ปมน้ำมันลามไปทุกหย่อมหญ้าจากเหตุสงคราม กระทบพลังงานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ความเดือดร้อนขยายวงทั่วถึง จากกลุ่มเกษตรกรมาถึงรถบรรทุกขนส่ง อุตสาหกรรม กระทั่งคนบาดเจ็บล้มตาย บางวัดศพยังรอน้ำมันมาเติมเตาเผา ส่วนรถกู้ภัยต้องลดคิววิ่ง ประหยัดน้ำมัน ฯลฯที่รัฐบาลประสานเสียง น้ำมันเต็มสต๊อก อยู่สบายๆง่ายจัง อีก 3 เดือนต่ำๆ จริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่เป็นเรื่องกระทบเครดิตความน่าเชื่อถือของรัฐบาล “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” แบบเต็มๆ เพราะเริ่มพูดกันแล้วว่าไม่ใช่แค่ปัญหาการสื่อสาร ไม่ใช่แค่เรื่องการขนส่งขาดตอน ทำน้ำมันขาดช่วง และไม่ใช่แค่ที่ชี้นิ้วโทษไปที่ประชาชนแตกตื่นเกิดอุปาทานหมู่ แห่ไปแย่งน้ำมันของจริงคือรัฐบาลจัดการไม่ขาดเริ่มมีเสียงปรามาสว่า “มือถึง” หรือไม่แถมเริ่มมีข้อสงสัยได้กลิ่นตุๆ โรงกลั่นยักษ์ใหญ่กักตุน เล่นแร่แปรน้ำมัน “กั๊กของ” มีบางฝ่ายได้ลาภลอย โกยแหลกช่วงชุลมุน ตามตำรา “ในวิกฤติย่อมมีคนมั่งคั่ง”รวมทั้งคำถามโครงสร้างราคาน้ำมันไม่เคลียร์ ทั้ง “น้ำมัน 2 ราคา” ขายส่งกับขายปลีก ช่องว่างราคาห่างกันลิบ โรงกลั่นกั๊กของ เลือกปล่อยขายที่ได้ราคาดี แถมมีเงินอุดหนุนชดเชย ขณะที่ผู้ประกอบการเจ้าใหญ่ก็ย่อมเลือกที่ถูกกว่า มาแย่งเติมปั๊มบริการชาวบ้าน ฯลฯยังไม่รวมปมค้างเก่า ทั้งเลือกปฏิบัติส่งออกน้ำมันไปเพื่อนบ้านบางประเทศ มีลับลมคมใน เอื้อธุรกิจผลประโยชน์แลกเปลี่ยนบิ๊กรายใดหรือไม่ ข้อคลางแคลงน้ำมันที่ว่าเต็มสต๊อกของเก่า ทำไมถึงอ้างราคาขายใหม่ รับเงินกองทุนมาชดเชย จนล่าสุดก็ต้องทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นขั้นบันไดรวมทั้งหลายฝ่ายก็ออกมาเสนอแนวทางแก้วิกฤติ ทั้งงัดกฎหมายเก่า ให้อำนาจนายกฯบริหารจัดการเบ็ดเสร็จในภาวะวิกฤติ หรือออกกฎหมายลาภลอยมาปันกำไรท่วมจากโรงกลั่น เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับชาวบ้านเอาเข้าจริง ทั้งหมดที่ว่ามา ทุกปมปัญหารัฐบาลรู้ กระทรวงพลังงานทราบ “นายกฯอนุทิน” เข้าใจ ฉะนั้นถ้ามองในแง่ดี ไม่ถึงขั้นกล่าวหาว่าไร้น้ำยา แต่ก็ต้องบอกว่าประสิทธิภาพรัฐบาล “พร่อง” ไปมากแถมทำ “ดรีมทีม” เทคโนแครตหน้าใส หน้าเหี่ยวแห้งเป็นแถวต้องรับบทหนัก ทั้ง “เอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและ รมว.คลัง “ซุปเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ พ่วง “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ว่าที่รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศรวมทั้ง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ว่าที่รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ที่รับเป็นแม่ทัพคุมวิกฤติต้องพากันตอบคำถามเป็นรายวัน เรื่องผลกระทบราคาน้ำมัน คุมราคาโรงกลั่น แผนลดภาษีสรรพสามิต การดูแลราคาสินค้า ปัจจัยการผลิตเกษตร ไปจนถึงการจัดหาแหล่งพลังงานใหม่จากไหน ใช้ได้หรือไม่ทีมในฝันที่ปั่นจนหรู จ่อฝันร้ายเมื่อเจอของจริงและที่ทำท่าจะลอยตัวเบามือไปแล้ว “รมต.โด่ง” อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ที่ไม่ได้ตั๋วไปต่อ ห้วงเปลี่ยนผ่านรอเจ้ากระทรวงคุมพลังงานคนใหม่ เลยดูไม่เข้ม ว่าไปตามสถานการณ์รูทีนงานประจำเพราะแบ็กอัปเจ้าเก่าขาใหญ่ดั้งเดิมพลังลด หลุดผังอำนาจรอบนี้ ปล่อยให้บรรดาคู่แข่งขันคนการเมืองขาใหญ่ ต่างแฝงเงาสปอนเซอร์ยักษ์หนุนหลัง เปิดศึกมะรุมมะตุ้มห้ำหั่นกันดุเดือดกระทรวงพลังงานจึงยังเป็นแดนสนธยา แย่งตั๋วกันเฝ้าขุมทรัพย์ ส่วนทุกข์ร้อนประชาชนไว้ทีหลังแน่นอน โจทย์หนักทั้งหมดจึงอยู่ที่หัวเรือใหญ่ “นายกฯอนุทิน” และ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ จะเลือกงานเพื่อประเทศ หรือเน้นเฟ้นคนมากอบโกยกับเส้นทางอำนาจรัฐบาลสีน้ำเงินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ และพลังแฝงพลังหนุนแต่เส้นทางบริหารชักขรุขระ เต็มไปด้วยขวากหนามหลังนั่งเก้าอี้ “นายกฯตัวจริง” รัฐบาลภูมิใจไทยพลัส เฟส 2 ได้ลาภก้อนใหญ่ พร้อมทุกข์ก้อนโต ห้วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เลิกคิดได้ เพราะต้องเร่งประเดิมโจทย์ยาก สงคราม พลังงาน เป็น “ทุกขลาภ” ของ 2 น.และโจทย์ใหญ่ของดรีมทีม เทคโนแครตที่ผู้คนคาดหวังก็อย่าให้กลายเป็น คบผู้ใหญ่สร้างบ้าน มองดูมืออาชีพเล่นขายของในภาวะวิกฤตินี้เลย.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม