มีมากมายที่ประสบความสำเร็จแล้วไม่เกิดความสูญเสีย พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ ตำนานนักสืบเมืองหลวงบอกเสมอเมื่อคดีเรียกค่าไถ่สมัยนั้นถี่มาก ตำรวจต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันให้ปลอดภัย นอกจากความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่แล้วยังสะเทือนขวัญต่อประชาชนด้วยถ้าช่วยเหยื่อได้ก็จะถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดยกตัวอย่าง เมื่อปี 2519 คนร้ายจับหลานสาว นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต จากบ้านในซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาท ทีมตำรวจสืบสวนเหนือใช้เวลา เพียง 7 วัน สามารถช่วยเหลือเด็กออกมาได้พร้อมจับกุมคนร้ายทั้งหมด“เป็นภาพที่ผมประทับใจมากที่สุด เมื่อแม่กับลูกโผเข้าหากัน ปากก็พร่ำว่าเหมือนตายแล้วได้กลับมาพบกันอีก” พล.ต.ท.ทวีระบายความรู้สึกนอกจากคดีเรียกค่าไถ่แล้ว ประเภทมือปืนรับจ้าง เป็นปัญหาใหญ่ไม่แพ้กัน คนร้ายที่รับงานมาทำหวังเพียง ผลประโยชน์ ไม่คำนึงถึงผู้สูญเสีย ความรู้สึกของญาติ พี่น้องผู้สูญเสียเขานำทีมสืบสวนเหนือและสืบสวนใต้ต้อง “จับตาย” ไปหลายศพสัญชาตญาณของมือปืนมักไม่ยอมให้จับเป็น เช่น นายทองย้อย รุ่งเพชร มือปืนเมืองเพชร นายประยงค์ ฉายามือปืนร้อยศพมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมทารุณ ฆ่าคนแล้วยังชอบปล้นและจับลูกเมียชาวบ้านไปข่มขืนอีก“หากปล่อยไว้แล้วเกิดเจอกับญาติพี่น้องเรา คุณจะรู้สึกอย่างไร” นายพลนักสืบตั้งคำถามเจ้าตัวฝากไว้ด้วยว่า การสืบสวนไม่ใช่โดดเด่นเพียง คนเดียว ต้องใช้ทีมเวิร์ก ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นผู้นำที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา นำไปสู่กระบวนการทำงานที่ดี ทำอะไรให้ถูกต้อง มีพยานหลักฐานปลุกขวัญกำลังใจให้ตำรวจที่ทำงานลำบากเหน็ดเหนื่อย."สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม