พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่ ครม.ชุดใหม่ บริหารกิจการบ้านเมืองให้ประชาชนได้รับความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยงอกงามไพบูลย์ในวิถีทางที่ถูกต้อง ประเทศชาติมั่นคงเป็นปึกแผ่น และพัฒนาก้าวหน้ายั่งยืน “อนุทิน” นัดประชุม ครม.นัดพิเศษทันที ภูมิใจไทยคึกคักทำบุญใหญ่ครบ 17 ปี ก้าวสู่ปีที่ 18 “นายกฯหนู” อารมณ์ดีฮัมเพลง “ทำบุญร่วมชาติ” หยอด “หนิม” หวังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพรรคไปสู่คนรุ่นใหม่ ชิ่งรัฐบาลพรรคเดียว ขอจับมือพรรคร่วมไปด้วยกันดีกว่า กางปีกป้อง “พิพัฒน์” คนทำงานให้บ้านเมือง เจ้าตัวผวาขอสื่อเพลาๆแตะ PT ปชป.ฉลองครบ 8 ทศวรรษ “มาร์ค” จ่อฟื้น “บลูเฮาส์-บลู อะคาเดมี” ปั้นสถาบันการเมืองก้าวใหม่ วาง 5 อรหันต์ชำแหละนโยบายรัฐบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 จำนวน 35 คน เฝ้าทูลละอองธุลี พระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่“อนุทิน” นำ ครม.ใหม่ถ่ายภาพหมู่เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 เม.ย.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ถ่ายภาพเดี่ยวในเครื่องแบบปกติขาวและถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรี และตรวจคัดกรองโควิด-19 จากนั้นทั้งหมดร่วมถ่ายภาพหมู่ทั้งบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และเชิงบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เสร็จแล้วนำ ครม.ขึ้นไปชั้น 2 นั่งพูดคุยที่ห้องประชุมหน้าห้องทำงาน และสักการะรูปปั้นองค์นรสิงห์จำลอง ที่หน้าระเบียงตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนนำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่าเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 ตื่นเต้นหรือไม่ นายอนุทินยิ้มหัวเราะก่อนพยักหน้ารับในหลวงพระราชทานพระราชดำรัสต่อมาเวลา 18.54 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 จำนวน 35 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในโอกาสนี้นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาท ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ใจความว่า ยินดีที่ได้พบกับพวกท่านทั้งหลายในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรี และมาถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อจะได้ไปทำหน้าที่ในการบริหารกิจการบ้านเมืองต่อไป การทำหน้าที่ของท่านนั้นมีผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือผลต่อประชาชน ซึ่งควรจะต้องได้รับความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างหนึ่ง คือผลประโยชน์ต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรจะต้องงอกงามไพบูลย์ในวิถีทางที่ถูกต้อง อีกอย่างหนึ่งคือผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรจะต้องมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น และพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน หากทุกท่านปฏิบัติหน้าที่โดยระลึกถึงผลประโยชน์ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นจุดหมายสูงสุด ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรค ปัญหาต่างๆ ไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ และมีความสุขความเจริญโดยทั่วกันกลับทำเนียบประชุม ครม.นัดพิเศษกระทั่งเวลา 19.08 น. นายอนุทินเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นั่งมาในคันเดียวกัน เพื่อประชุม ครม.นัดพิเศษกำชับ ครม.ใหม่หมดเวลาฮันนีมูนจากนั้นนายอนุทินกล่าวเปิดประชุม ครม.นัดพิเศษว่า ขอแสดงความยินดีกับ ครม.ทุกคนการถวายสัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงว่า ครม.ชุดนี้มีความพร้อมปฏิบัติราชการแผ่นดินต่อไป คำถวายสัตย์ปฏิญาณที่เราทุกคนได้กล่าวต่อหน้าพระพักตร์ ขอให้เป็นแนวทางการทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทุกคน ครม.ชุดนี้ต้องทำงานหนักตั้งแต่วันแรกไม่มีเวลาฮันนีมูน เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่ทั้งโลกมีวิกฤติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เชื่อว่าด้วยความร่วมมือของรัฐบาล ของ ครม.ทุกคน เราต้องแก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อน ทำให้ประเทศของเราพัฒนาก้าวหน้าต่อไป การทำงานของพวกเราทุกคนให้ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุดทำงานเป็นหนึ่งเดียวฝ่าวิกฤตินายอนุทินกล่าวต่อว่า ครม.นี้เป็นชุดเดียวกัน ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นคณะรัฐมนตรีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็น ครม.ของประชาชนคนไทย การทำงานเราจะไม่มีพิธีรีตองมากมาย ขอให้ทุกคนทำงานด้วยความรักสามัคคี และเข้าใจกัน จากสถานการณ์ประเทศตอนนี้ความเป็นหนึ่งเดียวของ ครม. จะทำให้ประเทศเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้ หากรัฐมนตรีคนใดต้องการหารือกับนายกฯ เรื่องการแก้ไขปัญหา พร้อมจะพบกับทุกคน ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการประชุม ครม. ถือเป็นเรื่องสำคัญในการเป็นคณะรัฐบาลของเรา ขอความร่วมมือกับทุกคนว่าหากเรามาประชุม ครม.ไม่ได้ ก็แสดงว่าทำงานให้กับประชาชนไม่ได้ วันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.นัดพิเศษ ร่วมกันพิจารณาร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลลั่นนายกฯ อยู่ไม่ได้–รมต.ก็อยู่ไม่ได้นายกฯกล่าวอีกว่า จากสถานการณ์พลังงานปัจจุบัน การช่วยประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยเฉพาะภาครัฐควรเป็นตัวอย่างที่ดี เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง กรณีที่หน่วยงานยังไม่มีความพร้อมในระบบไอที มอบหมายให้กระทรวงดีอี สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) สำนักงานคณะ กรรมการกฤษฎีกา เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล และขอให้สำนักงบประมาณช่วยสนับสนุนงบ และให้รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันกำกับดูแลนโยบาย WFH มีผลเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันขอให้สำนักงานปลัดสำนักงานนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปรับปรุงระเบียบว่าด้วยรถราชการที่อยู่ในความดูแลของ สปน.ให้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต ให้มีทางเลือกสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและไฮโดรเจน ฝากนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯด้วย วันนี้เราได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทมาแล้ว ไม่มีพรใดหรือสิ่งใดเป็นมงคลกับพวกเรามากกว่านี้อีกแล้ว อยากให้รัฐมนตรีเร่งทำงานเต็มที่และทำงานหนัก ส่วนพิธีทางศาสนาสามารถทำได้แต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดคือฤกษ์สะดวก หากตนอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครอยู่ได้ ขอให้ทุกคนเข้ากระทรวงและทำงานกันอย่างเต็มที่ขับเคลื่อนทุกอย่างได้เลยภท.คึกคักทำบุญครบรอบ 17 ปีช่วงเช้าที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดพิธีทำบุญใหญ่ในโอกาสครบรอบ 17 ปี และก้าวสู่ปีที่ 18 วันที่ 6 เม.ย. มีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้งพิธีพุทธ และอิสลาม สำหรับพิธีสงฆ์ได้นิมนต์ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นมีพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยโรงเรียนจุฬาราชมนตรี มิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์ มีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค สส. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียง ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท. ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว มี 3 รมช.มหาดไทย ได้แก่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ร่วมมาคันเดียวกัน หลังเสร็จพิธีบวงสรวงและเบิกเนตรพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ที่สวนสิริธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “มาส่งลูก มาหมดกระทรวงเลย” ทั้งนี้ นายอนุทินได้เปลี่ยนทะเบียนรถยนต์ จากเดิม จต 32 เป็น สน 32 มีชื่อของนายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย เป็นผู้จดทะเบียน ส่วนหมวดอักษร “สน” เป็นชื่อเล่นบุตรสาวของนายอนุทินพท.อวยพรเดินหน้า รบ.แข็งแรงสำหรับบรรยากาศครบรอบ 17 ปี พรรคภูมิใจไทย เป็นไปอย่างคึกคัก มีตัวแทนพรรคการเมือง นำกระเช้าและแจกันดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรค พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เลขาธิการพรรค พท. นายจุลพันธ์อวยพรว่า ขอให้เป็นปีที่ดี เดินหน้ารัฐบาลได้อย่างแข็งแรง ขณะที่พรรคประ ชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่งนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ปชป. เป็นตัวแทนมาแสดงความยินดี รวมถึง พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย และนายภัครธรณ์ เทียนชัย รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.)อารมณ์ดีฮัมเพลง “ทำบุญร่วมชาติ”ต่อมาเวลา 11.00 น. นายอนุทินเดินลงมาส่งนายจุลพันธ์ และคณะเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้างที่มีตัวแทนพรรครัฐบาลมาร่วมแสดงความยินดี การก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 จะทำอะไรให้บ้านเมือง นายอนุทินตอบว่า ทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราต้องทำให้ปัญหาทั้งหลายถูกปัดเป่าและขจัดไป ขณะที่นายจุลพันธ์กล่าวว่า บรรยากาศอบอุ่น คนรู้จักกันอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าพรรคภท.จะเติบโต แข็งแรงและทำประโยชน์ให้กับประเทศ ชาติตามที่ตั้งหวัง เมื่อถามว่าได้กรวดน้ำร่วมกันขออโหสิกรรมเรื่องที่ผ่านมาหรือไม่ นายจุลพันธ์หัวเราะไม่ได้ตอบคำถาม ทำให้นายอนุทินฮัมเป็นทำนองเพลงว่า “ชาติก่อนเราเคยคู่เคียง ปลูกต้นไม้ร่วมต้น”หวังเปลี่ยนผ่านพรรคสู่คนรุ่นใหม่นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจที่พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโต และพัฒนาขึ้นทุกปี เราเติบโตขึ้นตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุด ดังนั้น พรรคต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ถ่ายทอดงานและประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ นำไปรับใช้ประชาชนและประเทศชาติ หวังว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจะเป็นช่วงที่พรรคเข้มแข็งมากขึ้น เมื่อถามว่าพรรคจะโตขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราจะทำให้ดีที่สุดด้วยความสุจริตใจยึดประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญ เราโตขึ้นด้วยประชาชน ไม่ได้โตได้ด้วยตัวเอง หลักการทำงานให้พรรคมีเอกภาพ คือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน สิ่งที่นำเสนอถ้าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม และจรรยาบรรณ พรรคจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พรรคได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ จากสโลแกน “พูดแล้วทำ”จับมือพรรคร่วมไปด้วยกันดีกว่าผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราต้องขยันทำงานไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับคำสรรเสริญรูปรสกลิ่นเสียง ต้องคิดว่าตัวเองคือผู้อาสารับใช้ประชาชน และประเทศชาติ ถือเป็นอีกคุณสมบัติที่คนของพรรคภูมิใจไทยถูกปลูกฝังมา เมื่อถามว่าในอนาคตประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะโตจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า คิดว่าถ้าแสวงหาความรู้ และนำพาประเทศก้าวหน้าโดยไม่มีความขัดแย้ง เราจับมือไว้แล้วไปด้วยกันดีกว่า หากไปคนเดียวในขณะที่อีกห้าถึงหกคนคอยเอาไม้เอามีดทิ่มหลังอยู่มันไม่ดีหรอก ไปด้วยกันดีที่สุด เมื่อถามว่าในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล จะฝ่าวิกฤติพลังงานได้โดยที่ประชาชนไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า การแก้วิกฤติเป็นภารกิจรัฐบาลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเวลามีวิกฤติ ทั้งโควิด และภัยพิบัติ เราสามารถแก้วิกฤตินั้นให้ผ่านไปได้ด้วยดีป้อง “พิพัฒน์” ทำงานให้บ้านเมืองจากนั้นนายอนุทินเดินลงมาซื้อกาแฟที่ร้านของ น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ระหว่างนั้นได้พูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าให้กำลังใจกันอย่างไรในช่วงเผชิญวิกฤติราคาน้ำมัน นายอนุทินตอบว่าไม่ต้องให้ คนทำงานให้กับบ้านเมือง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการทำงานที่ไปกระทบกับความ รู้สึกของประชาชน ส่งผลกระทบต่อปั๊มน้ำมัน PT สถานการณ์ปั๊มในช่วงนี้เป็นอย่างไร นายอนุทินถามกลับว่า เขาออกมาจาก PT ตั้งกี่ปีแล้วล่ะ ทำให้นายพิพัฒน์กล่าวเสริมว่า ตอบไม่ถูก ออกมาจาก PT 23 ปีแล้ว เมื่อถามถึงกระแสแอนตี้ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายพิพัฒน์ตอบว่า ต้องไปถามผู้บริหาร ส่วนที่ยังคงถือหุ้นอยู่ ทำให้สังคมจับตามองหนักนั้น เป็นหุ้นปกติ ส่วนสังคมจับตามองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเราถือว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัท ขออย่าถามเยอะบริษัทเขาอาจกังวลประชาธิปัตย์ทำบุญครบรอบ 80 ปีช่วงเช้าที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีพิธีทำบุญครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งพรรค มีการจัดพิธี 3 ศาสนา คือ พิธีดุอาร์ขอพรทางศาสนาอิสลาม, พิธีพราหมณ์ บวงสรวงพระแม่ธรณีบีบมวยผม สัญลักษณ์พรรค และพิธีทางพุทธศาสนา โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร จำนวน 9 รูป นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคพร้อมแกนนำ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค สส. อดีต สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมพิธีเต็มลานด้านหน้าพรรค โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ พรรค ภท. นำโดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม และนายภัครธรณ์ เทียนไชย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มาร่วมอวยพร โดยพรรคได้จัดพิมพ์หนังสือบันทึกลายเส้นประชา ธิปัตย์ ผลงานของนายชวน และแจกพระหลวงพ่อโสธร- หลวงปู่ทวด เป็นของที่ระลึกมอบให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานจ่อฟื้น “บลูเฮ้าส์–บลู อคาเดมี”ต่อมานายอภิสิทธิ์ และแกนนำพรรค ร่วมเปิดร้านจำหน่ายของที่ระลึกถาวร ชื่อว่า “ของดี” นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ระยะเวลา 80 ปีของพรรค ได้เห็นความสำคัญทางการเมืองในเรื่องอุดมการณ์ ความซื่อสัตย์สุจริตทุ่มเททำงานให้ประเทศและประชาชนมาตลอด สืบทอดกันมา เป็นหัวหน้าพรรคคนแรกที่อายุน้อยกว่าพรรค ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เป็นเครื่องยืนยันว่าสถาบันแห่งนี้อยู่มายาวนานกว่าบุคคล และเชื่อมั่นว่าด้วยสมาชิกรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะสืบทอดอุดมการณ์นี้ต่อไป หมุดหมายที่จะก้าวต่อไปภายใต้กรอบความคิด 80 ปี ประชาธิปัตย์สถาบันการเมืองก้าวใหม่เพื่อทุกคน ช่วงเย็นมีงานเลี้ยงสังสรรค์ มีการเชิญบุคคลที่เคยผ่านพรรคในฐานะยุวประชาธิปัตย์ และผู้รับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ของพรรค ที่ปัจจุบันทำชื่อเสียงและทำประโยชน์ จะมีการมอบรางวัล “บลู อวอร์ด” ให้กับผู้นำรุ่นใหม่ที่โดดเด่น และมีคุณค่าต่อสังคม ทั้งนี้ทุกเดือนพรรคจะฟื้นกิจกรรม อาทิ “บลู เฮ้าส์” “บลู อคาเดมี” “บลู แคมป์” สร้างบุคลากรการเมืองที่มีคุณภาพตามอุดมการณ์พรรควาง 5 อรหันต์ชำแหละนโยบายรัฐนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงการเตรียมทีมอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลว่า พรรคน่าจะได้รับจัดสรรเวลาให้พูดประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ มีผู้อภิปรายประมาณ 4-5 คน มีตน นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ เมื่อถามย้ำว่าดูเนื้อหานโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภายังมีอะไรที่ขาดไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า “มีเยอะครับ” แต่ตอนนี้เห็นแค่ร่างต้องรอดูของจริง สำหรับสถานการณ์ของรัฐบาลแม้มีตัวเลขที่มั่นคง แต่ยังมีสถานการณ์ที่ท้าทายรออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะวิกฤติสู้รบในตะวันออกกลาง หากรัฐบาลตั้งใจทำงานก็ไม่มีปัญหา แต่หากมีผลประโยชน์อาจกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลได้ เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล แม้กระทั่งทีมคนนอกทั้ง 3 คน สะท้อนผ่านโพล นายอภิสิทธิ์ตอบว่า รัฐบาลต้องทำงานลบล้างความไม่เชื่อมั่นให้ได้ แต่ต้องเก็บเกี่ยวบทเรียนหลายเรื่องที่ผ่านมาอาจมีข้อผิดพลาด ข้อจำกัด รวมถึงเรื่องการสื่อสาร การไม่ติดตามมาตรการต่างๆ หรือฟังข้อมูลไม่ครบถ้วนเย้ย รบ.มีแต่พูดไร้การปฏิบัติจริงเมื่อถามย้ำว่าจะติดตามเรื่องน้ำมันแพงและไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เราทักท้วงตั้งแต่แรกดูจากตัวเลขพบว่ามีปัญหาการกักตุนแน่นอน ตอนนั้นรัฐบาลยังปฏิเสธอยู่ แต่ตอนนี้ออกมายอมรับแล้ว อาจถึงขั้นให้เป็นคดีพิเศษ พรรคจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป เพราะทั้งรัฐบาล ภาคธุรกิจ หรือโรงกลั่น ยังไม่มีการแบ่งเบาภาระของประชาชนที่แบกรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเลย เรื่องนี้อยากเห็นเป็นรูปธรรม รวมถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางต่างๆ รัฐบาลพูดในหลักการมาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำทั่วถึง และยังไม่มีการปฏิบัติจริง“โสภณ” แบ่งงานรองประธานสภาผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามคำสั่งมอบหมายหน้าที่และอำนาจให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทน ราษฎร มอบหมาย น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ดูงานจัดระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่เกี่ยวกับกระทู้ถามและญัตติ รับรองรายงานการประชุม และเรื่องอื่นๆ ที่มิใช่เรื่องเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. ส่วนนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่ 2 ดูเรื่องการพิจารณากลั่นกรองร่าง พ.ร.บ.การจัดระเบียบวาระการประชุมสภาฯที่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. พ.ร.ก. และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. รวมถึงส่งข้อปรึกษาหารือ สส.ไปยังนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ฯลฯอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่