สัปดาห์นี้เป็นช่วงที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นำรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีส่งไปตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ และเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำร่างนโยบายรัฐบาลเพื่อนำไปแถลงต่อรัฐสภา จึงจะสามารถใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มรูปแบบ ระหว่างที่อำนาจเต็มยังมาไม่ถึง แต่วิกฤติน้ำมันได้แผ่ผลกระทบออกไปแล้วเต็มพื้นที่ ชาวบ้านจำนวนมากเผชิญความยากลำบาก น้ำมันขาดแคลนในระดับที่สัมผัสได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงานภาพรถยนต์จอดค้างคืนรอเติมน้ำมันกลายเป็นเรื่องชินตาไปเสียแล้ว รถต่อคิวหน้าปั๊มยาวเหยียดเป็นกิโลเมตร เกษตรกรชาวไร่ชาวนาถือแกลลอนมายืนรอเติมน้ำมันเพื่อนำไปใช้กับเครื่องมือทำกิน ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดเพียงวันสองวัน แต่ลากยาวมากว่า 2 สัปดาห์โดยที่ปัญหายังไม่คลี่คลายรัฐบาลเลือกอธิบายสถานการณ์ผ่าน “ตัวเลข” ว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองพอใช้ได้ 90-100 วัน แต่ตัวเลขนั้นจะมีความหมายอย่างไร ในเมื่อประชาชนไม่สามารถเติมน้ำมันได้จริงในชีวิตประจำวัน ถึงจะแถลงทุกวัน ความตื่นตระหนกก็ไม่ได้ลดลง กลับกลายเป็นความเชื่อมั่นค่อยๆลดลงแทนสถานการณ์นี้สะท้อนถึง ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำมัน อย่างชัดเจน ตั้งแต่ระยะแรกรัฐบาลอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะประชาชนแตกตื่นแห่เติมน้ำมันมากกว่าช่วงปกติจนระบบรวน พร้อมสั่งการให้เพิ่มรถขนส่งน้ำมันและเพิ่มรอบวิ่ง เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหายังคงเดิม แถมเจ้าของปั๊มหลายแห่งยังออกมาแฉว่า โควตาน้ำมันที่ได้รับลดลงร้อนถึง คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ออกมาชี้เป้า น้ำมันหายไปจากระบบอาจเกิดจากมีการลักลอบส่งออกน้ำมันทางเรือไปยังประเทศอื่น พร้อมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน จ็อบเบอร์ ผู้ประกอบการขนส่ง สถานีบริการน้ำมัน มาแก้ผ้าจับเท็จดูทีละคนว่าใครคือคนที่กักตุนน้ำมันแต่เค้นถามกันอีท่าไหนไม่รู้ ศบก.กลับจับมือใครดมไม่ได้เลย นายกฯอนุทินยังแถลงข่าวเองว่า ไม่มีไอ้โม่ง อ้างปัญหาหลักมาจากประชาชนยังแห่ซื้อน้ำมันไปเก็บ จึงได้สั่งให้อัดน้ำมันสำรองเข้าระบบให้พอใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ประเมินว่าสถานการณ์จะคลี่คลายใน 1-2 สัปดาห์ตอนนี้ผ่านมา 3 วันแล้ว ความวุ่นวายโกลาหลยังไม่หมด แม้ล่าสุดมีการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน พบบริษัทน้ำมันสต๊อกน้ำมันไว้หลายแสนลิตร จนต้องตั้งชุดเฉพาะกิจไล่ตรวจทั่วประเทศ แสดงว่าปัญหาไม่ได้เป็นเพียงความตื่นตระหนกของชาวบ้านอย่างที่รัฐบาลอ้างบรรยากาศแห่งความสิ้นหวังขาดความเชื่อมั่นเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ในช่วง โควิดระบาด ก็เคยเกิดความโกลาหลจากการเข้าถึงวัคซีนและชุดตรวจ ATK ที่ไม่เพียงพอ หรืออย่างเหตุการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ปลายปีที่แล้ว ทั้งเมืองจมน้ำเป็นเวลานาน ความสูญเสียมหาศาล ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐล่าช้า คุณอนุทินลุยทำงานหนักขยันลงพื้นที่ไม่แพ้ใคร แต่ในแง่ของการรับมือสถานการณ์วิกฤติ กลับวิ่งตามหลังปัญหาอยู่เสมอขณะที่วิกฤติน้ำมันยังไม่คลี่คลาย ผลกระทบเริ่มลามไปยังภาคเศรษฐกิจ 5 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ เนสท์เล่, ยูนิลีเวอร์, สหพัฒนพิบูล, เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ และเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ต่างส่งสัญญาณอั้นราคาไม่ไหว ระบุสาเหตุจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่พุ่งจากค่าน้ำมัน และบรรจุภัณฑ์ขาดแคลนจากวัตถุดิบปิโตรเคมี มีแนวโน้มจะปรับราคาตั้งแต่เดือน เม.ย. ส่วนน้ำมันปาล์มปรับขึ้นราคาไปแล้ว สินค้าอีกหลายรายการกำลังทยอยขึ้นตาม จะโกลาหลยิ่งกว่าน้ำมันเสียอีก ขณะที่สงครามตะวันออกกลางยังไม่รู้ลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ภาวะของแพงทั้งแผ่นดินใกล้มาถึงแล้ว กระทรวงพาณิชย์ในยุคศุภจีจะรับมือไหวไหมเนี่ย.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม