คนรักหมาสะเทือนใจ “เจ้ามอลลี่” สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน เพศเมีย วัย 2 ปี เหยื่ออำมหิตถูกมนุษย์ใจสัตว์ราดน้ำมันจุดไฟเผาทุกข์ทรมานสาหัสหลายวัน สิ้นใจตายอย่างสงบแล้ว เจ้าของนำซากไปเผาส่งดวงวิญญาณกลับดาวหมา เผยซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวง” ทรงรับเจ้ามอลลี่ไปรักษาที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ทันกาลเพราะจากไปก่อน ด้านคดีตำรวจเมืองสงขลาล็อกตัว 2วัยรุ่น ต้องสงสัยเค้นสอบปากคำ แต่ยังไม่ยอมรับสารภาพสะเทือนใจคนรักหมา กรณีคนใจบาปราดน้ำมันจุดไฟเผา “เจ้ามอลลี่” สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ เพศเมีย วัย 2 ปี ที่หลุดออกจากบ้านในพื้นที่ หมู่ 8 ต.พะวง อ.เมืองสงขลา เมื่อคืนวันที่ 12 ก.พ. ไฟเผาไหม้แผ่นหลังและก้นของเจ้ามอลลี่เป็นแผลฉกรรจ์ ได้รับบาดเจ็บทุกข์ทรมานแสนสาหัส มีคนไปพบนอนซมทุรนทุรายอยู่ข้างสระน้ำ และเจ้าของนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภายหลังความทราบถึงพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับเจ้ามอลลี่ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และเร่งนำตัวเข้ารักษาที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 20 ก.พ. แต่บาดแผลเจ้ามอลลี่สาหัส เกิดติดเชื้อในกระแสเลือดจนอวัยวะภายในล้มเหลว เจ้ามอลลี่สิ้นใจตายลงเมื่อคืนที่ผ่านมาความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ก.พ. นายสมชัย ชนะวรรโณ พร้อมกับภรรยา นำซากเจ้ามอลลี่ ไปทำพิธีเผาที่ฌาปนสถานวัดแหลมพ้อ ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา มีคนที่ไปพบเจ้ามอลลี่เป็นคนแรก รวมทั้งกลุ่มคนรักหมาจำนวนหนึ่งมาร่วมพิธีเผาเพื่อส่งวิญญาณเจ้ามอลลี่ไปสู่ภพภูมิที่ดี ท่ามกลางบรรยากาศหดหู่ใจ พิธีเผาเจ้ามอลลี่ทำคล้ายกับพิธีฌาปนกิจทั่วไป ผู้มาร่วมพิธีทุกคนต่างวางดอกไม้ไว้อาลัยให้กับเจ้ามอลลี่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนนำซากและรูปถ่ายใส่โลงและเผาไปพร้อมกันนายสมชัย เจ้าของมอลลี่เปิดเผยว่า เจ้ามอลลี่ได้จากไปเมื่อช่วง 6 โมงเช้าที่ผ่านมา หลังทนความเจ็บปวดมาหลายวัน และใจฮึดสู้เหมือนบอกว่าจะรอเจอตนก่อน ตนและภรรยามาดูแลทุกวัน กระทั่งเห็นช่วงที่มอลลี่จากไปอย่างสงบ เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนติดเชื้อในกระแสเลือด อวัยวะภายในล้มเหลว ส่วนตัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเอ็นดูและรับเจ้ามอลลี่ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ แม้เจ้ามอลลี่จะบุญน้อยจากไปก่อน ในด้านคดีได้รับการประสานจากชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ว่าได้นำวัยรุ่นต้องสงสัยเป็นคนจุดไฟเผาเจ้ามอลลี่มาสอบสวนแล้วอย่างน้อย 2 คน แต่ยังไม่ยอมรับสารภาพ ตำรวจรอรวบรวมพยานหลักฐานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม น่าจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วว่าเป็นใคร แต่ตอนนี้ยังไม่อยากปรักปรำใคร รอให้ชัดเจนก่อนความคืบหน้าคดี พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผกก.สภ.เมืองสงขลา นำชุดสืบสวน ภ.จ.สงขลา และชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 สงขลา ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เริ่มตั้งแต่จุดที่สุนัขหลุดออกจากบ้านวิ่งเตลิดไปตามถนน และพยายามหาจุดที่เจ้ามอลลี่ถูกคนใจร้ายใช้น้ำมันเบนซินราดใส่ตัวแล้วจุดไฟเผาจนบาดเจ็บสาหัส ได้ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานจุดที่ชาวบ้านเจอเจ้ามอลลี่ และได้ช่วยกันดับไฟเมื่อคืนวันที่ 13 ก.พ.พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผกก.สภ.เมืองสงขลาเผยว่า ล่าสุดได้เรียกตัวกลุ่มผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้ว 4 คน แต่ทุกคนยังปฏิเสธ ขณะนี้ พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน เร่งลงพื้นที่หาเบาะแส ผู้ก่อเหตุและหลักฐานต่างๆตามเส้นทางที่เจ้ามอลลี่เดินออกจากบ้าน พบว่ามีระยะทางกว่า 1 กม. ขณะเดียวกันทราบว่าองค์การสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮป สงขลา ได้โพสต์ตั้งรางวัลให้ผู้แจ้งเบาะแสคนทำร้ายมอลลี่ จำนวน 3 หมื่นบาทด้วยนายสาธิต ปรัชญาอริยะกุล กรรมการและเลขาธิการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศ ไทย (TSPCA) กล่าวว่า การราดน้ำมันจุดไฟเผาสุนัขทั้งเป็น เป็นพฤติกรรมที่ทารุณโหดร้ายและท้าทายกฎหมายอย่างยิ่ง สมาคมได้ทำหนังสือถึง ผกก. สภ.เมืองสงขลา ให้เร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เชื่อว่าในไม่ช้าจะจับผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ และจะติดตามขอให้มีการบังคับโทษสูงสุดของกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ คือจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับวันเดียวกัน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thanan Awasaya โพสต์ข้อความว่า “ใครที่แจ้งเบาะแสคนร้าย ทำร้ายมอลลี่ และนำไปสู่การจับคนร้าย ผมให้เงินรางวัล 50,000 บาท มอลลี่ต้องไม่ตายฟรี คนชั่วต้องได้รับกรรม” ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อพูดคุยกับเจ้าของโพสต์ คือนายฐานันท์ เรืองฉิม อายุ 38 ปี บอกว่า ตอนนั้นตนเห็นข่าวแล้วทนไม่ได้เพราะว่า การราดน้ำมันจุดไฟเผาสุนัข เป็นการกระทำที่โหดร้าย จิตใจต่ำกว่าสุนัข ใครแจ้งเบาะแสได้มารับเงินรางวัลที่ตนทันที 50,000 บาท ยืนยันจ่ายจริง ถ้ามีใครแจ้งเบาะแสจนสามารถจับคนร้ายได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่