ถ้ากระบวนการยุติธรรมป้อแป้ ชาวบ้านจะรู้สึกหวั่นไหว ถ้ากระบวนการยุติธรรมเข้มแข็ง ชาวบ้านจะรู้สึกอุ่นใจมั่นคง? แต่มันกลับมีเรื่องให้ชาวบ้านเคลือบแคลงอยู่เนืองๆ ทั้งพฤติกรรมตำรวจ ดีเอสไอ อัยการ รวมไปถึงศาลก็ยังถูกตั้งคำถาม ถึงแม้จะน้อยหน่อยกรณีปัญหาล่าสุดเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายกระบวนการสอบสวน เมื่อคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญใน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจาก นายวีรยุทธ สังข์สกุล อดีตปลัดอำเภอท่าชนะ กับพวกรวม 5 คน อุ้มนายทรงพล ธารารักษ์ ไปฆ่าฝังบ่อขยะในพื้นที่ ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 26 ธ.ค.68หลังเกิดเหตุตำรวจเข้าคลี่คลายคดี สามารถออกหมายจับปลัดอำเภอท่าชนะกับพวกรวม 5 คน ดำเนินคดี ฝากขังศาลจังหวัดไชยาไม่ให้ประกัน ส่งตัวเข้าเรือนจำไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.68ระหว่างนี้อยู่ระหว่างผัดฟ้อง เพื่อให้เวลาพนักงานสอบสวนทำสำนวนรวบรวมพยานหลักฐานแต่จู่ๆ น.ส.นรกมล ชูจันทร์ ลูกสาวของ นายทรงพล ธารารักษ์ เหยื่อสังหาร ได้รับแจ้งว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดถูกปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.เนื่องจากขาดฝากขัง 7 ผัด รวม 84 วัน!ลูกสาวเหยื่อถึงกับหูตาแหกโวยวายด้วยความกลัว ทุกฝ่ายทั้งตำรวจและอัยการรีบออกมาชี้แจงถึงเหตุล่าช้าที่ทำให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาไม่ทัน ทั้งที่พยานหลักฐานค่อนข้างแน่นหนาบานเบอะมันน่าจะเป็นการทำสำนวนง่ายๆ เพราะพยานหลักฐานฝ่ายสืบสวนเค้าเอามาประเคนให้หมดแล้ว แต่พนักงานสอบสวนกลับใช้เวลาเกิน 84 วันในการทำสำนวนฟ้องผู้ต้องหา?ฟังความแต่ละฝ่ายที่ออกมาชี้แจง หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานตั้งแต่พนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ พนักงานอัยการ ลามไปถึงศาล!ขอตัดบทสรุปง่ายๆ ไม่ต้องโทษใคร แค่รอดูตอนสำนวนเสร็จต้องเอาตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องถ้ามีใครหายตัวไป โดยเฉพาะหัวโจก เชื่อได้เลยว่างานนี้มีขบวนการช่วยเหลือผู้ต้องหา?"สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม