รมต.ก็คงไม่กล้าเหมือนที่บี้ตัวเล็กตัวน้อยเกมปฏิรูปพลังงานจะสุดซอยอย่างที่โชว์ได้แค่ไหนเดี๋ยวก็รู้กันแต่ที่แน่ๆ ที่ถอยสุดกู่ หมอบสุดทาง คือพรรคร่วมรัฐบาลอย่างค่ายเพื่อไทย นอกจากโดนลดบทบาท ไม่ให้เครดิตทั้งเรื่องนโยบายรัฐบาล ที่ได้โควตารัฐมนตรีก็จำกัดคุมเฉพาะงานด้านสังคมหรือที่โชว์ได้อย่าง “กระทรวงเกษตรฯ” ดูแลปัญหาปากท้อง ชีวิตชาวไร่ชาวนา รอบนี้ให้ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรฯ เดินสายหาปุ๋ยจากทุกมุมโลกมาได้ก็ไม่ได้เครดิตเมื่อ “อนุทิน” วางให้เป็น “พระรอง” เพราะมีระดับ “ซุปเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ยืนแท่นโชว์ตัวรายวัน ควบคู่โหมพีอาร์ปั่นฟูเกินคำว่ายอดมนุษย์แล้ว คงไม่ปล่อยให้เพื่อไทยได้หน้าได้แต้มหนำซ้ำบรรดา รมต.ด้านสังคมของค่ายสีแดง เพื่อไทย รอรับเละ สารพัดม็อบผู้คนเดือดร้อนเป็นจุดความร้อนในรัฐบาลน้ำเงิน-แดง ฝังแค้นกันอยู่แต่ก็อย่างว่า สำหรับพรรคเพื่อไทย นาทีนี้แต้มเป็นรอง “ตั๋วหลุด” ไปอยู่ที่ภูมิใจไทย ก็ต้องยอมรับสภาพ ล่าสุดถึงได้เห็นภาวะไม่ปกติในค่ายเพื่อไทย “นายหญิงน้อย” ส่งสัญญาณถอยสุดกู่ประคองสถานการณ์พรรค ชนักพ่อ และบ่วงกรรมตัวเองนอกจากไม่หือไม่อือ ยังไม่สู้ทุกแนวรบ แม้แต่สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ฐานเก่า ทั้ง สส.ที่สูญพันธุ์ ก็ขอบาย เลือกตั้ง สก.ที่เคย มีถึง 20 เสียง รอบนี้ก็ขอโน ไม่ส่งผู้สมัครรักษาเก้าอี้ รักษาฐานซะงั้นในส่วนศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯเมืองกรุง พอเข้าใจได้ เพราะยังไง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” คนเพื่อไทยเก่า จำแลงแปลงกาย พรางคนกรุง เป็น “ผู้ว่าฯอิสระเสรี” จนติดตลาด รายนี้ก็ยังเป็นตัวเต็งได้เบิ้ลเก้าอี้แน่นอน ทีม กทม.เพื่อไทยก็จำรับสภาพ “ประกาศิตนายน้อย” ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวแบ่งทีมดูแลต้นปีที่ผ่านมาอึดอัด พูดไม่ได้ บ่นไม่ออก บอก “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกฯ ก็คงไม่ได้ และคงไม่ฟังต้องทยอยย้ายไปลงสมัครอิสระ ในร่มเงาของ “ชัชชาติ”เมื่อยุทธศาสตร์ภาพรวมของนายหญิงน้อยและต้นสังกัดออกมาชัด สู้ไปสนาม กทม.ก็เปลืองเปล่า ในภาวะทุนหายกำไรหด สปอนเซอร์ตีจาก จำต้องลดไซส์พรรคเป็นค่ายขนาดกลางสาเหตุสำคัญที่ยังฟันธงไม่ได้ งานนี้เป็นเพราะถอดใจ หรือขี้เหนียวกันแน่ที่สำคัญ เมื่อเลือก “หมอบ” ในเมืองกรุงครั้งนี้ ในภาพรวมก็ตามมาด้วยความเสี่ยง “ทรุดยาว”.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม