อีกบทบาทสำคัญของ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วย ผบ.ทอ. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (Joint Information Center) ที่ตั้งขึ้นตามถ้อยแถลงร่วมข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 ข้อ 16 เพื่อให้มีชุดประสานงานช่องทางคุยกันให้ชัดเจน “ไม่ยั่วยุกัน”ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ ฉายภาพสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ 27 ธ.ค.68 จนถึงวันนี้ อาจจะมีความเข้าใจผิดบ้างเล็กน้อย เหมือนกับบ้านใกล้เรือนเคียง เช่น มีอาวุธบางอย่างลงมา เราก็พยายามยับยั้งชั่งใจ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปะทะรุนแรงมากขึ้น เพราะผลที่ตามมาจะมีความสูญเสียมหาศาล ทั้งประชาชนในพื้นที่ ทั้งทหาร ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งประชาคมโลก โดยเฉพาะนาทีนี้ ใครเริ่มก่อนจะเสียภาพลักษณ์ต่อชาวโลกมาก แต่ยืนยันว่าเรายังสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ถ้ามันเกินขอบเขต ตามกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 51อย่างการปะทะครั้งที่สอง 7 ธ.ค.68 ฝ่ายกัมพูชาเริ่มก่อน จุดสำคัญคือนโยบายการเมืองชัดเจนว่าเราต้องการปกป้องประเทศ ฝ่ายทหารก็เอาตรงนั้นมาแปลงสู่การปฏิบัติ หลังวันที่ 27 ม.ค.2569 เราควบคุมพื้นที่ที่เป็นของเราได้ทั้งหมด มีโอกาสไปลงพื้นที่จริง เราเห็นเลยว่า น้องทหารในพื้นที่ลำบากมากมีคำถามว่าขวัญกำลังใจพี่น้องประชาชนตลอดแนวชายแดนกว่า 700 กิโลเมตร ดีขึ้นหรือยัง พล.อ.อ.ประภาสเชื่อมั่นว่า นาทีนี้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพไทยว่าไม่ทอดทิ้งเขาแน่นอน พร้อมดูแล พร้อมปกป้อง ขณะที่อีกฝั่งไม่ใช่ทหารอาชีพ พร้อมจะทำอะไรก็ได้สามารถพูดในนามรัฐบาลได้ว่าเราพร้อมดูแล เพราะถ้ารัฐบาลไม่เข้มแข็ง ไม่มี Political Will หรือเจตจำนงทางการเมือง ทหารก็ทํางานยาก การทํางานของทหารถ้าก้าวเดินแล้ว ถอยไม่ได้ เพราะมันอยู่กับความเป็นความตายตั้งแต่การปะทะครั้งแรกจนถึงขณะนี้ ชาวบ้านพูดเหมือนกันทุกคนว่า “เอาให้จบ” ตอนนี้ก็จบแล้ว พื้นที่เราได้คืนมาทั้งหมด เหลืออีกจุดสองจุด อยู่ที่จะเจรจาในอนาคต คำว่าจบในที่นี้ ไม่ใช่ว่าไปยึดครองประเทศเขา ไม่ใช่ ทําไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องสากล มีกฎหมายระหว่างประเทศ ทำปุ๊บโดนคว่ำบาตร เราต้องอยู่ในประชาคมโลกสำคัญที่สุดคือเราสถาปนาความมั่นคง โอกาสที่เขาจะบุกจะรุกยาก ถ้าเขาเปิดรอบสามก่อน ก็ให้มั่นใจเถอะว่ากองทัพมีแผนรองรับ ไม่ให้กระทบกับพี่น้องประชาชน…สองรอบที่ผ่านมา เราทำลายขีดความสามารถในการรบของกัมพูชาได้มากกว่า 50% เป็นปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบ (Effects–based Operations) ไม่ได้ทำลายให้สิ้นซาก ในอนาคตเราเชื่อมั่นยังคงพบปะพูดคุยได้กับคำถาม ถ้าวันข้างหน้ากัมพูชาสามารถ ซื้อเครื่องบินได้ ผมว่า...ต่อให้จ้างใครมาบินมันก็มีแค่เครื่องบินอย่างเดียว ซึ่งก็คือเศษเหล็กดีๆ นี่เอง เครื่องบินต้องมาพร้อมระบบ ทั้งการ ซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่สื่อสาร สรรพาวุธ แล้วเรารู้ด้วยว่าจะขึ้นบินเมื่อไหร่ ระบบเรดาร์เราตรวจหมดว่าเขาจะมาเมื่อไหร่ อย่างไรเมื่อพิธีกรถามคำถามที่คนส่วนใหญ่อยากรู้ ทำไมกองทัพไทยถึงปล่อยให้กัมพูชารุกล้ำชายแดนมาเป็นเวลานับสิบปี ผู้ช่วย ผบ.ทอ.ก็รีบเคลียร์ว่า อยู่ที่นโยบาย อยู่ที่ความไม่ชัดเจนของพื้นที่ และเจตนารมณ์ของฝั่งตรงข้ามที่เขาต้องการมายึดครอง เพื่อแสดงพลังให้เห็นว่า...ทั้งหมดนี้อยู่ใน สมุดปกขาว White Paper หนา 300 กว่าหน้า ที่ทางศูนย์ฯจัดทำขึ้นว่าด้วยเรื่องความขัดแย้งกับกัมพูชา ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงแผนงานต่างๆของกองทัพอากาศ การจัดหายุทโธปกรณ์ทดแทน อย่าง Gripen E/F มาทดแทนการปลดประจำการของ F–16 ฝูงใหม่จะมาถึงประมาณปี 2572 ไทยสั่งรวม 12 ลำ แบ่งเป็น 3 เฟสก่อนจะปิดท้ายกับประวัติ เด็กบ้านเก้าห้อง บางปลาม้า สุพรรณบุรี ชีวิตพลิกผันเพราะชอบอ่านหนังสือในห้องสมุด พิธีกรถามว่าสมัยเด็กเกเร หรือเป็นเด็กเรียน พล.อ.อ.ประภาส บอกว่า เกเรสิ ไม่งั้นจะชื่อ “โก๋” เหรอ (หัวเราะ) อาจจะมีบ้าง วัยรุ่นสมัยก่อนไม่เคยรู้เรื่องทหารมาก่อน ตอนจบ ม.3 คุณยายอยากจะให้หลานเป็นทหาร ผมก็มาสอบที่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ไม่รู้หรอก มาสอบปุ๊บ ก็สอบติด พอเข้าไป ผมก็...เฮ้ย มันมีชั้นประทวน ชั้นสัญญาบัตร ก็เลยเรียนกวดวิชา กระทั่งจบปีสามก็มาสอบเข้านายเรืออากาศ ชื่ออยู่แผ่นสุดท้าย สอบได้ที่ 111 เขารับแค่ 120 คนกับชีวิตเฉียดตายตอนเป็นนักบินขับไล่... เกือบตายกลางอากาศ เพิ่งได้เรืออากาศโท บิน F-5 A/B ที่อู่ตะเภา ฝึกยิงเป้าหมายในอากาศ วัยรุ่นเพิ่งจบมาอายุ 25 มันอาจจะดึกนิดหนึ่ง แล้วกลับมาบินตอนเช้า ปรากฏว่า “หลงฟ้า” เครื่องหมุนคว้างจะตกทะเล เกือบจะถึงน้ำ ขาสั่น เหงื่อ...ภาษานักบินว่า “เหงื่อโง่ออกเต็มตัว”เป็นอาการหลงฟ้าที่อันตรายที่สุดในชีวิตแล้ว แต่ก็แก้สถานการณ์รอดชีวิตกลับมาได้ พอมาเป็น ผู้บังคับการกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ ก็เลยได้เล่าประสบการณ์ให้น้องฟัง พอเขาไปเจอจริงๆ จะได้ระวัง การบินมันจะมีความเสี่ยงแบบนี้แหละ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่นอนติดตามได้ในรายการ Thairath Front Page ออกอากาศทาง YouTube ช่อง Thairath News - ข่าวไทยรัฐ วันพุธที่ 4 มี.ค.นี้.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่