“สหพันธ์การขนส่งทางบก” ไม่ทน รวมพลัง “Truck Power” รวมพลคอนวอย 13 สมาคม ชุมนุมแหลมฉบัง จี้รัฐแก้วิกฤติ น้ำมัน-โครงสร้างพลังงาน โต้รัฐปมน้ำมันขาดแคลนไม่จริง ชี้ปัญหามาจากการบริหาร วอนตรึงราคาดีเซล 30 บาท พร้อมเสนอปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ ด้าน “พิพัฒน์” จ่อกระชากหน้ากากคนโกหก ปมน้ำมัน ล่องหน ชี้เป้าลักลอบส่งออกทางเรือ นายกฯอนุทินสั่งนัดถกใหญ่ 19 มี.ค. แก้ผ้าดูทีละคน วอนกลุ่มประมงอย่าปิดอ่าว เสนอทางรอดใช้น้ำมัน B20 ยันรัฐไม่ได้จำกัดโควตา วอนประชาชนอย่าด่าเด็กปั๊ม ศุภจีสั่งปูพรมตรวจสินค้าทั่วประเทศ ประกาศห้าม กักตุนหรือขึ้นราคา พร้อมเปิดประชาพิจารณ์ 15 วัน เตรียมเพิ่มลิสต์บัญชีสินค้าและบริการควบคุม ขณะที่ “เอกนิติ” ย้ำเป็นรัฐบาลรักษาการ ออก พ.ร.ก.ค้ำประกัน กู้เงินกองทุนน้ำมันไม่ได้ สั่งคลัง-สภาพัฒน์ เตรียมลดภาษี ออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ย้ำไม่พับ แผน “คนละครึ่ง” ส่วนสถานการณ์น้ำมันต่างจังหวัดยังอลหม่าน หมอลำบ่นพึมเดินทางสุดยากลำบาก หวั่นไร้คนจ้างงานจากปัญหาน้ำมันสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆทั่วประเทศ ที่เป็นปรากฏการณ์จากปัญหาการจัดการของผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโหมให้ข่าวการขาดแคลนน้ำมันจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและพากันปั่นกระแสข้อมูลเกินความจริง จนทำให้ประชาชนตื่นตระหนก หวั่นจะไม่มีน้ำมันใช้แห่นำรถไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้น้ำมันตามสถานีบริการต่างๆ หมดลงอย่างเร็วกว่าปกติ จนเกิดการขาดแคลนหรือมีการจำกัดการเติมน้ำมัน ซ้ำร้ายยังมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นอีก สร้างความปั่นป่วนและความเดือดร้อนแก่ผู้คนทุกสาขาอาชีพนั้นสหพันธ์ขนส่งฯรวมตัวจี้ปัญหาน้ำมันเมื่อตอนสายวันที่ 18 มี.ค. นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมเครือข่ายผู้ประกอบการรถบรรทุก 13 สมาคมในนามสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พากันรวมตัวที่บริเวณถนนสุขุมวิท ใกล้ทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี สะท้อนความเดือดร้อนจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศนายทองอยู่กล่าวว่า การรวมตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและโต้แย้งข้อมูลของภาครัฐที่ระบุว่า สาเหตุการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ เกิดจากรถขนส่งน้ำมันไม่ออกปฏิบัติงาน สหพันธ์ฯตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากการบริหารจัดการของภาครัฐ ทั้งในเรื่องการจัดสรรโควตาน้ำมันและช่วงเวลาการปล่อยน้ำมันจากคลังที่ไม่สอดคล้องกับระบบขนส่ง ทั้งนี้ ภาคการขนส่งทางถนน ถือเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจประเทศ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการกว่า 140,000 ราย รถบรรทุกประมาณ 1.5 ล้านคัน เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฯ ราว 400,000 คัน ทำหน้าที่ขนส่งสินค้าทุกประเภท ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ของระบบเศรษฐกิจไทยชี้ขาดแคลนน้ำมันครั้งนี้ผิดปกติประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศ ไทย กล่าวด้วยว่า สหพันธ์ฯตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันครั้งนี้ผิดปกติ อาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนพลังงานที่แสวงหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ รวมถึงการสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนเกิดการกักตุน ท่ามกลางข้อมูลที่ไม่ชัดเจนจากภาครัฐ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจพลังงาน ตลาดทุน และภาคเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยยังออกแถลงการณ์ภายใต้กิจกรรม “Truck Power” ที่บริเวณหน้าตลาดบิ๊กฟู้ด ถนนสุขุมวิท แหลมฉบัง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อกระทรวงพลังงานและกระทรวงคมนาคมเมื่อวันที่ 13 มี.ค. แต่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม สหพันธ์ฯ ระบุด้วยว่า พยายามผลักดันข้อเสนอมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการประชุมกำหนดมาตรการเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ก่อนยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 13 มี.ค. นำมาสู่การจัดกิจกรรมในวันที่ 18 มี.ค.เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหายื่น 5 ข้อเสนอ–ตรึงดีเซล 30 บาทนายทองอยู่กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนอหลักที่ยื่นต่อรัฐบาลมี 5 ประการ เร่งด่วนที่สุดคือการตรึงราคาน้ำมันดีเซลแบบหมุนเวียนที่หน้าปั๊มให้อยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ใช้น้ำมันทุกภาคส่วนมีเวลาในการปรับตัวต่อสถานการณ์ที่ผันผวนพร้อมเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในปั๊มของผู้ค้ารายย่อย ยกเลิกการจำกัดโควตา เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งน้ำมันผ่านทุกช่องทาง ทั้งท่อขนส่ง รถไฟ รถบรรทุก และเรือ นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐดูแลโครงสร้างราคาน้ำมันให้เป็นธรรม กำหนดส่วนต่างราคาหน้าคลังระหว่างผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยไม่เกิน 0.50 บาทต่อลิตร เพื่อให้ปั๊มเอกชนกว่า 20,000 แห่งสามารถดำเนินกิจการได้เรียกร้องแก้ปัญหาจราจรแหลมฉบังส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานสหพันธ์ฯเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาการจราจร ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ที่เป็นคอขวดสำคัญของระบบโลจิสติกส์ เสนอให้กำหนดระยะเวลาเข้า-ออกท่าเรือไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อเที่ยว จัดตั้งพื้นที่พักตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 500 ไร่ นำระบบดิจิทัล หรือ AI มาใช้บริหารจัดการข้อมูลล่วงหน้า รวมถึงปรับปรุงสัญญาสัมปทานของท่าเทียบเรือที่หมดอายุ เพื่อให้ภาครัฐสามารถกำกับดูแลราคาและคุณภาพบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเสนอให้ใช้โอกาสในช่วงวิกฤติ เร่งปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ กำหนดราคาหน้าโรงกลั่นที่เป็นธรรม ไม่อิงราคาสิงคโปร์ ปรับระบบกระจายเชื้อเพลิงให้เกิด “ราคาเดียวทั่วประเทศ” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ รวมถึงใช้กฎหมายที่มีอยู่จัดการโครงสร้างสัมปทานและกลุ่มทุนพลังงานอย่างจริงจัง วิกฤติครั้งนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ เป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน กับกลุ่มทุนพลังงาน ก่อนที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะขยายตัวรุนแรงมากขึ้น“พิพัฒน์” ประชุมสมาคมประมงฯต่อมาเวลา 14.00 น.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นตัวแทนรัฐบาลในการรับเรื่องและหารือกับสมาคมประมงแห่งประเทศไทยที่กำลังประสบปัญหาราคาน้ำมันแพง หลังเสร็จประชุมในเวลา 16.10 น. นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ปกติกลุ่มเรือประมงจะใช้น้ำมันเขียว คือน้ำมันที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีราคาถูกกว่าหน้าปั๊มปกติถึงลิตรละ 10 บาท ปัจจุบันแม้กองทุนน้ำมันจะช่วยชดเชยให้เหลือลิตร 20 บาท แต่ราคาหน้าโรงกลั่นก็ยังสูงกว่า ทำให้ชาวประมงรับต้นทุนไม่ไหวและต้องยอมจอดเรือทิ้งไว้ให้เรือประมงเติม B20 ลดต้นทุนนายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้เสนอทางออกให้กลุ่มเรือประมงหันมาใช้น้ำมัน B20 ไปก่อน จะช่วยลดต้นทุนลงได้ลิตรละ 5-7 บาท เนื่องจากเรือประมงทุกลำสามารถรองรับได้และได้ขอร้องให้สมาคมประมงใช้แนวทางการเจรจากับรัฐบาล แทนการประท้วงด้วยการนำเรือไปปิดอ่าวหรือแม่น้ำ ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป ในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 13.00 น. สมาคมประมงจะส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ที่รัฐสภาเพื่อหารือเรื่องโครงสร้างภาษีและหาทางออกร่วมกันต่อไปประชุมทุกฝ่ายจับแก้ผ้าดูทีละคนนายพิพัฒน์ยังกล่าวถึง กรณีที่ปริมาณน้ำมันยังมีไม่เพียงพอในสถานีบริการว่า กระทรวงพลังงานยืนยันว่ามีสต๊อกน้ำมันเหลือถึง 101 วัน โรงกลั่นก็ยังทำงานเต็มกำลังการผลิตทุกวัน แต่การที่หน้าคลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่ายให้ผู้ประกอบการ ประชาชนมีน้ำมันเติมไม่เพียงพอ แสดงว่าต้องมีคนโกหก ตัวอย่าง สถานีบริการน้ำมันของตนอดีตเคยได้รับน้ำมันวันละ 15,000 ลิตร ปัจจุบันบางยี่ห้อส่งให้เพียง 4,000-5,000 ลิตรเท่านั้น ทำให้น้ำมันหายไปถึง 1 หมื่นลิตร ดังนั้นข้อสันนิษฐานเดียวที่เป็นไปได้คือ อาจมีการลักลอบส่งออกน้ำมันทางเรือไปยังประเทศอื่น ได้ทวงถามไปยังกรมธุรกิจพลังงานว่า ได้สั่งงดการส่งออกน้ำมันทางเรือแล้วหรือไม่และเพื่อความกระจ่างเรื่องนี้ นายกฯให้เรียกประชุมใหญ่ที่รัฐสภา เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสายงานพลังงานทั้งหมด ทั้งโรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่ง คลังน้ำมัน มาหารือร่วมกันเพื่อแก้ผ้าดูทีละคน จับเท็จให้ได้ว่าใครคือคนที่กักตุนหรือน้ำมันหายไปอยู่ที่ใครกันแน่โต้รัฐไม่เคยจำกัดโควตาขายน้ำมันสำหรับประเด็นที่ม็อบเรียกร้องให้รัฐยุติการจำกัดโควตาน้ำมันนั้น นายพิพัฒน์ยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยจำกัดโควตาการขายน้ำมัน ผู้ที่จำกัดโควตาคือผู้ค้าน้ำมัน หรือบริษัทแม่ที่จำกัดปริมาณการส่ง ส่วนจะเป็นการกักน้ำมันเพื่อเก็งกำไรของโรงกลั่นหรือไม่ ไม่ใช่อย่างแน่นอน เนื่องจากโรงกลั่นที่ทำงานเต็มกำลัง จะไม่มีพื้นที่แท็งก์เหลือสำหรับเก็บน้ำมัน ทั้งการกักตุนยังมีความเสี่ยงสูง หากสงครามยุติราคาน้ำมันอาจร่วงลงวันละ 20-30 เหรียญได้ทันที“ผมเชื่อว่าไม่มีใครสามารถกักตุนได้ ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มที่ตามคุณประกาศ สมมติว่าผมบอกว่าผมมีกำลังกลั่นวันนึง 300,000 บาร์เรล แต่วันนี้แท็งก์ผมยังมีพื้นที่ว่างสำหรับน้ำมันดิบ ผมก็อาจจะกลั่นแค่ 200,000 บาร์เรล แต่ผมประกาศว่า 300,000 บาร์เรล เก็บไว้เพื่อเก็งกำไร แต่ข้อมูลที่ได้รับมา โรงกลั่นยืนยันว่าปัจจุบันกลั่นเต็มกำลังการผลิต แต่เมื่อกลั่นเต็มที่ทุกวัน น้ำมันก็ต้องมีขายโดยไม่ขาดตลาดเลยแม้แต่วันเดียว การที่น้ำมันหายไปจึงนำมาสู่ข้อสงสัยอื่น เช่น การลักลอบส่งออกทางเรือแทน” นายพิพัฒน์กล่าววอนผู้บริโภคอย่าด่าเด็กปั๊มต่อข้อถามว่า มีการครหาเรื่องการนำน้ำมันสต๊อกเก่ามาขายในราคาแพง นายพิพัฒน์อธิบายว่า กลไกการซื้อขายน้ำมันดิบของโรงกลั่น ต้องสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน ไม่ใช่ซื้อมาขายไปแบบวันต่อวันเหมือนสถานีบริการน้ำมันทั่วไป หากในอนาคตสงครามยุติและราคาน้ำมันลดลง โรงกลั่นต้องแบกรับภาวะขาดทุนเช่นกัน จึงอยากให้สังคมมองในมุมของความยุติธรรมทางการค้า ขอฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถว่า หากเข้าไปเติมน้ำมันแล้วพบน้ำมันหมด ขอความกรุณาอย่าโวยวายหรือต่อว่าพนักงานหน้าปั๊ม เพราะพนักงานไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่สามารถหาน้ำมันมาเติมให้ได้ พร้อมระบุว่า “ถ้าด่าก็ขอให้มาด่าที่ผมดีกว่า ผมพร้อมที่จะรับฟังทุกๆ คำติชม”พณ.ยันสินค้าอุปโภคบริโภคเพียงพอก่อนหน้านี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.05 น. น.ส.กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดแถลงที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าและค่าครองชีพว่า ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจะกระทบกับต้นทุนของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงเตรียมมาตรการรับมือด้านราคา ปริมาณ สินค้า เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและสร้างความมั่นใจว่า สินค้ามีเพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ได้ให้พาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่ติดตามราคาสินค้าและบริการรายวัน ประเมินสถานการณ์ ป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร หรือกักตุนสินค้าเตรียมแผนสำรองรับมือพลังงานพุ่งด้าน น.ส.พัชรี จงรักษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน แถลงว่า มาตรการประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์โลก ตอนนี้หลายภาคส่วนทั่วโลก ได้รับผลกระทบเหมือนกัน ส่วนราคาพลังงานได้ดำเนินการลดผลกระทบที่มีต่อประชาชนในหลายรูปแบบ จะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอความร่วมมือประชาชนประหยัดพลังงานให้มากขึ้น ที่ผ่านมากรมฯขอความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจ ประชาชนทั่วไปประหยัดพลังงาน และยังดำเนินโครงการประหยัดพลังงานพลัสยกกำลัง 2 ที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ที่เป็นกลุ่มใช้พลังงานค่อนข้างสูง อาจกำหนดเวลาเปิดปิดเครื่องจักร ที่จำเป็นต้องใช้พลังงานสูง มีการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ในพื้นที่ประกอบการ รวมถึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการจัดทำแผนประหยัดพลังงานในรอบ 1-3 เดือน ส่วนการสนับสนุนผู้ประกอบการการขนส่ง ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงอุปกรณ์และระบบการจัดการขนส่ง ลง 20-30% วงเงินสูงสุดที่สนับสนุน 2 ล้านบาทต่อสถานประกอบการ และร่วมกับสถาบันการเงิน ปล่อยเงินกู้ที่ค่อนข้างเป็นธรรมกับผู้กู้ ในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์หรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับสถานประกอบการต่างๆศุภจีปูพรมตรวจสินค้าทั่วประเทศด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลราคาสินค้าว่า กระทรวงฯ ดำเนินมาตรการเชิงรุก ใช้กลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาทบทวนรายการสินค้าควบคุมให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือประชาพิจารณ์ เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าที่จำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมในช่วงวิกฤติ จากปัจจุบันที่มีรายการอยู่ในบัญชีทั้งหมด 59 รายการ เบื้องต้นจะใช้เวลาทำประชาพิจารณ์ 15 วัน หลังจากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุม กกร.ได้หารือกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ในการจัดทำสินค้าราคาพิเศษ กระจายไปยังผู้ค้าปลีกค้าส่งทั้ง 77 จังหวัด มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดติดตามดูแลกำกับ ตรวจสอบราคาสินค้าและการกักตุน ร่วมกับคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแจงน้ำมันมีหลายปัจจัยคุมไม่ได้เวลา 20.04 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้ามายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค. นายอนุทิน เปิดเผยว่า มาทำเนียบฯเคลียร์เอกสารที่เต็มโต๊ะทำงาน เรื่องพลังงานติดตามอยู่ตลอด แม้เดินทางไปต่างประเทศ 3 วัน ก็มีการประชุมหารือกันตลอด รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่แต่ต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย เมื่อถามถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ระบุว่า จะจับคนโกหกเรื่องโรงกลั่นน้ำมัน ในการประชุมวันที่ 19 มี.ค. นายกฯกล่าวว่า ไม่มี อย่าเพิ่งไปคิดว่าใคร ทุกคนพยายามที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนน้อยที่สุด มีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เนื่องจากเป็นของต้องนำเข้ามาและมีสถานการณ์ในพื้นที่นั้น แต่จะบริหารจัดการภายในประเทศให้เกิดความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด ตอนนี้ความต้องการใช้เยอะ ต้องไปหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้จำนวนน้ำมันและการนำน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศ รวมไปถึงส่วนผสมต่างๆเพิ่ม สำรองให้มีมากขึ้นรัฐบาลรักษาการออก พ.ร.ก.ไม่ได้วันเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า จากการหารือกับฝ่ายกฎหมาย ได้รับคำตอบว่า รัฐบาลรักษาการยังไม่สามารถออก พ.ร.ก.เพื่อค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติมได้ในขณะนี้ เนื่องจากติดข้อจำกัดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 169ที่ห้ามมิให้รัฐบาลออกมาตรการที่มีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลหน้า การออกกฎหมายดังกล่าวจะต้องรอจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เสียก่อน และกองทุนน้ำมันจะยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาเสถียรภาพไปก่อน ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง เตรียมพร้อมมาตรการรองรับ กรณีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องใกล้ถึงขีดจำกัด ทั้งการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ปัจจุบันมีศักยภาพอยู่ เพราะตอนนี้เก็บรายได้สูงกว่าเป้าคลัง–สภาพัฒน์เตรียมลดภาษีนายเอกนิติกล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์ร่วมกันศึกษาออกแบบมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม คำนึงถึงความแตกต่างของผลกระทบที่ประชาชนและภาคธุรกิจแต่ละประเภทได้รับ แม้มาตรการบางส่วนจะยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ ระหว่างที่ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่การเตรียมความพร้อมดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลชุดใหม่สามารถนำมาตรการต่างๆไปพิจารณาและประกาศใช้ได้ทันทีเมื่อเข้ารับตำแหน่ง รวมถึงมาตรการคนละครึ่งพลัสเฟสใหม่ สั่งให้มีการศึกษาเดินหน้าเช่นกัน รูปแบบจะเน้นส่งเสริมให้ผู้ขาย มีทักษะในการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์รวมถึงการมีข้อมูล สามารถนำไปใช้กู้เงินได้ในอนาคตด้วยน้ำมันขาดแคลนส่งผลถึงน้ำดื่มที่ จ.กาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวออกสำรวจสถานการณ์ที่เกิดจากผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมันและยังมีการปรับขึ้นราคาอีก จนส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำดื่มที่ประชาชนต้องกินทุกวันแล้ว นางพรพรรณ จันทร์สว่าง เจ้าของคลังน้ำดื่มกาฬสินธุ์ อยู่ที่ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากที่น้ำมันแพงและหาเติมยาก ทำให้คลังน้ำดื่มได้รับผลกระทบ ราคาน้ำดื่มมีการปรับตัวขึ้น เพราะโรงงานขาดเม็ดพลาสติก ที่เป็นปัจจัยหลักการขึ้นพรีฟอร์มขวดน้ำ เพราะหาซื้อได้ยาก วัตถุดิบขึ้นราคาเกือบทั้งหมด น้ำมันก็ขึ้น จากช่วงที่บูมธุรกิจน้ำดื่มใหม่ๆ ราคาส่งจะอยู่ที่ 5 แพ็ก 100 บาท ราคาปลีกย่อยจะอยู่ที่ 4 แพ็ก 100 บาท กลายเป็นว่าตอนนี้ต้นทุนสูงขึ้นและตลาดน้ำดื่มค่อนข้างเงียบแต่ก็พอขายได้ ฝากถึงรัฐบาลขอให้เร่งช่วยแก้ไขระบบเศรษฐกิจให้มากกว่านี้ ประชาชนจะได้อยู่รอดและปลอดภัยบึงกาฬยังอลหม่านเติมน้ำมันที่ จ.บึงกาฬ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 18 มี.ค. มีประชาชนทยอยนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก ต่อแถวเข้าคิวเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท. ของ หจก.หนองคายจารุวงศ์บริการ ทั้ง 3 สาขา ในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ แม้จะมีน้ำมันดีเซลเข้ามาช่วงกลางดึกที่ผ่านมา 10,000 ลิตร แต่ปั๊มยังคงจำกัดการเต็มน้ำมันดีเซล โดยรถกระบะเติมได้รายละ 500 บาท รถบรรทุก รถ 6 ล้อ เติมได้คันละ 1,000 บาท กลุ่มเบนซิน 1,500 บาท และงดใส่ถังขนาดใหญ่ ทำให้มีผู้รับเหมาที่มีรถแบ็กโฮ รถ 10 ล้อบรรทุกดิน อยู่หน้างาน ผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กในชุมชน ที่จำหน่ายนํ้ามันลงขวด รวมถึงเกษตรกรที่กำลังจะทำนา ไถ หว่าน นำถังมาขอซื้อน้ำมันแต่เช้า แต่ต้องผิดหวัง ได้เติมแค่รายละ 500 บาท ต้องตระเวนขับไปตามปั๊มต่างๆเพื่อขอเติมน้ำมันให้พอใช้งาน ส่วนปั๊ม PT สาขาแสนสุข น้ำมันยังเดินทางมาไม่ถึง ทำให้เช้านี้ต้องปิดปั๊มเป็นวันที่ 2 แล้วหมอลำเดินทางไปแสดงสุดลำบากขณะที่วงหมอลำกลอนประยุกต์ชื่อดัง อภินันท์น้อย ดาวเหนือ & อ้อม สุนิศา เสียงเรไร ที่เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น เพื่อมาแสดงในงานบุญอุทิศส่วนกุศล ในพื้นที่บ้านกำแพงเพชร ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วงได้รับผลกระทบโดยตรง ที่จะต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง ทั้งเวทีเครื่องเสียง รถแดนเซอร์ รถนักดนตรี นักร้องหมอลำ รวมทั้งรถเครื่องปั่นไฟ ต้องทยอยแวะเติมตามปั๊มละ 500 บาทตามที่ปั๊มกำหนด และส่วนมากแต่ละปั๊มน้ำมันจะหมด เช่นวันนี้ อ้อม สุนิศา เดินทางมาจากหนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ จนมาถึง จ.บึงกาฬ หาปั๊มเติมน้ำมันไม่ได้เลย ทำให้จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้ติดรถมากขึ้น หากไม่มีน้ำมันก็จำเป็นต้องหาที่พักหน้างาน เพื่อรอเติมในวันถัดไป อนาคตหากน้ำมันแพงมากกว่านี้ จะมีผลกระทบมากขึ้นแน่นอนเพราะค่าใช้จ่ายต้องสูงขึ้น หาเจ้าภาพยากที่จะว่าจ้างงานได้ ทำให้หมอลำพลอยไม่มีงานไปด้วยสิบล้อรอเติมน้ำมันข้ามคืนส่วนสถานการณ์น้ำมันดีเซลใน จ.นครสวรรค์ยังตึงตัว ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งอย่างหนัก โดยเช้าวันที่ 18 มี.ค. พบรถบรรทุกขนส่งหลายสิบคัน จอดภายในปั๊มน้ำมันข้ามคืนรอคิวเติมน้ำมัน หลังหลายปั๊มมีน้ำมันไม่เพียงพอ และต้องรอรถขนส่งน้ำมันเข้ามาเติมโดยไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน ขณะเดียวกัน ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจำกัดการเติมสำหรับรถขนาดใหญ่ไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท ทำให้รถบรรทุกไม่สามารถเดินทางได้ตามระยะที่กำหนด จำเป็นต้องจอดพักรอเติมน้ำมันเป็นระยะ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและกำหนดเวลาการส่งของ คนขับรถบรรทุกให้ข้อมูลตรงกันว่า การจำกัดการเติมน้ำมันทำให้การวางแผนเดินทางทำได้ยาก หากประเมินแล้วไม่เพียงพอถึงจุดหมาย จำเป็นต้องจอดรอเติมน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ทำให้ต้องเดินทางในลักษณะค่ำไหนนอนนั่นรอซื้อน้ำมันกันตั้งแต่เช้ามืดทางด้านบรรยากาศตามปั๊มน้ำมันต่างๆที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 มี.ค. หลายปั๊มมีประชาชนมาต่อคิวรอซื้อน้ำมันเป็นแถวยาว เช่น ที่ปั๊มน้ำมันไฟแดงสี่แยกพจน์แสน ในเขตเทศบาลตำบลแชะ ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า-6 โมงเย็น ประชาชนจำนวนมากพากันนำรถและแกลลอน มารอเติมน้ำมันดีเซล ตั้งแต่ตี 5 โดยรถ 4 ล้อ เติมได้คันละไม่เกิน 1,000 บาท รถ 6 ล้อขึ้นไป เติมได้คันละไม่เกิน 2,000 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันขยับสูงขึ้นเล็กน้อย ดีเซลราคาลิตรละ 30.86 บาท ขณะที่บางปั๊มให้เติมใส่แกลลอนได้ไม่เกิน 5 ลิตร และเติมน้ำมันต่อคันได้ไม่เกิน 500 บาท นายวิชิต ยวงกระโทก อายุ 64 ปีและภรรยา ที่มาต่อคิวรอซื้อน้ำมัน บอกว่ามาซื้อน้ำมันดีเซลใส่แกลลอนไปใส่รถไถที่ต้องใช้รับจ้างและไถไร่ของตัวเอง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาต่อคิวซื้อน้ำมัน ที่ผ่านมาเพียงแค่น้ำมันแพง แต่ไม่ได้ถึงขั้นต้องแย่งกันซื้อขนาดนี้เจอจังๆน้ำมันดีเซลลิตรละ 41 บาทที่ จ.สิงห์บุรี เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 18 มี.ค. นายวราดิศร อ่อนนุช ผวจ.สิงห์บุรี สั่งการด่วนให้นาย สหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รอง ผวจ. และ น.ส.เมธินี นิชรัตน์ หน.สนง.จังหวัดสิงห์บุรี นายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี-นำทีมชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีประชาชนร้องเรียนว่า ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.ท่าช้าง จำหน่ายน้ำมันดีเซลในราคาสูงถึงลิตรละ 41 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดอย่างชัดเจน ผลตรวจสอบเบื้องต้นด้านราคาจำหน่าย พบว่าจำหน่ายราคาลิตรละ 41 บาทจริง ขณะที่ทางปั๊มโชว์หลักฐานการรับซื้อน้ำมันดีเซลว่าซื้อมาในราคาสูงถึง 40.50 บาทต่อลิตร ปั๊มมีกำไรแค่เพียงลิตรละ 0.50 บาท จึงยังไม่เข้าข่ายการค้ากำไรเกินควร ผู้ประกอบการชี้แจงว่า จำเป็นต้องรับน้ำมันราคาสูงมาจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ยังมีน้ำมันใช้งาน ต่อมานายสหชัย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ขยายผลสู่ต้นทาง โดยรวบรวมเอกสารการสั่งซื้อทั้งหมด เพื่อตรวจสอบไปยังคลังน้ำมันหรือแหล่งค้าส่งต้นทาง ว่าเหตุใดจึงมีการตั้งราคาขายส่งสูงผิดปกติ หากพบว่ามีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาต้นทุนโดยไม่มีเหตุอันควร จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่