กกต.ส่งหนังสือขอขยายเวลาชี้แจงกรณีบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับออกไปอีก 7 วัน อ้างรายละเอียดเยอะ ผู้ตรวจการแผ่นดินขีดเส้นห้ามเกินวันที่ 27 ก.พ. “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” อดีต สส.นครนายก ลุยยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญ เอาผิด กกต. ทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ละเมิดสิทธิ ทำให้ผลการเลือกตั้งไม่สุจริต เหน็บ กกต.เลือกเอาจะเอาคอพาดเขียงแบบไหน ที่แน่ๆ ติดคุก-ชดใช้ 8 พันล้าน ด้าน “พี่เต้” ร้องศาลปกครองสั่งเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรผ่านไปรษณีย์โมฆะ เหตุไม่ลับผ่านหลายมือ ชี้ระเบียบ กกต. ขัด รธน.-เลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียม “อภิสิทธิ์” บี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ย้ำปม “บาร์โค้ด” ขัด รธน.ม.85 โหวตไม่ลับจริง “บวรศักดิ์” ออกโรงป้องบาร์โค้ดป้องกันไพ่ไฟโกงเลือกตั้ง กลุ่มพิทักษ์ธรรม บุกร้องสภาทนายความฯ ขอให้ยื่นศาล รธน. ตีความปมบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดหลากหลายบุคคลทั้งในวงการเมืองและบุคคลทั่วไป ยังทยอยเดินทางมาที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีการดำเนินการของ กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 โดยร้องขอให้เป็นโมฆะ เนื่องจากมีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและไม่โปร่งใสยื่นผู้ตรวจการฯ จี้ดำเนินการใน 60 วันที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ชั้น 5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.พ. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการดำเนินการของ กกต. เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร 2568 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก กกต.มีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ตนมายื่นในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากภายใน 60 วัน ยังไม่ดำเนินการ ประชาชนสามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง สำหรับหลักฐานที่นำมาให้ผู้ตรวจการฯ มีเยอะมากและจะมีการเปิดเผยอีกชุดใหญ่ให้ กกต.ติดคุก—ชดใช้ 8 พันล้าน“วันนี้หลักฐานปรากฏชัด รู้หมดเลยว่าไปกาให้ใคร ทั้งที่ในกฎหมายห้ามไม่ให้ทำสัญลักษณ์ในบัตรและให้การลงคะแนนเป็นความลับ ห้ามไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าเราไปใช้สิทธิกาให้ใคร แต่ถูก กกต.ปู้ยี่ปู้ยำ กกต.จะอ้างว่า บริษัทเป็นคนทำ ถ้าเป็นอย่างนั้น กกต.จ้างเขาพิมพ์บัตรและเขาพิมพ์เกินมา คุณต้องบอกว่าใช้ไม่ได้ เพราะมันละเมิดและผิดกฎหมาย ตอนนี้ กกต.มีอยู่ 2 อย่างคือ ติดคุกกับชดใช้ 8 พันล้านบาท ถ้าจะให้เลือกตั้งใหม่ก็ต้องให้ กกต.ชดใช้ทั้งทางอาญาและแพ่ง ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งใหม่แล้วเอาเงินภาษีเราไปผลาญเล่น กกต.ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำผิด และคดีอาญา แพ่ง จะตามมาแน่นอน” นายชาญชัยกล่าวจวกอย่าให้โจรมาปกครองบ้านเมืองนายชาญชัยกล่าวอีกว่า บางคนบอกว่าการจะรู้ได้ต้องรอให้ศาลสั่ง แต่จริงๆไม่ใช่ศาลสั่งหรือ กกต.ก็รู้ไม่ได้ว่ากาให้ใคร เพราะกฎหมายห้าม สมมติว่าตอนนี้เกิดเรื่องแล้วศาลสั่งเรียกเอกสาร จะทำให้รู้หมดเลย เพราะคุณไปทำสัญลักษณ์ไว้ เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก หลักฐานมีอยู่ 3 ใบเท่านั้นเอง ตนมีหลักฐานหมด ใครที่บอกว่า “ไม่ใช่” เดี๋ยวจะขนหลักฐานมาเรียงให้ดู เราให้ความรู้กับประชาชน ประชาชนจะได้เรียนรู้ว่า สิทธิของตัวเองถูกกระทำโดยขัดรัฐธรรมนูญ ก่อให้เกิดความเสียหายและอันตราย บางคนไปรับเงิน รับรองก็อันตราย เพราะรู้เลยว่าไม่ได้กาบัตรให้เขา เรื่องเลือกตั้งนี้จะมีการทุจริตตามมาอีก ครั้งนี้เอาให้สะอาดเสียที อย่าให้มีโจรมารมาปกครองบ้านเมือง ขอให้คุณธรรมกลับมา ตนต้องการแค่ระบบคุณธรรม ความถูกต้อง กฎหมายเป็นกฎหมาย จึงต้องเอาความจริงมาเปิดเผยให้ประชาชนชี้ กกต.ทำผิดต้องรับกรรมเมื่อถามว่า กกต.ต้องระงับการประกาศรับรองผลก่อนหรือไม่ นายชาญชัยกล่าวว่า สุดแล้วแต่ กกต. จะทำ กกต.จะเอาคอขึ้นเขียงแบบไหน หรือจะเอาตัวรอดแบบไหน ยังมองไม่ออก เมื่อ กกต.ทำผิดต้องรับกรรม กรรมจะตามมาเช็กบิลคนที่ทำผิด บอกแล้วว่าจะลุกขึ้นมาในวันที่มีคนทำให้บ้านเมืองเสียหาย แล้ววันนี้ก็มีคนทำให้บ้านเมืองเสียหายมาก ตนจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้นเอง“พี่เต้” ร้องศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินต่อมาเวลา 11.30 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน มาแถลงข่าวที่สำนักงาน กกต. หลังยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอไต่สวนฉุกเฉินให้การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ในส่วนของการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์เป็นโมฆะ เนื่องจากไม่เป็นไปโดยลับ พร้อม ขอความคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง อ้างว่า การลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ที่มีการส่งบัตรแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ โดยส่งจดหมายไปยังที่พำนักที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ผ่านระบบไปรษณีย์ของประเทศนั้นๆ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากได้รับบัตรและไลฟ์ให้เห็นบัตร แต่การลงคะแนนมีการบดบังไม่ให้เห็นว่าลงคะแนนให้ผู้สมัครและพรรคใด ก่อนปิดซองจดหมาย รวมถึง การที่ส่งบัตรกลับมายังประเทศไทยเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สามารถส่องเห็นบัตรเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับใคร ดังนั้นถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยไม่เป็นความลับยันระเบียบ กกต.ขัด รธน.ม.85นายมงคลกิตติ์กล่าวต่อว่า ระเบียบของ กกต. ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้นขั้วบัตรประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ต้องลงนาม แต่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เอกอัครราชทูตต้องเป็นผู้ลงนามและผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้เป็นผู้ลงนาม ดังนั้นเป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกปฏิบัติไม่เกิดความเท่าเทียมกัน ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 เนื่องจากการลงคะแนนไม่เป็นไปโดยลับ จึงยื่นต่อศาลปกครองกลางให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ เพราะเป็นการลงคะแนนโดยตรงแต่ไม่ลับ เลือกปฏิบัติในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยเฉพาะในส่วนของการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ พร้อมขอความคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งภายในวันนี้ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยเลือกตั้งทาง ปณ.ก็ไม่ขอวินิจฉัยเมื่อถามย้ำว่า การส่งบัตรผ่านไปรษณีย์ ประชาชน ก็มีการพับบัตรใส่ซอง จะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่ ใช้ไฟฉายที่มีความสว่างก็จะทราบได้เลยว่ากาให้กับใคร ระหว่างทางไม่ได้อยู่ในการควบคุมของรัฐ แต่อยู่ในการควบคุมของไปรษณีย์ทั้งรัฐและเอกชนของแต่ละประเทศ ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งในคูหาที่มี กปน.เป็นผู้ควบคุม ได้ส่งกรณีตัวอย่างประชาชนไลฟ์ก่อนลงคะแนน 38 ตัวอย่างให้ศาลประกอบการพิจารณาแล้ว ระหว่างการลงคะแนนของประชาชน ก็มีผู้อื่นอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย จึงมองว่าไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับเพราะมีผู้อื่นรับทราบ ย้ำว่าระเบียบ กกต.ขาดเจตนารมณ์เรื่องความเท่าเทียมกัน แล้วตั้งข้อสังเกตว่าการออกระเบียบเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์สามารถทำได้หรือไม่ กกต.ทำไปโดยที่ไม่ได้ขอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสามารถทำได้หรือไม่สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเย้ยแสวงติดคุกตอนแก่ไม่สนุกนายมงคลกิตติ์ ยังฝากถึง กกต.ว่า เป็นห่วงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และ กกต. ทั้ง 7 ท่าน ประชาชนร้อยละ 80 เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่โอเค หากมีความเป็นไปได้ ขอให้จัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ได้นักการเมืองที่มีความสุจริตมากขึ้น มองว่าเงิน 6,000 ล้านจัดการเลือกตั้งไม่มาก หากจัดการเลือกตั้งครั้งหน้า ขอให้หน่วยเลือกตั้งมีทหารประจำหน่วยละ 2 นาย นักศึกษา 3 คน ร่วมเป็น กปน.ไลฟ์บรรยากาศการลงคะแนน จะทำให้การโกงเพียงแค่อย่างเดียว คือ การนำเงินไปให้ที่บ้านผ่านหัวคะแนน กกต.ควรหาทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง จะทำให้รอดปลอดภัยจากคดีความ เพราะการติดคุกติดตะรางในช่วงอายุมากมันไม่สนุกเตือนแสวงขอให้เชื่อเต้แล้วจะรอดนายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ออกมาเตือนแล้ว หากไม่เชื่อนายวิษณุและอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่เชื่อกูรูฝ่ายกฎหมาย คุณจะตัดสินสวนทางได้อย่างไร ดังนั้น เมื่อคนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ควรเดินหน้าต่อและจัดการเลือกตั้งใหม่ ดีกว่าที่ให้เกิดความโกลาหลในบ้านเมือง สุดท้ายจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ถูกต้อง เตือนด้วยความหวังดีและไม่โกรธเคือง กกต. หรือนายแสวง หากเชื่อตนในวันนี้ก็จะรอด แต่ถ้าไม่เชื่อจะมาเสียใจภายหลังไม่ได้ เมื่อถามว่าหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะส่งผลให้ สส.หนึ่งเดียวของพรรคทางเลือกใหม่จะทำอย่างไร นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ก็ต้องลงเลือกตั้งใหม่ มั่นใจว่าประชาชนยังรักตนอยู่ เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ส่วนการร่วมรัฐบาลก็เดินไปเป็น 2 ทางพร้อมกันกกต.แจงข่าวเท็จเขต 7 ปทุมฯวันเดียวกัน ศูนย์ต่อต้านข่าวเท็จ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกเอกสารชี้แจงกรณีมีเฟซบุ๊กเพจไทบ้านเสนอข่าวคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง กล่าวคือ ผลการนับคะแนนใหม่ ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้ง สส. จังหวัดปทุมธานี เขต 7 ไม่ทำให้พรรคประชาชนคว้าชัยชนะแบบขาดลอย ตามที่เสนอข่าว ทั้งนี้ รายละเอียดปรากฏตามประกาศผลการนับคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (สส. 6/1 (บช) และ สส. 6/1) ฉบับลงวันที่ 19 ก.พ.2569 ดังนั้นการนับคะแนนใหม่จึงไม่มีผลทำให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่อย่างใด“อภิสิทธิ์” บี้ กกต.เปิดทางตรวจสอบผล ลต.อีกด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถึงการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีข้อกังขาเรียกร้องให้นับคะแนนและจัดการเลือกตั้งใหม่ ว่า ขอเรียกร้อง กกต.ให้อำนวยความ สะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง ที่มีปัญหามากมาย ทั้งเรื่องบัตรเขย่ง การรายงานผลคะแนนที่ไม่ตรงกันกับผลรวมคะแนน ผ่านการนำใบขีดคะแนน ที่ปรากฏในหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง อัปโหลดคู่กับใบรวมคะแนนผ่านทางเว็บไซต์เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ว่าผลคะแนนตรงกันหรือไม่พบพิรุธนับคะแนนผู้สมัคร ปชป.นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบกรณีนี้ด้วย เท่าที่พบปัญหา เช่น เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.สงขลา พบผลต่างของบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบ ต่างกันมากถึง 1.3 หมื่นบัตร ผู้สมัคร สส.ของพรรค ร้องต่อ กกต. ได้รับการชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อรวมคะแนนแล้วเท่ากัน แต่พรรคยังรอหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ ส่วนการเลือกตั้งใน กทม. พบว่าคะแนนที่ผู้สมัครของพรรคได้ 71 คะแนน แต่ใบรวมคะแนนระบุเขียนให้แค่ 1 คะแนน ตนยังคิดในแง่ดีว่าอาจเขียนเลขตกไป แต่เมื่อตรวจสอบพบว่ามีถึง 70 คะแนนของพรรคที่หายไปโดยถูกนำไปบวกในบัตรเสียกับ บัตรไม่ลงคะแนน หาก กกต.มั่นใจว่าทุกอย่างทำโปร่งใส ขอให้เปิดเผยใบขีดคะแนนรวมด้วย หากไม่ทำจะมีคำถาม คำวิจารณ์ ว่า กกต.ปกปิดอะไร หากยืนยันว่าไม่ผิดต้องเปิดเผยได้ หากไม่เปิดเผยกังวลว่าอาจ ลุกลามนำไปสู่จุดที่น่ากลัวที่สุด คือ การสะสมความรู้สึกไม่ดีที่สุดสังคมไม่ยอมรับระบบ นำไปสู่อะไรที่ไม่พึง ประสงค์ ดังนั้น กกต.ต้องให้ความสำคัญและ รับผิดชอบ ควรอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบคิวอาร์โค้ดขัด รธน.ม.85 โหวตไม่ลับจริง เมื่อถามว่า กรณีการลงคะแนนที่สังคมวิจารณ์ว่าไม่เป็นความลับ เพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หลักการการลงคะแนนลับ ถือเป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ใช้สิทธิ โดยไม่ตกภายใต้อาณัติ หรือความกลัว ส่วนที่พูดกันว่า ลับเฉพาะตอนกาได้หรือไม่ หากพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง มีหลายมาตราระบุข้อห้ามผู้ใดทำสัญลักษณ์ เครื่องหมายพิเศษใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง เพราะจะทำให้ล่วงรู้การลงคะแนน ดังนั้นหากจะให้เป็นความลับเฉพาะตอนลงคะแนน จะมีบทบัญญัติดังกล่าวระบุไว้ทำไม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เขียนไว้ชัดเจนว่า คำว่าลับ คือต้องไม่มีผู้ใดที่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด กรณีบาร์โค้ดทำให้ตรวจสอบและ รู้ได้ โดยคำว่าอาจทราบหรือตรวจสอบได้นี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดการพิสูจน์ใดๆ“บวรศักดิ์” โพสต์เฟซบุ๊กป้องบาร์โค้ด เย็นวันเดียวกัน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด มีเนื้อหาสรุปว่า ประเทศไทยมีกูรูมากมาย ออกมาให้ความเห็นกันอย่างแพร่หลาย ตนไม่ใช่กูรูและไม่เชื่อกูรูคนใดทั้งสิ้น เชื่อกาลามสูตรของพระพุทธเจ้าทรงสอนว่า อย่าเชื่อข่าวลือ อย่าเชื่อตรรกะ แต่ให้เชื่อเมื่อพิจารณาด้วยปัญญา เรื่องคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่า ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง “เหาะเกินลงกา” ว่า ลับหมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลกเผยเหตุ กกต.ใส่คิวอาร์โค้ด–บาร์โค้ด นายบวรศักดิ์โพสต์ข้อความอีกว่า ในฐานะสอนกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายมหาชนมา 40 ปี เห็นว่า การเลือกตั้งในอดีตเป็นการเลือกตั้งแบบเปิดเผย ยกมือกันเวลาเลือกตั้ง ต่อมาออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ให้ลงคะแนนโดยลับ ในปี ค.ศ.1850 ต่อมาขยายไปอังกฤษในปี 1872 ไปสหรัฐอเมริกาในปี 1884 และ 1891 จนเป็นหลักสากล เพื่อความเป็นอิสระและคุ้มครองเสรีภาพผู้เลือกตั้ง ให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรค การเมือง แต่การเมืองที่แข่งขันกันสูง ผู้สมัครอาจใช้วิธีการทุกชนิดเพื่อให้ตัวเองได้รับเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 พรรคเสรีมีนังคศิลาชนะเลือกตั้ง โดยวิธีการเอาบัตรเลือกตั้งที่กาเองไปใส่ลงในหีบเลือกตั้ง จึงเป็นที่มาของคำว่า “ไพ่ไฟ” นี่จึงเป็นที่มาที่ กกต.ตัดสินใจใส่คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง เพื่อแยกบัตรปลอมของผู้โกงเลือกตั้งออกจากบัตรดีของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องโกงทั้ง ปท.ถึงจะสั่งเลือกใหม่ได้ นายบวรศักดิ์กล่าวด้วยว่า ไม่ใช่ที่เดียวในโลกที่ใส่คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ประเทศที่เริ่มต้นการเลือกตั้งโดยลับ ประเทศแรกๆของโลกต่างก็ใช้คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด เวลานี้ก็ยังใช้อยู่ แต่ยังมีข้อถกเถียง จึงทำให้หลายประเทศยกเลิกการใช้ แต่ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด เหตุที่ทำให้การเลือกตั้งถูกเพิกถอนทั้งประเทศได้ ตามรัฐธรรมนูญไทยมีเหตุเดียวคือ การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คือต้องโกงกันทั้งประเทศ จึงจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นอกจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญสองครั้ง ครั้งแรกปี 2549 กรณีการจัดคูหาเลือกตั้ง ที่ให้คนอื่นอาจเห็นการลงคะแนนได้ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ และปี 2557 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า การที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน วันที่ 21 ก.พ.จะมาพูดเรื่องการเลือกตั้งโดยลับ กับปัญหาคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด เชื่อว่าผู้มีปัญญาและมีจิตใจเป็นกลาง จะอ่านโพสต์นี้และใช้ปัญญาตรึกตรองเอา ว่ามีเหตุผล มีความเห็นที่มีฐานเป็นความรู้ หรือเป็นความเห็นลอยๆ ส่วนทัวร์ใส่เสื้อสีทั้งหลาย เมื่อยึดมั่นถือมั่นในสีที่ตัวชอบ ก็เชิญขนกันมาได้ ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้กกต.ขอขยายเวลาแจงบัตรเลือกตั้งเวลา 20.28 น. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกเอกสารข่าวระบุว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอขยายระยะเวลาในการยื่นคำชี้แจงพร้อมเอกสารหลักฐานออกไปอีก 7 วัน จากกำหนดเดิม วันที่ 23 ก.พ.2569 โดยให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวมีรายละเอียดจำนวนมาก ภายหลังการพิจารณาในวันเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินได้หารือร่วมกันแล้ว เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องร้องเรียนที่มีความสำคัญ และอาจส่งผลกระทบ ต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์โดยเร็วอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง (1) สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงมีหนังสือให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาภายในวันที่ 27 ก.พ.2569ทั้งนี้ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง และพิจารณาวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินขอยืนยันว่าจะดำเนินการพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และรอบคอบ เพื่อคุ้มครองสิทธิและรักษาประโยชน์ของประชาชน ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างสูงสุดกลุ่มพิทักษ์ธรรมบุกสภาทนายความอีกด้าน ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายทินกร สุรบัณฑิตย์ ตัวแทนกลุ่มพิทักษ์ธรรม ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบอาชีพทนายความ เข้ายื่นหนังสือถึงนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ขอให้องค์กรช่วยวิเคราะห์ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง กรณีความผิดปกติของบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมี QR Code และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมี Bar Code กำกับไว้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดต่อมานายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของประเทศ จึงเตรียมตั้งคณะทำงานฝ่ายวิชาการขึ้นมาศึกษารายละเอียด ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยจะยังไม่ด่วนสรุปในทันทีเพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด และจะแถลงผลการศึกษาให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่