อุบัติเหตุสยอง 3 ศพ พ่อค้าผักควบกระบะพาเมียและลูกชายไปส่งของที่ตลาดพุ่งตกถนนกำลังขุดลอกซ่อมพื้นผิวจราจรใหม่ อัดขอบถนนด้านล่างตายยกครัว ชาวบ้านวิจารณ์แซดจุดสร้างทางตั้งไฟกะพริบและกรวยกระชั้นชิดเกินไป ทำให้รถมาเร็วมองไม่ทัน ตำรวจสอบพบผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย สั่งเพิ่มกรวยจากจุดเริ่มต้นยาวไปถึงสิ้นสุดโครงการ พร้อมเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสอบหาผู้รับผิดฐานประมาทเลินเล่ออุบัติเหตุสยองพ่อค้าขับกระบะบรรทุกผักจะไปส่งตลาดเสียหลักพุ่งตกจุดขุดลอกก่อสร้างพื้นผิวถนน พ่อแม่ลูกดับยกคัน 3 ศพ เปิดเผยเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 26 มี.ค. ร.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุริยวงศ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะตกจุดก่อสร้างซ่อมถนนมีผู้เสียชีวิต 3 ศพบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลัก กม.ที่ 35 +400 หมู่ 2 ต.ท่าตลาด ไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมจุดเกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน อยู่ระหว่างก่อสร้างซ่อมผิวการจราจรเลน 3 และ 4 มีการขุดลอกถนนเตรียมเทพื้นผิวถนนใหม่สูงจากระดับแนวถนนเดิมเกือบ 1 ฟุต พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ผฉ 4884 นครปฐม บรรทุกผักมาเต็มคันเสียหลักพุ่งตกลงไปในด้านล่างชนกระแทกขอบปูนพังเสียหายเกือบทั้งคัน แชสซีตัวถังคดงอ หน้ารถยุบไปถึงห้องโดยสารภายในรถพบคนขับและผู้โดยสารเสียชีวิตคาที่ 3 ศพ ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถนำร่างออกมาอย่างทุลักทุเล ทราบชื่อนายนพรัตน์ สว่างวงศ์ไว อายุ 48 ปี คนขับ อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 1 ต.บางระกำ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม น.ส.สุจิรัตตา อรชร อายุ 46 ปี ภรรยานายนพรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 23/2หมู่8 ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี และนายเอกสิทธิ์ สว่างวงศ์ไว อายุ 18 ปี ลูกชายนายนพรัตน์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งไปชันสูตรที่ รพ.นครปฐมสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายนพรัตน์พร้อมเมียและลูกชายบรรทุกผักมาจากตลาดในตัวเมืองนครปฐมจะไปส่งที่ตลาดกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ถึงจุดเกิดเหตุมีการขุดซ่อมพื้นผิวถนน 2 เลน เพื่อเทคอนกรีตใหม่ รถเสียหลักพุ่งชนกรวยตกลงไปด้านล่างเสยขอบปูนอย่างแรงจนห้องเครื่องยุบทั้งแถบ กระจกรถแตกทั้งคันเป็นเหตุให้พ่อแม่ลูกเสียชีวิตยกคันหลังเกิดเหตุชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ว่าการขุดซ่อมถนนดังกล่าวนอกจากทำให้รถติดหนักแล้วช่วงกลางคืนมีการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยไม่ชัด โดยเฉพาะไฟกะพริบที่ตั้งไว้ก่อนถึงขุดก่อสร้างระยะกระชั้นชิด รวมถึงแนวกรวยที่ตั้งไว้เฉพาะจุดก่อสร้าง ทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วมองไม่ทันจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวด้าน พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำไล่ตั้งแต่ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน คนงานจุดที่มีการก่อสร้าง และพยานที่เห็นเหตุการณ์ ตำรวจจะต้องตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ กรณีไฟเตือนกับกรวยจราจรทำตามมาตรฐานหรือไม่ มีการวางตามระยะเตือน วางกี่กรวย กระชั้นชิดหรือไม่ ทั้งนี้ ตามมาตรฐานการซ่อมสร้างถนนและวางกรวยควรวางแนวเฉียงเพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วและเบี่ยงหลบ ต้องใช้วัสดุสะท้อนแสงวางห่างกันกรวยละ 5-10 เมตร และวางแนวยาวก่อนถึงจุดซ่อมแซมอย่างน้อย 50-150 เมตร เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะในเวลากลางคืน“ก่อนหน้านี้มีการประชุมเรื่องโครงการจุดซ่อมสร้างถนนในพื้นที่ ตำรวจกำชับให้ทุกฝ่ายเน้นความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนน หลังเกิดเหตุพบว่ามีการตั้งกรวยแค่จุดซ่อมสร้างเป็นจุดๆเท่านั้น จึงสั่งให้ผู้รับเหมาตั้งกรวยเพิ่มเติมจากจุดเริ่มต้นซ่อมสร้างยาวไปจนถึงจุดสิ้นสุดโครงการระยะทางกว่า 800 เมตร ตรงนี้อยู่ระหว่างสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงสอบแขวงการทางสมุทรสาครเจ้าของโครงการก่อสร้างด้วย เพื่อดูว่าใครที่ประมาทเลินเล่อไม่ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยจะดำเนินคดีถึงที่สุด” ผกก.สภ.สามพรานกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่