สงครามอ่าวอาหรับใกล้ถึงจุดเดือด อเมริกาส่งเรือรบขนนาวิกโยธินกว่า 2 พันนาย ติดเขี้ยวเล็บ สารพัดอาวุธไฮเทค แล่นเข้าสู่สมรภูมิตะวันออกกลาง จ่อยกพลขึ้นบกลุยยึด “เกาะคาร์ก” แหล่งส่งออกน้ำมัน พร้อมรุกรบภาคพื้นดิน หวังเผด็จศึกยักษ์เปอร์เซีย ชาวโลกหวาดเสียวโรงไฟฟ้า ปรมาณูอิหร่านถูกโจมตี ทิ้งบอมบ์เฉียดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ต้องเร่งอพยพนักวิทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซีย ร่วมครึ่งพัน เตหะรานยอมรับ “ลาจิจานี” ผู้นำเบอร์สองเสียชีวิตจริง ประกาศลั่นรอเวลาสางแค้น กองทัพยิวคุยฟุ้งสังหาร “คาทีป” รมว.ข่าวกรองอิหร่าน ได้อีกศพ ด้าน ผบ.ทร.เผย “เรือมยุรี นารี” ลอยเข้า น่านน้ำอิหร่านแล้ว จี้กระทรวงการต่างประเทศเร่งเจรจาหาทางช่วย 3 ลูกเรือไทยชาวโลกยังต้องขวัญผวากันต่อ ภายหลังกองทัพอิสราเอลอ้างว่าได้สังหารนายพลอาลี ลาริจานี ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน แกนนำอาวุโสในรัฐบาลอิหร่าน ระดับรองจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯตั้งรางวัล 10 ล้านดอลลาร์ ให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสแหล่งกบดาน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านประกาศจะแก้แค้นให้หนักขึ้นโหมไฟสงครามรอบอ่าวอาหรับคุโชนทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาติพันธมิตรนาโตปฏิเสธส่งเรือรบเข้าช่วยสหรัฐฯปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันหลัก สร้างความเดือดดาลให้ผู้นำอเมริกา และยิ่งเพิ่มวิกฤติด้านพลังงาน สั่นคลอนสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกเรือรบนำนาวิกฯเข้าสู่สมรภูมิท่ามกลางบรรยากาศการสู้รบที่ดำเนินไปอย่างหนักหน่วงในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้นว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะตัดสินใจเรื่องการใช้กองกำลังภาคพื้นดินต่อประเทศอิหร่านอย่างที่ข่มขู่ไว้ในเรื่องการควบคุมพื้นที่ชายฝั่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หรือเกาะคาร์กของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย แหล่งเก็บน้ำมันดิบสำหรับการส่งออกกว่า 90% ของอิหร่านหรือไม่นั้น สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้รายงานเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า หน่วยรบนาวิกโยธิน ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 31 ของสหรัฐฯ พร้อมกับกองเรือยกพลขึ้นบก นำโดยเรือยูเอสเอส ตริโปลี อยู่ระหว่างเดินทางผ่านช่องแคบมะละกา ทางตอนใต้ของประเทศไทย เพื่อมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังไม่เปิดเผยกรอบเวลาถึงที่หมายอย่างชัดเจนออกจากญี่ปุ่นผ่านสิงคโปร์แล้วสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่า กองเรือที่ 7 ประจำภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และกองเรือที่ 5 ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ระบุเพียงว่ากองเรือยกพลขึ้นบกของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างปิดการแจ้งตำแหน่งเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจทางการทหาร ขณะที่เว็บไซต์มารีนทราฟฟิก ที่รายงานข้อมูลการเดินเรือทั่วโลก ระบุว่าเรือรบไม่ทราบประเภทของกองทัพเรือสหรัฐฯได้เดินทางออกจากเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มี.ค. และได้เดินทางเข้าสู่น่านน้ำของสิงคโปร์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มี.ค. มีความเร็วในการเดินเรือประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทหาร 2 พันนาย–เขี้ยวเล็บเพียบก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีทเจอร์นัลของสหรัฐฯ รายงานว่าเรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส ตริโปลี อยู่ระหว่างการขนหน่วยรบนาวิกโยธินชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 31 ไปเสริมทัพในภูมิภาคตะวันออกกลาง สิ่งที่ถูกขนมาประกอบด้วยทหารนาวิกโยธินชุดเคลื่อนที่เร็วประมาณ 2,200 นาย และเรือยูเอสเอส ตริโปลี นอกจากนี้จะมีขีดความสามารถในการลำเลียงทหารขึ้นฝั่งด้วยเรือโฮเวอร์คราฟต์สะเทินน้ำสะเทินบก และเครื่องบินใบพัดขึ้นลงทางดิ่งรุ่นออสเปรย์ MV-22 แล้ว ยังสามารถทำหน้าที่ส่งเครื่องบินรบพรางเรดาร์ F-35 ที่ประจำอยู่บนเรือ 20 ลำ เข้าทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายทางภาคพื้นดิน หรือสนับสนุนปฏิบัติการรบของทหารราบได้ด้วย“ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด” ไฟไหม้การเคลื่อนกองเรือยกพลขึ้นบกสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่อาจหมายถึงการใช้กำลังทางบกต่อประเทศอิหร่านนั้น มีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ถอนกองเรือบรรทุกเครื่องบิน1กอง ออกจากพื้นที่สงคราม นสพ.เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด ได้เดินทางออกจากตำแหน่งการรบในทะเลแดง มุ่งหน้าไปเทียบท่าที่เกาะครีต ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางภาคใต้ประเทศกรีซ เพื่อซ่อมบำรุง หลังเมื่อวันที่ 12 มี.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องซักรีดในตัวเรือ ลูกเรือใช้เวลาดับไฟนานกว่า 30 ชั่วโมง มีลูกเรือกว่า 200 นายสูดสำลักควัน ในจำนวนนี้มี 1 นายที่ต้องนำเฮลิคอปเตอร์มารับตัวขึ้นฝั่งไปรักษาต่อในโรงพยาบาล เหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้ลูกเรืออย่างน้อย 600 นาย ไม่มีที่นอนต้องไปนอนพักผ่อนตามพื้นหรือโต๊ะในส่วนต่างๆของเรือสหรัฐฯเหลือแค่ 1 กองเรือลุยศึกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว กองทัพเรือสหรัฐฯมิได้เปิดเผยว่าเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด จะเทียบท่าอยู่ที่เกาะครีตนานเพียงใด แต่กรณีนี้ย่อมหมายความว่า สหรัฐฯจะมีกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใช้ในการทำสงครามอิหร่าน เหลือเพียง 1 กอง นั่นคือ “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ที่มีรายงานพิกัดสุดท้ายว่าอยู่ในทะเลอาระเบีย ทางภาคใต้ของประเทศโอมาน ขณะที่ข้อมูลจากกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ยืนยันว่ากองเรือดังกล่าวตกอยู่ภายใต้สถานการณ์สุ่มเสี่ยงจากการโจมตีของกองทัพอิหร่านอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่อาวุธของอิหร่านไม่ได้เฉียดเข้าใกล้ถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อิหร่านวันเดียวกัน องค์การพลังงานปรมาณูแห่งชาติอิหร่านเปิดเผยว่า กองทัพอากาศของสหรัฐฯ-อิสราเอล ได้ปฏิบัติการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมืองบูเชห์รของอิหร่าน โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายร้ายแรง แต่กรณีนี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างภัยคุกคามที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลางเร่งย้ายผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียขณะที่นายอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ผู้อำนวยการบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลรัสเซีย รอสอะตอม ผู้ได้รับสัมปทานหลักในการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์รของอิหร่าน เผยว่า ระเบิดถูกทิ้งลงใกล้ตำแหน่งที่ตั้งของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เปิดใช้งานอยู่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิครัสเซียที่ทำงานอยู่ในไซต์และดำเนินการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์หมาย 2 และ 3 จำนวนกว่า 480คนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและกำลังเตรียมอพยพเพิ่มเติมเตหะรานรับ “ลาริจานี” ตายจริงส่วนกรณีที่นายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ประกาศความสำเร็จในการทิ้งระเบิดสังหารนายพลอาลี ลาริจานี ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน ที่ได้รับมอบอำนาจจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ให้ดูแลกิจการภาพรวมของฝ่ายความมั่นคงในกรณีที่ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตนั้น สำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านต่างยืนยันแล้วว่านายพลอาลี ลาริจานี ได้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศไปพร้อมๆกับ พลจัตวาโกลามเรซา สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธบาซิจ หน่วยรบสาขาของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC)ผบ.อิหร่านลั่นแค้นนี้เอาคืนแน่ขณะที่ พล.ต.อามีร์ ฮาตานี ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพอิหร่าน ประกาศยืนยันว่า จะต้องมีปฏิบัติการล้างแค้น ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ต่อมากองกำลังไออาร์จีซีของอิหร่านยังออกแถลงการณ์สั้นๆว่า ประสบความสำเร็จในการสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายความมั่นคงอิสราเอล แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้ยิงขีปนาวุธโจมตีกว่า 100 เป้าหมายในนครเทลอาวีฟของอิสราเอล ขณะที่บัญชีโซเชียลมีเดียของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยังเผยแพร่ภาพนายเนทันยาฮู นั่งยกหูโทรศัพท์อยู่ข้างนายทหารในกองทัพอิสราเอล พร้อมบรรยายภาพว่า นายเนทันยาฮูให้ไฟเขียวโจมตีสังหารแกนนำระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านสังหาร “คาทีป” รมว.ข่าวกรองต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน นายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ได้เปิดเผยอีกว่า กองทัพอิสราเอลประสบความสำเร็จในการสังหารนายอิสมาอิล คาทีป รมว.ฝ่ายข่าวกรองของอิหร่าน และนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกคำสั่งให้กองทัพอิสราเอลดำเนินการไล่สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านไปได้เลยโดยไม่ต้องรอขออนุมัติจากนายกรัฐมนตรี ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า นายคาทีปมีความใกล้ชิดกับอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน“มยุรี นารี” อยู่ในน่านน้ำอิหร่านส่วนความช่วยเหลือ 3 ลูกเรือคนไทยที่ยังสูญหายไม่ทราบชะตากรรม หลังถูกขีปนาวุธกองทัพอิหร่านโจมตีใส่เรือขนส่งสินค้า “มยุรี นารี” เรือพาณิชย์สัญชาติไทย ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในน่านน้ำประเทศโอมาน และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ออกมารับว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่านแล้ว และทางอิหร่านรับปากจะช่วยค้นหาลูกเรือชาวไทยทั้ง 3 คนนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประสานงานช่วยเหลือลูกเรือไทย “มยุรี นารี” อีก 3 คนว่า มีรายงานครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 วันก่อนจากประเทศโอมาน ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพเรือไทย และช่วยติดตามเรือของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดกำลังไปเฝ้าติดตามสถานการณ์ให้ แต่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา กองทัพเรือโอมานรายงานว่า เรือลำดังกล่าวได้ลอยลำข้ามแดนไปยังน่านน้ำประเทศอิหร่าน ทำให้กองทัพเรือโอมานไม่สามารถติดตามได้ส่งไม้ต่อ กต.เจรจาช่วย 3 ลูกเรือพล.ร.อ.ไพโรจน์กล่าวต่อว่า กองทัพเรือโอมานรับปากว่า หากเรือลำดังกล่าวลอยกลับเข้ามายังเขตน่านน้ำโอมาน จะติดตามสถานการณ์ให้ทราบ เรื่องนี้ได้แจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แล้ว ขอให้ไปดำเนินการเจรจากับอิหร่าน ช่วยดูลูกเรือไทยต่อไป ส่วนการแจ้งเตือนของกองทัพเรือ ได้แจ้งเตือนไปแล้ว 6 ฉบับตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง จะแจ้งเตือนไปยังสมาคมเจ้าของเรือไทย เพื่อแจ้งไปยังลูกข่ายให้ทราบว่า ตรงจุดใดมีความเสี่ยง เช่น ช่วงแรกเมื่อมีความขัดแย้ง ได้แจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยง และเมื่อได้ข้อมูลว่ามีการเตือนเรื่องทุ่นระเบิด ได้แจ้งเตือนอีกครั้ง รวมทั้งแจมระบบหาเรือดาวเทียมให้ได้รับทราบว่าอยู่ในจุดที่ต้องระมัดระวัง ถือเป็นงานปกติที่กองทัพเรือดำเนินการอยู่ กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์ และหาทางช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คน ต้องประสานไปยังประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น ประเทศโอมาน หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้จะไม่มีเรือไทยอยู่ในน่านน้ำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ตามอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่