ปุ๊บปั๊บฉับไว ทันต่อสถานการณ์ “จุดความร้อน” แอ็กชันของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง เมื่อสงครามที่ประเทศยักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาจับมืออิสราเอล ไล่ทุบอิหร่าน กำลังขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค และสั่นสะเทือนไปทั้งโลก“ไทยแลนด์เฟิสต์” ประเทศไทยต้องมาก่อนคือคำตอบของผู้นำหลังเกิดสถานการณ์สงคราม ผู้นำเร่งสปีดเรียกประชุมรายวันทั้งสภาความมั่นคง ร่วมวงเช็กข้อมูลสถานการณ์กับกระทรวงการต่างประเทศ สแกนพื้นที่เตรียมการอพยพคนไทยกลับประเทศ หารือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน ดูแลเรื่องสินค้า พลังงานโดยเฉพาะราคาน้ำมัน ก๊าซ แก๊ส นายกฯย้ำเข้ม ต้องกระทบคนในประเทศน้อยที่สุด ทั้งหยุดการส่งออกที่ผลิตเหลือเพื่อเก็บไว้ใช้ในประเทศ หาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ขอความร่วมมือบริษัทน้ำมัน ใช้กองทุนหนุนตรึงราคาขาย ฯลฯยืนยันมีใช้ไม่ขาดแคลน ราคาไม่ขึ้นในช่วงเฉพาะหน้านี้ส่วนเรื่องราคาสินค้าก็สั่งให้ดูแลควบคุมราคา หาทางช่วยเหลือภาคการส่งออก มอนิเตอร์สถานการณ์แบบเกาะติด หยุดความตระหนกของชาวบ้านไปได้ในระดับหนึ่งเพียงแต่ถ้ามองด้วยสายตาคนข้างเวทีบริหาร สว.ที่ออกมาทักท้วง รัฐบาลน่าจะเตรียมมาตรการรับมือทั้งระบบ โดยยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่จัดเต็มพิกัดไทยแลนด์เฟิสต์ของ “อนุทิน” ควรพลัสๆๆมากกว่านี้นั่นก็ว่ากันไปถึงข้อทักท้วงที่หากมองเป็นข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ก็เป็นประโยชน์ ขณะที่รัฐบาลก็โกยแต้มจิตพิสัยความตั้งใจจากบทผู้นำของ “อนุทิน” ไปก่อนแล้วเช่นเดียวกับ “จุดความร้อน” ทางการเมืองภายใน “นายกฯอนุทิน” มี “ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ” เป็นกุนซือจอมขมังเวทย์ฉมังเกมอยู่หลังฉากก็หายห่วง สยบกลุ่มก๊กทั่วหล้า เดินมาจนมาถึงโหมดจ่อเข้าสู่อำนาจตามไทม์ไลน์ที่กำหนดรอฉลองอำนาจรัฐบาลใหม่ก่อนสงกรานต์ไม่เท่านั้น เหมือนตั้งใจจะขยับแผนต่อไปทันทีกับสูตรกวาดต้อนเหมาเข่ง เพื่อสถาปนาตำรับ “เน-ทิน” ครองเมืองยาวนาน เหมือนโมเดลยุคไทยรักไทยเฟื่องฟูด้วยยุทธการไล่ทุบไล่บี้เข้าที่ “จุดอ่อน” แล้วเจรจา ดีล ดึง ดูดนอกจากเบรกกระแสข่าว บรรดานักการเมืองรุ่นเก๋าๆ ลายครามในพรรคร่วมรัฐบาลส่อยึกยัก ต่อรอง รอจังหวะแทงหลัง จึงต้องปักชนักคล้องบ่วงคาไว้กระตุกเป็นระยะๆไม่ให้หน้าไหนเหิมคิดการณ์ใหญ่โดยมี “ตัวช่วย” โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่ที่เห็นตำรวจ ปปง. อัยการ ไล่บี้คดีค้าง ชนักเก่า จีี้่แผลเครือข่ายกลุ่มก๊กฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ยอมสยบ ก็เข้าเค้าสูตรพิเศษ ปั่นสีน้ำเงินผงาดยึดอำนาจเบ็ดเสร็จแม้บางปมบางชนัก ยังต้องระวังเอฟเฟกต์ ลากสะเทือนเครือข่ายเขากระโดงด้วยก็ตามและมาแนวนี้หลายรุ่นเก๋า วัยรุ่นสร้างตัว ทั้งในค่ายเพื่อไทยผวา รวมทั้งคนค่ายสีเขียว พรรคกล้าธรรมมีแหยง ล่าสุดแม้พรรคกล้าธรรมยังหวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลุ้นลมๆแล้งๆ ปรากฏการณ์ “แสงเหนือสีเขียวในไทย”แต่อีกทางก็เริ่มแบไต๋กับกระแสข่าวจากค่ายกล้าธรรม แบะท่าพร้อมร่วมรัฐบาลไม่มีเงื่อนไขจะมีหรือไม่มีผู้กอง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรคร่วมวงหรือไม่ก็ได้ และจะได้โควตาเก้าอี้เท่าไหร่ กระทรวงไหนก็ไม่ขัดข้อง ไม่เรียกร้องใดๆถ้าออกรูปนี้จริงก็เท่ากับค่ายผู้กองยอมหมอบ เพื่อไม่ให้หลุดวงโคจรอำนาจเรียกว่าเป็นห้วงขาขึ้น “2 น.สีน้ำเงิน” สยบได้ทุก “จุดความร้อน” ทั้งผลพวงไฟสงคราม และสถานการณ์ภัยคุกคามจากไฟร้อนเกมชิงอำนาจการเมืองเพียงแต่ต้องคอยระวังไม่ให้ไฟที่มอดดับลุกโชนเผาผลาญกันภายภาคหน้าที่แน่ๆ พ.ศ.นี้ “หนู-เน” เค้าแน่ แบบไม่ต้อง “แช่แป้ง” จริงๆ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม