ไทยเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ B.A.3.2 ผุดขึ้นใหม่ หลังองค์การ อนามัยโลกประกาศให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังแพร่ระบาดในหลายประเทศ แยกย่อยมาจากสายพันธุ์โอมิครอน B.A.3 คาดถือกำเนิดขึ้นในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ มีผลออกฤทธิ์ทำลายเซลล์ ความรุนแรงไม่แตกต่างกับสายพันธุ์เดิม ขณะนี้มีวัคซีนป้องกันยังไม่น่าเป็นห่วงจากกรณีมีกระแสข่าวตรวจพบเชื้อโควิดสายพันธุ์ B.A.3.2 หรือ Cicada แพร่ระบาดในหลายประเทศ โดยเมื่อวันที่ 27 มี.ค. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีพบโควิด สายพันธุ์ B.A.3.2 เพิ่มขึ้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังนั้น ดูจากอาการป่วยยังเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน อาการ คือ มีไข้ น้ำมูก ไอ เจ็บคอ กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังดูแลคือกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว ความรุนแรงของโรคไม่เพิ่มขึ้น ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนยังมีภูมิคุ้มกันอาการป่วยรุนแรงได้ ไม่ต้องกังวลมากเกินไป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในประเทศไทยผู้ป่วยโควิดไม่ได้สูงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่ระหว่างการติดตามว่าจะตรวจพบในไทยเมื่อไหร่ เมื่อเป็นโรคที่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลกก็มีโอกาสมาถึงประเทศไทยเช่นกัน แต่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงขณะที่นายอนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณีดังกล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดพบว่า B.A.3.2 เป็นสายพันธุ์ย่อยที่สืบเชื้อสายมาจากสายพันธุ์โอมิครอน B.A.3 เคยระบาดในวงแคบๆ เมื่อช่วงปลายปี 2564-2565 และได้หายไปจากระบบการเฝ้าระวังถึง 2 ปีเต็ม ก่อนจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับการกลายพันธุ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในส่วนของโปรตีนหนาม (Spike protein) ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปถึง 39 จุดเมื่อเทียบกับบรรพบุรุษของมัน คาดถือกำเนิดขึ้นในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างหนึ่งในระดับพันธุกรรมคือ การขาดหายไปของชิ้นส่วนที่เรียกว่า ORF7 และ ORF8 ชิ้นส่วนเหล่านี้มักมีบทบาทในการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ทำให้นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าอาจส่งผลให้ตัวไวรัสมีความรุนแรงลดลง การเพิ่มจำนวนและการแพร่กระจายของไวรัสระหว่างเซลล์นั้น แทบจะไม่แตกต่างจากสายพันธุ์โอมิครอนอื่นๆ ที่กำลังระบาดอยู่ในปัจจุบันเลย ข้อมูลชี้ว่า พฤติกรรมการทำลายเซลล์และความรุนแรงของมันไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นไปกว่าสายพันธุ์โอมิครอนอื่นๆ ที่เรารับมือกันมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นการขาดหายไปของรหัสพันธุกรรมบางส่วนยังอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ตัวไวรัสมีความรุนแรงลดลงส่วนสถาบันวัคซีนแห่งชาติโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า โควิด-19 สายพันธุ์ Cicada มีจริง เป็นอีกชื่อหนึ่งของสายพันธุ์ B.A.3.2 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน ที่ตั้งชื่อนี้เพราะพฤติกรรม “โผล่มาหลังเงียบไปนาน” เหมือนแมลง cicada ที่อยู่ใต้ดินนานแล้วโผล่มาทีเดียว แต่ไม่ใช่ไวรัสมาจากจิ้งหรีด มีรายงานว่าสายพันธุ์ B.A.3.2 ถูกตรวจพบในหลายประเทศรวมถึงสหรัฐอเมริกา แต่ในระดับโลกพบว่าสัดส่วนยังต่ำมาก และเป็นสายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง Variant Under Monitoring (VUM) ขององค์การอนามัยโลก และวัคซีนยังป้องกันสายพันธุ์ B.A.3.2 ได้ โดยเฉพาะป้องกันอาการรุนแรงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่