ถูกบันทึกเป็นนายตำรวจน้ำดีมีฝีมือของวงการนักสืบ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ ผ่านร้อนหนาวมานับไม่ถ้วน หลังพ้นเก้าอี้ “ผู้การใต้” โดนคลื่นมรสุมกระแทกออกนอกหน่วยเป็นผู้ช่วย ผบช.ก. ยังได้รับโอกาสจาก พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ผบช.ก.ในสมัยนั้น ให้ทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนรับจ้าง” ตามกวาดล้างนักฆ่าอาชีพทั่วประเทศย้ายกลับเข้านครบาลอีกครั้งในตำแหน่งรอง ผบช.น.ยังไม่วายถูก “แซะ” กระเด็นไปนั่งคุมจเรตำรวจ ดีที่ผู้ใหญ่ยังเห็นความสามารถดึงกลับมานั่งนครบาลอีกหนปีสุดท้ายของชีวิตราชการได้รับความไว้วางใจครั้งใหญ่จาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อ.ตร. นั่งเก้าอี้ ผบช.น.รับผิดชอบงานปราบปรามอาชญากรรมในเมืองกรุง“ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในชีวิตราชการไม่น้อย โดยเฉพาะได้ทำหน้าที่สืบสวนปราบปราม เหมือนที่วาดฝันไว้ในสมัยเด็กตอนเห็นพ่อเป็นตำรวจ กลายเป็นแรงผลักดันให้เราเกิดความสนใจอยากรู้ว่า ตำรวจจับผู้ร้ายได้อย่างไร พยายามจดจำรายละเอียดและติดตามการทำงานของพ่อมาตลอด” เจ้าตัวบอกความรู้สึก“ผมถือว่าการสืบสวนเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง มันมีศิลปะในตัวของมัน เพราะนอกจากศาสตร์อย่างอื่นแล้ว ต้องสนใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน ต้องกว้างขวางรู้จักคนทุกวงการ ศึกษาแผนประทุษกรรมของคนร้ายให้ได้” พล.ต.ท.ทวีทิ้งตำราไว้เนื่องจากสมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนปัจจุบัน จำเป็นต้องเอา “ระบบสายลับ” เข้ามาช่วยงานสืบสวนความยากง่ายของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานบางครั้งต้องไปดูอย่างคดีในหน่วยอื่นที่ทำแล้วประสบความสำเร็จเป็นแนวของเราเรียนรู้ให้มากขึ้น ไม่ใช่ปิดตัวเอง หยิ่ง ทะเยอทะยานแล้วงานไม่ออก.สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม