72% ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล...ถือเป็นตัวเลขที่สูงเอาการจากความคิดเห็นของประชาชน ที่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ นี่เป็นภาพสะท้อนถึงรัฐบาลที่แม้จะยังไม่ได้บริหารประเทศเต็มตัวแต่องคาพยพทุกอย่างพร้อมเสียงสนับสนุนแน่นปั๋งหน้าตา ครม.ชุดใหม่ก็ไปวัดไปวาได้คำถามก็คือทำไมประชาชนจึงคิดเช่นนั้น“อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องนำไปคิดและหาคำตอบให้ได้ เพราะสถานการณ์มันจะเปลี่ยนจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งคือจากวิกฤติพลังงาน อาจจะนำไปสู่วิกฤติรัฐบาลได้นี่พูดจริงนะ...วันนี้รัฐบาลกำลังเจอมรสุมลูกใหญ่จากสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร แต่ผลกระทบนั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ“น้ำมัน” คือตัวแปรสำคัญที่รัฐบาลจะต้องจัดการให้ดีมิฉะนั้นประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่รู้เลยว่าจะแก้อย่างไรเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้นเริ่มจากการถูกโจมตีว่าที่น้ำมันหายไปจากตลาดและราคาแพงขึ้นแต่นายกรัฐมนตรียันไม่มีการกักตุนเพราะเกิดแรงกดดันพุ่งไปที่รัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นมารับผิดชอบแต่เนื่องจากเคยประกอบธุรกิจน้ำมันมาก่อนเลยถูกเหมาว่านี่แหละคือตัวการใหญ่!นายกรัฐมนตรีที่แก้ต่างเรื่องนี้ก็เพียงปกป้องรัฐมนตรีเท่านั้นจนกระทั่งมีการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันส่งขายให้ประเทศเพื่อนบ้านความก็เลยแตก เนื่องจากมีการลักลอบกักตุนน้ำมันสูงถึง 57 ล้านลิตรโดยมีฐานพักน้ำมันที่สุราษฎร์ เรือบรรทุกน้ำมันใช้วิธีการแยบยลขับเรือวนอยู่หลายวันพอน้ำมันขึ้นราคาจึงนำไปขายพูดง่ายๆว่าเป็นแก๊งกักตุน ค้ากำไร และส่งออกน้ำมัน!หลักฐานนี้คือความจริงที่พบว่ามีการกักตุนน้ำมันจริงเพียงแต่ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีแต่จะเกี่ยวข้องกับใครอย่างไรรัฐบาลกำลังไล่ล่าหาความจริงอยู่นี่เป็นภาพสะท้อนว่าข้อมูลในมือรัฐนั้นไม่ครบถ้วนทำให้เกิดปัญหา ผลเสียก็คือรัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือนายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีเอาจริงเอาจังแต่มันก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วไม่ใช่ข้อมูลที่มาจากรัฐบาลเองนายกรัฐมนตรีก็เสียฟอร์มเสียเครดิตในสายตาของประชาชนต่างๆเหล่านี้คือผลเสียและสะท้อนภาพที่ทำให้ความเชื่อมั่นรัฐบาลน้อยลง หากไม่ปรับกระบวนใหม่ นำปัญหาไม่ใช่ตามหลังปัญหาก็ลำบากนายกรัฐมนตรีต้องเข้มข้นมากกว่านี้รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนจะต้องฉับไวแสดงถึงความกระตือรือร้นมากกว่านี้เกรงว่าบริหารประเทศไม่ได้กี่วันก็ต้องจอดแล้ว!“สายล่อฟ้า”