นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ ตัวแทนหน่วยงาน หารือมาตรการแก้วิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิง หลังราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไปทั่ว เตือนอนาคตน้ำมันแพง หายากขึ้น พร้อมขอ ขรก.-ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ “เอกนิติ” แจงงัดข้อ ก.ม.รัฐธรรมนูญ มาตรา 162 เปิดประชุม ครม.นัดพิเศษทันที ไม่ต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พร้อมให้นายกฯใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 แก้ปัญหาราคาน้ำมัน แจงเหตุไม่เก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น เตรียมอุ้มกลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง เกษตรกร ชาวประมง ขณะที่คดีกักตุนน้ำมัน-น้ำมันหาย ดีเอสไอรอเก็บข้อมูลเพิ่มจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทุกภาคส่วน หลังภาครัฐประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซลที่ราคา ทะลุไปกว่า 50 บาทต่อลิตร ทำให้ต้องจับตามาตรการต่างๆที่รัฐบาลจะนำออกมาใช้ในสัปดาห์นี้เพื่อลดผลกระทบรุนแรง“เอกนิติ” งัด ม.162 ถก ครม.นัดพิเศษทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ให้สัมภาษณ์ว่า คตร.ประชุมต่อเนื่อง 3 วันจนถึงคืนวันที่ 5 เม.ย. ไม่ใช่การเรียกโรงกลั่นมาต่อรองตัวเลข แต่เป็นการบังคับกางบัญชีขอข้อมูลต้นทุนที่แท้จริง และราคาขายจริงเพื่อคำนวณหาผลประโยชน์ส่วนเกินด้วยสูตร ของรัฐ โดยจะนำเสนอข้อสรุปเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ในคืนวันที่ 6 เม.ย. ถือเป็นครั้งแรกที่จะอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน ให้สามารถบริหารราชการแผ่นดิน และช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยไม่ต้อง รอการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาซัดค่าการกลั่น 14 บาท “ตัวเลขทิพย์”นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวที่ว่า ค่าการกลั่นพุ่งสูงถึง 14-17 บาทต่อลิตรนั้น จริงๆเป็น ตัวเลขอ้างอิง คุยกันในที่ประชุม คตร.เราเรียกกันว่า ตัวเลขทิพย์ที่ใช้อ้างอิงโดยไม่สะท้อนต้นทุน หรือ ความเป็นจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน คตร.เตรียมเสนอให้มีการรายงานตัวเลขที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความ เข้าใจแก่ประชาชน จากการเรียกตรวจสอบบัญชีต้นทุน ของโรงกลั่นแต่ละแห่งอย่างละเอียดพบว่าปัจจุบันเกิดความผิดปกติในโครงสร้างราคาจากภาวะสงคราม ทำให้เกิดค่าพรีเมียมความเสี่ยง (War Premium) น้ำมันกลายเป็นของขาดแคลนที่ใครอยากได้ต้องยอม จ่ายแพง ประกอบกับไทยอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ ซึ่งราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงกว่าน้ำมันดิบมาก ทำให้ในเดือน มี.ค. จนถึง เม.ย. โรงกลั่นมีผลประโยชน์ ส่วนเกินเกิดขึ้นจริง เนื่องจากราคาขายพุ่งสูงกว่าต้นทุน ค่าการกลั่นในปัจจุบัน จึงต้องบวก War Premium เข้าไป ทำให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในอดีตที่ 2.45 บาท ต่อลิตร แต่ไม่ได้สูงลิ่วถึง 14-17 บาทให้นายกฯใช้ พ.ร.ก.2516 สางปัญหานายเอกนิติกล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะอดีตเดือน มี.ค. เนื่องจากกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง รัฐบาลจะใช้ วิธีให้กระทรวงพลังงานไปเจรจากับโรงกลั่น เพื่อขอนำ ผลประโยชน์ส่วนเกินตรงนี้มาช่วยลดภาระประชาชน คล้ายกับโมเดลในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน 2.ระยะอนาคต ตั้งแต่ เม.ย. เป็นต้นไปจะใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและ ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สามารถกำหนดราคา และค่าการกลั่นในอนาคตได้เลย ซึ่งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน จะเรียกประชุมในวันที่ 7 เม.ย.นี้ นำเอาต้นทุนที่แท้จริง ราคาขายจริง และกำไรเฉลี่ยในอดีตมาเป็นมาตรฐานในการคำนวณ และกำกับดูแล จากนี้ไปการประกาศตัวเลขของกระทรวงพลังงานต้องแยกบรรทัดให้เห็นชัดเจนว่า ส่วนใดคือค่าการกลั่นปกติ ค่าพรีเมียมความเสี่ยง จะ เหมารวมเป็นค่าการกลั่นอย่างเดียวไม่ได้แจงเหตุไม่กำหนดค่ากลั่นตายตัวส่วนเรื่องค่าการกลั่น นายเอกนิติกล่าวว่า กระทรวงพลังงานประเมินว่าค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมย้อนหลัง 5 ปี ยังอยู่ที่ 2.45 บาท และที่ตอนนี้ไม่สามารถกำหนดเพดานราคาค่าการกลั่นตายตัวได้เพราะโครงสร้างต้นทุนของทั้ง 6 โรงกลั่นแตกต่าง กันมาก เช่น มีโรงกลั่นแห่งหนึ่งเจอปัญหาน้ำมันนำเข้า ติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้องแบกรับค่าพรีเมียมความเสี่ยงที่สูงกว่าโรงกลั่นอื่น หากรัฐบาลกำหนดเพดานกำไรตายตัว โรงกลั่นแห่งนี้จะขาดทุนทันที และอาจแก้ปัญหาด้วยการทิ้งน้ำมันไว้ที่เดิม ไม่ยอมนำเข้ามากลั่น จะสร้างปัญหาใหญ่กว่าคือปัญหา น้ำมันขาดแคลน และที่ไม่ใช้ภาษีลาภลอย เพราะกระทรวงการคลังศึกษาแล้วพบว่าเหมาะกับผลประโยชน์ ที่เกิดขึ้นแล้วขึ้นเลยแบบถาวร เช่น มีถนนตัดผ่านหน้า บ้านทำให้ราคาที่ดินขึ้น แต่ราคาน้ำมันมีความผันผวน มีขึ้น มีลง การใช้ พ.ร.ก.ปี 2516 จึงเป็นกลไกที่จัดการ ได้เร็วกว่าและเหมาะสมกับสถานการณ์ฉุกเฉินมากกว่าอุ้มเปราะบาง “คนละครึ่งพลัส” มีแน่นายเอกนิติยังกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนว่า จะมีการประชุม ครม. ภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นแล้ว ในวันที่ 11 เม.ย.เน้นไปที่มาตรการแก้ปัญหาผลกระทบจากราคาน้ำมันโดยตรงก่อน พุ่งเป้าเยียวยาไปที่กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง เกษตรกร และชาวประมง ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีแน่ และทำแน่แต่จะยังไม่ออกในวันที่ 11 เม.ย.นี้ เพราะต้องแยกส่วนเก็บไว้ใช้เป็นกลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพในระยะต่อไป เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานจะลุกลามไปถึงต้นทุนราคาสินค้าและภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างแน่นอน“อนุทิน” เตือนน้ำมันแพง–หายากขึ้นต่อมาเวลา 13.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางว่า สถานการณ์ขยายวงสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงกลั่นน้ำมันเพิ่มมากขึ้น สภาวะเช่นนี้ทำให้โลกต้องเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤติพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานน้ำมัน ที่ต้องขนส่งจากตะวันออกกลางไปทั่วโลก เชื่อได้เลยว่าความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้น และอาจกินเวลายาวนานกว่าจะยุติ ปัญหาจากนี้ไม่ใช่แค่น้ำมันแพงขึ้น แต่การจัดหาน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จะทำได้ยากขึ้น แม้ไทยมีการสำรองน้ำมันอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่เรายังมีความเปราะบางในฐานะประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันในปริมาณที่สูงจากประเทศผู้ค้าน้ำมันต่างๆ จึงมิอาจนิ่งนอนใจต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความเข้าใจในเหตุการณ์ และหาหนทางในการบริหารสภาวะน้ำมันภายในประเทศ ให้มีผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชนเข้มประหยัดพลังงาน “WFH–WFA”นายอนุทินระบุอีกว่า ในภาคส่วนราชการ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ข้าราชการทำงานจากบ้าน หรือ Work From Home รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานในส่วนอื่นไปก่อนแล้ว วันนี้จำเป็นต้องกำชับให้ทุกหน่วยงานราชการเข้มงวดในทางปฏิบัติ และขอความร่วมมือประชาชนและภาคเอกชนร่วมกันประหยัดพลังงานในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น WFH หรือ WFA (Work From Anywhere-ทำงานจากทุกที่ที่สะดวก) ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การใช้ยานพาหนะร่วมกันในลักษณะ Carpool รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างตระหนักรู้ ในอนาคตอันใกล้อาจมีมาตรการอื่นมานำเรียนพร้อมเหตุผลเพื่อความเข้าใจและความร่วมมือกันต่อไปขอให้เชื่อมั่นรัฐบาลแก้วิกฤตินายอนุทินระบุด้วยว่า ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนทุกคนอย่างเต็มความสามารถ ไม่มีวันท้อหรือเหน็ดเหนื่อย ยังเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าในทุกวิกฤติมักมีโอกาสควบคู่กันเสมอ ตนสามารถสร้างโอกาสมาชดเชยและทดแทนสิ่งที่เราต้องสูญเสียไปในห้วงวิกฤติได้ทุกครั้ง ด้วยพลังแห่งความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย พวกเราจะสามารถฟันฝ่าและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากในครั้งนี้ไปได้ด้วยดีเหมือนทุกครั้ง วันนี้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งแก้ไขปัญหาและขจัดอุปสรรค เพื่อนำคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกลับคืนมายังพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุดเรียก รมต.เศรษฐกิจถกปมน้ำมันแพงต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เรียกนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประชุมหารือเรื่องปรับปรุงโครงสร้างราคาขายส่งน้ำมันหน้าโรงกลั่น ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.นัดพิเศษช่วงค่ำวันที่ 6 เม.ย.นี้ เพื่อให้มีมติเห็นชอบ“รุทธพล” เรียกประชุมคดีน้ำมันวันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งแต่ช่วงสาย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เชิญคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมัน ครั้งที่ 1 เพื่อติดตามความคืบหน้าและดูรายงานผลการตรวจสอบ โดย พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวหลังการประชุมที่ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงว่า วันนี้มารับฟังข้อมูลจากอธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสืบสวนว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง ข้อมูลมาจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน กรมการขนส่ง เป็นข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่เรามีกรอบการทำงาน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษชี้แจงให้ฟังแล้วเป็นที่น่าพึงพอใจ และจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ดีเอสไอก็ทำงานไม่ได้หยุด ในการรวบรวมข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในวันนี้รอประชุมบอร์ดรับเป็นคดีพิเศษ รมว.ยธ.กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่ต้องดำเนินการต่อไป ตนมารับฟังความคืบหน้าเพื่อจะได้ประสานข้อมูลให้ หากมีส่วนใดที่ดีเอสไอยังขาดในการประกอบสำนวนการสืบสวน จะช่วยหา ส่วนการรับเป็นคดีพิเศษนั้น หลังจากนี้จะมีการประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ จะแจ้งอีกครั้ง ตอนนี้สืบสวนสอบสวนเบื้องต้นไว้ก่อน แต่การดำเนินการต้องสอบถามวันต่อวัน เพราะจะปรับแผนกันตลอดกำลังสืบสวนปลายทางน้ำมันหายส่วนกรณีที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจในคดีพบการกักตุนน้ำมันนั้น รมว.ยธ. กล่าวว่า ได้นำข้อมูลมารวบรวมและหารือในวันนี้ด้วยเช่นกัน หากพบการกระทำความผิดจะรวบรวมมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน ส่วนกรณีน้ำมันที่หายไปกลางทะเลนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพราะตัวเลขค่อนข้างเยอะ ข้อมูลก่อนหน้านี้ที่แถลงไปคือข้อมูลวันที่ 3 เม.ย. ดังนั้นขอเวลารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมให้ชัดเจน ตอนนี้เราพบการกระทำผิดแน่นอน น้ำมันหายไปแน่นอน ส่วนจะปริมาณ 57 ล้านลิตร หรือ 58-59 ล้านลิตร อย่าเพิ่งยืนยันขนาดนั้น ขอให้อธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน ส่วนปลายทางของน้ำมันที่หายไป ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนว่าปลายทางหายไปไหน ต้องใช้ข้อมูลของ ศรชล.มาประกอบด้วย โดยตนได้สั่งให้ตรวจสอบหาจำนวนเรือว่าใน 96 เที่ยวที่มีการขนน้ำมันใช้เรือทั้งหมดกี่ลำ เพราะบางลำอาจจะวิ่งหลายเที่ยวรอสอบ พี.ซี.สยามปิโตรเลียมส่วนกรณีที่บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ได้ออกคำชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้กักตุนน้ำมันและทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน รมว.ยธ.ระบุว่าตั้งเป็นคดีสืบสวนแล้วจะสามารถเข้าไปสอบปากคำได้เลย ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ส่วนจะเป็นการสอบปากคำที่ จ.สุราษฎร์ธานี หรือที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ คงจะต้องหารืออีกครั้ง คำชี้แจงของทางบริษัท พนักงานสอบสวนจะรับฟัง แต่จะต้องดูพยานหลักฐานและข้อกฎหมายประกอบด้วยพี.ซี. แจงสต๊อกน้ำมันเบนซินไม่ใช่ดีเซลอีกด้านหนึ่ง ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตึกพีซีทาวเวอร์ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เวลา 09.00 น. พ.ท.จำนงค์ วิบูลย์ศิลป์ ผู้จัดการทั่วไป ตัวแทนบริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด พร้อมทนายความ แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดย พ.ท.จำนงค์ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา การเสนอข่าวมีความคลาดเคลื่อนหลายประการ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และการดำเนินธุรกิจของบริษัท ขอเรียนว่าบริษัทเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ผ่านมาบริษัทยืนยันว่าเราได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ระเบียบของกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอดและมีการรายงานข้อมูลที่ครบถ้วนทุกประการ ส่วนที่เป็นข่าวว่าบริษัทกักตุนน้ำมันดีเซล จำนวน 2 ล้านลิตร ข้อเท็จจริงคือเป็นน้ำมันเบนซิน กลุ่มแก๊สโซฮอล์ 95 ที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อดำเนินการทางธุรกิจตามปกติ บริษัทจัดซื้อมาจากโรงกลั่นไว้ในสต๊อกเพื่อไว้จำหน่ายให้กับลูกค้าตามปกติ ยืนยันว่าเรามีบัญชีระบบซื้อขายอย่างถูกต้อง บริษัทไม่ได้กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบแต่อย่างใด โดยเอกสารบัญชีรับจ่ายคงเหลือเป็นเรื่องปกติของระบบซื้อขายและสต๊อกทางธุรกิจพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่พ.ท.จำนงค์กล่าวว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม เจ้าพนักงานระดับจังหวัดเข้ามาตรวจคลังของบริษัทอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 1 เมษายน มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบอีกครั้ง ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าบริษัทกักตุนหรือทำผิดกฎหมาย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น มีการกล่าวหาว่าบริษัทกักตุนน้ำมันก็พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย และทราบข่าวทางสื่อมวลชนว่าขณะนี้บริษัทถูกแจ้ง ความดำเนินคดี แต่ยังไม่ได้รับหมายเรียกหรือการประสานจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ เรายืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานมาทางบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือ ขณะนี้ทางบริษัทได้รวบรวมเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อขายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม พร้อมจะมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 เมษายน ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งในเดือนมีนาคม บริษัทมีการขนส่งน้ำมันเพียง 6 เที่ยว เนื่องจากเราเป็นบริษัทท้องถิ่นขนาดเล็ก และส่งมอบให้กับผู้ค้าตามสัญญาในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนตามปกติยันมีหลักฐานการขนส่งชัดเจนพร้อมกันนี้ พ.ท.จำนงค์ได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับน้ำมันหายไประหว่างขนส่ง 57 ล้านลิตร โดยระบุว่า ในระบบการขนส่งจากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันต่างๆนั้นมีหลักฐานชัดเจน และยืนยันในความบริสุทธิ์ พร้อมจะให้ผู้มีอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ รวมถึงกรณีมีความเห็นทางโซเชียลอาจทำให้บริษัทเกิดความเสียหาย จึงต้องขอสงวนสิทธิ์ทางกฎหมาย เนื่องจากมีผลต่อความเชื่อมั่น และยอดสั่งซื้อลดลงผบ.ทร.เพิ่มกำลังสกัดลอบส่งออกวันเดียวกัน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการป้องกันการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย โดยมอบหมายให้ทัพเรือภาคที่ 1 และทัพเรือภาคที่ 2 เสริมกำลังทั้งทางเรือ อากาศยาน และระบบตรวจจับอื่นๆ เพื่อเพิ่มความถี่และความครอบคลุมของการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางเสี่ยงและพื้นที่ชายแดนทางทะเล การปฏิบัติดังกล่าวมุ่งเน้นการเฝ้าตรวจป้องปราม และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการข่าวกรอง การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายังกองทัพเรือเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเรือประมงระยองเริ่มจอดนิ่งสำหรับความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤติราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพงขึ้นอย่างมากในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น นายกสมาคมประมงระยอง ว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับพุ่งขึ้นต่อเนื่องได้พ่นพิษส่งผลกระทบต่อกิจการเรือประมงทะเลอย่างหนักแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนเวลานี้มีเรือประมงในจังหวัดระยอง โดยเฉพาะบริเวณปากน้ำระยอง กว่า 500 ลำ ต้องจอดนิ่งตามแพปลา งดออกทะเลแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 เพราะสู้ราคาน้ำมันไม่ไหวและไม่คุ้มการลงทุน เนื่องจากการออกทะเลแต่ละครั้งของเรือประมง ค่าใช้จ่ายกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าน้ำมัน ถึงแม้เรือประมงจะหันมาใช้น้ำมันบี 20 จากบนฝั่งที่ราคาลิตรละ 42 บาท จากหน้าคลังน้ำมันและบวกค่าขนส่งอีกตกลิตรละ 43 บาท แทนน้ำมันเขียวกลางทะเลที่ขณะนี้หายไป ยังถือว่าแพงไม่คุ้มทุนวอนรัฐบาลช่วยเหลือก่อนไปต่อไม่ไหวนายพรศักดิ์กล่าวอีกว่า เรือประมงระยองที่ยังออกเรืออยู่ในเวลานี้ เพราะยังมีน้ำมันเรือในสต๊อกเก่าช่วงก่อนขึ้นราคา และคาดว่าช่วงหลังสงกรานต์นี้ น่าจะมีเรือประมงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 เตรียมจอดเพราะสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว จึงอยากวิงวอนถึงรัฐบาล อยากให้ออกมาตรการชดเชยเยียวยาช่วยเหลือด้านราคาน้ำมัน เพื่อพยุงกิจการเรือประมงให้ไปต่อได้ เพราะหากยังปล่อยให้เรือประมงเผชิญชะตากรรมกับราคาน้ำมันเช่นนี้ คาดว่าเรือประมงจบแน่นอน โดยราคาน้ำมันที่ชาวเรือประมงพอจะยืนยันสู้ต่อไปไหวไม่ควรเกินราคาลิตรละ 35 บาท แต่นี่เกินกว่าจะรับได้ไปมากแท็กซี่ภูเก็ตให้บริการปกติส่วนที่ จ.ภูเก็ต หลังเกิดกระแสในโลกโซเชียลว่าแท็กซี่ในพื้นที่งดให้บริการ เพราะน้ำมันแพงนั้น นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การให้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ในจังหวัดภูเก็ตยังคงดำเนินการตามปกติ จากข้อมูลรถแท็กซี่มิเตอร์ในจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 1,798 คัน พบว่าส่วนใหญ่ใช้พลังงานทางเลือกเป็นหลัก โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 742 คัน รถใช้แก๊ส LPG และระบบผสม LPG ร่วมกับเบนซินกว่า 979 คัน ขณะที่รถที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลเพียงอย่างเดียว มีประมาณ 70 กว่าคันเท่านั้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 3.9 ของจำนวนทั้งหมด และจากการตรวจสอบในเขตตัวเมืองภูเก็ต พื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ และบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต อ.ถลาง การให้บริการรถแท็กซี่ยังคงเป็นไปตามปกติ มีรถให้บริการเพียงพอ ไม่พบปัญหาขาดแคลนหรือหยุดให้บริการ ทั้งนี้ ภาพรวมระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดภูเก็ต ยังคงมีความพร้อม สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องคนแห่ใช้รถไฟแทนรถส่วนตัวขณะที่บรรยากาศสถานีรถไฟขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนจำนวนมากเดินทางมาซื้อตั๋วโดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหน้าไปยังปลายทางสำคัญทั้งจังหวัดหนองคายและกรุงเทพมหานคร โดยนายทำเนียบ สุขสันต์ นายสถานีรถไฟขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณการจองตั๋วและผู้โดยสารที่มาใช้บริการรถไฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 30-40 สะท้อนจากยอดจองตั๋วที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ การรถไฟเปิดให้ประชาชนสามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ 180 วัน ส่งผลให้เส้นทางขอนแก่น-กรุงเทพมหานคร และกรุงเทพมหานคร-ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2569 ถูกจองเต็มทุกเที่ยว ทั้งขาไปและขากลับ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก ทางการรถไฟจึงเตรียมจัดขบวนรถพิเศษเพื่อรองรับการเดินทาง รวมถึงเพิ่มจำนวนตู้โดยสารให้เต็มกำลังหน่วยลากจูง นอกจากนี้ รถไฟยังมีบริการขนส่งสินค้าควบคู่กันไป แต่ประชาชนบางส่วนอาจยังไม่ทราบ จึงอยากเชิญชวนให้หันมาใช้บริการมากขึ้น เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ถูกกว่าการขนส่งรูปแบบอื่นอย่างมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่