“แดง” จำยอม... หวังจะได้ 200 เสียงขึ้นไปแต่ไม่ได้ นั่นก็เพราะประเมินตัวเองสูงเกินไปในท่ามกลางความตกต่ำที่เป็นจริง แม้จะได้เครือญาติเข้ามาถือธงนำแต่ก็ได้แค่ภาพ เพราะไม่สามารถเป็น “จุดขาย” ที่โดดเด่นจูงใจคนได้อย่างที่คิดหวัง“เพื่อไทย” ต้องยอมรับความจริงใจข้อนี้ว่าปัญหาที่ 2 พ่อลูก “ทักษิณ-แพทองธาร” ทิ้งไว้นั้นมันใหญ่เกินกว่าที่จะแก้ไขกันได้ง่ายๆแม้จะมีความพร้อมทุกด้าน ทั้งคนทั้งองค์กรและมวลชนเก่าๆ ก็ยังไม่พอที่จะเยียวยาให้ดีขึ้นมาได้อย่างทันตาเห็นที่สำคัญยังหนีไม่พ้นสภาพการครอบงำที่ยังดำรงอยู่แม้ช่วงระหว่างหาเสียงแทบจะไม่มีบทบาทอะไรมากเพียงแค่เป็นกองเชียร์ข้างเวที แต่ผู้คนก็ยังฝังใจอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงกระแส “ประชานิยม” ที่เป็นจุดขายสำคัญก็ใช้ไม่ได้ผลที่สำคัญก็คือคู่แข่งใช้ความสดใหม่และกระแสรักชาติทำให้ได้รับการยอมรับจนกลายเป็นกระแสใหญ่ทำให้ “ภูมิใจไทย” ชนะแบบขาดลอย!แม้ “ประชาชน” ที่เคยเป็นคู่แข่งมาก่อนจะอ่อนล้าและกระแสไม่แรงเหมือนก่อนแต่ก็มิอาจเอาชนะได้ หลายจังหวัดถูกตีขนาบชิงไปหมดขนาด “เชียงใหม่” ที่เป็นเมืองหลวงสำคัญยังรักษาไม่ได้ ปล่อยให้ “ส้ม” ตีกินไปหมดและยังมี “สีเขียว” สอดแทรกเข้ามาอีกภาคเหนือที่หวังจะทำให้ฟื้นตัวได้กลับหนักกว่าเก่า!ก็ต้องยอมรับความจริงว่า “เพื่อไทย” ถึงคราวตกต่ำจริงๆ อยู่ที่ว่าจะแก้ไขอย่างไรเพื่อให้ฟื้นกลับมาอีกครั้งหนึ่งภาคเหนือว่าแย่แล้ว ภาคอีสานก็ไม่ต่างกันเมืองหลวงที่พลาดท่าจากคราวที่แล้วได้มาเพียง 1 คน แต่ครั้งนี้ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ก็แสดงว่าคนเมืองกรุงเขามีทางเลือกที่ดีกว่าอย่างชัดเจน!การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาก่อนจะด้วยความจำใจหรืออะไรก็ตามก็เป็นทางหนึ่งที่ดีกว่าไปเป็นฝ่ายค้านเพราะ “เพื่อไทย” ไม่เคยเป็นฝ่ายค้านที่ดีมาก่อนพูดง่ายๆว่าไม่สามารถที่จะทำให้พรรคเติบโตขึ้นมาได้การร่วมรัฐบาลจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดซึ่งแน่นอนว่าต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้ “ภูมิใจไทย” ทั้งๆที่เคยอยู่เหนือกว่าก็จริง แต่ทำยังไงได้เมื่อสภาพความเป็นจริงมันเป็นเช่นนั้นประเด็นสำคัญก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร” ยังอยู่คุก “แพทองธาร” ก็ยังมีคดีรออยู่ รวมไปถึง “ยิ่งลักษณ์” ที่ยังหนีคดีอยู่ต่างประเทศหากเป็นฝ่ายค้านก็ไม่มีทางช่วยเหลือได้แต่เป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่กับอำนาจรัฐยังพอมีหนทางบ้างนี่แหละคือการเมืองที่ไม่มีอะไรแน่นอน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม