“ปรี๊ด” นกหวีดหมดเวลาแข่งขัน แพ้ชนะถือว่าจบในเกม แม้จะมีลูกติดพันจากกองเชียร์อารมณ์บอลแพ้ คนไม่แพ้ แต่ตามสไตล์ของ “นักเลือกตั้งอาชีพแบบไทยๆ” ยังถือสปิริตเป็นสำคัญ สัญญาณแบบที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โชว์บทใจกว้าง ขอโทษคู่แข่งทุกพรรคการเมืองทันทีหลังปิดโหมดหาเสียงนาทีสุดท้าย ลดโทนเสียงอ่อนลง ถ้าล่วงเกินกันก็ขออภัยที่บาดหมางกระทบกระทั่งระหว่างรณรงค์ก็เป็นเพียงเกมการแข่งขันณ จุดที่ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าค่ายส้ม พรรคประชาชน แม้จะคาใจในเกมตุกติกหลายจุด แต่ก็แถลงแสดงความชัดเจนทันที ไม่โหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ และพร้อมถอยเปิดทางให้อันดับหนึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแต่โดยดีนั่นหมายถึงการฟอร์มขั้วรัฐบาลใหม่ไม่ยืดเยื้อเหมือนเลือกตั้งรอบที่แล้วมาจากชัยชนะที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดของทีมเซราะกราว ภูมิใจไทย “นายกฯ หนู” ประกาศศักดานำขบวนกวาดเก้าอี้ สส.ไปทั้งหมด 193 เสียง เกือบแตะ 200 ที่นั่ง“น้ำเงิน” แลนด์สไลด์ เซอร์ไพรส์หักปากกาเซียนทุกสำนักปัจจัยหลักมาจากยุทธศาสตร์ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ที่ “มาดามผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพ กทม. พรรคภูมิใจไทย หญิงแกร่งหาญกล้า “แบกระเบิดพลีชีพ”เล่นเกม “คว่ำตาย หงายเป็น” ยั่วแรงปะทะหนักๆจากทุกสารทิศก่อนที่ “เสี่ยแด็ก” ธนกร วังบุญคงชนะ ลูกน้องรักของ “ลุงตู่” จะแท็กทีมร่วมด้วยช่วยแห่ ย้ำเกมวัดดวง “สลิ่มรักชาติ” ให้กาบัตรเลือกอย่างมียุทธศาสตร์อย่าแบ่งแต้ม ทำคะแนนตกน้ำเสียของและเมื่อดูจากสถิติปาร์ตี้ลิสต์ที่ออกมาสดๆร้อนๆโฟกัสเฉพาะกรุงเทพฯ แต้มของค่ายเซราะกราวที่แทบไม่มีฐานต้นทุนในเมืองหลวง กลับดีดขึ้นมาเป็นอันดับสอง รองจากแชมป์คือค่ายส้ม และเหนือกว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำท่าจะมาแรงเป็นคู่แข่งแย่งแต้มในฝ่ายอนุรักษ์นิยมนั่นหมายถึงมุก “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ยังใช้ได้ผลในเกมปั่นสลิ่มชาตินิยมภูมิใจไทยเร่งเครื่องเลนขวาปาดหน้าแซงเลนซ้าย เบียดเข้าป้ายในโค้งสุดท้ายที่สุดเลยก็ส่งผลให้อยู่ในสถานะ “หล่อเลือกได้” ในสถานการณ์ที่ “นายกฯหนู” และบรมกุนซืออย่าง “เสี่ยเน” เนวิน ชิดชอบ นั่งผิวปากชิลๆอยู่บนเขากระโดงรอ “เสี่ยงพวงมาลัย” เลือกคู่ จิ้มพรรคร่วมหอลงโรงเป็นรัฐบาลยาวๆครบเทอม 4 ปีตามฟอร์มแชมป์คะแนนขาด ก่อนอื่นใดต้องยึดเงื่อนไขล็อกเก้าอี้รัฐมนตรีแบ่งโควตาปูนบำเหน็จให้คนในค่ายภูมิใจไทย ที่ทำผลงานตามเป้าหมาย กวาดยกเข่งเหมาหลายจังหวัด“อนุทิน–เนวิน” ต้องจัดพื้นที่ให้แม่ทัพนายกองตามยุทธศาสตร์เกมยาวด้วยตัวเลข 193 เสียงขาดอีกแค่ 60 ที่นั่งก็เกินกึ่งหนึ่งของสภา ตัดแค่ค่ายส้ม 118 เสียงออกไป นอกนั้นก็คือ “ตัวแปร” ให้เลือกหลากหลายในการจัดสมการรัฐบาลได้สารพัดสูตรและตรงสเปกสุดปักหมุดที่พรรคเพื่อไทยในสภาพที่หลุดเป้ากระเจิดกระเจิงในสถานการณ์ก๊วนนายใหญ่ “พลังต่อรอง” เหลือน้อยเต็มที ขอแค่เกาะเอวร่วมรัฐบาลเพื่อประคองตัวไม่ให้ล้มหงายท้องฟาดพื้นแรงๆก็เพียงพอ จะเจียดกระทรวงอะไรก็ไม่เกี่ยงมาก74 เสียงของทีมสีแดง บวกกับ 193 สีน้ำเงิน แค่ 2 พรรคก็ปาไป 267 แต้ม เป็นหลักประกันและเพื่อให้มั่นใจอีกชั้น อาจมีอะไหล่สำรองดึงสีฟ้าพรรคประชาธิปัตย์อีก 22 เสียงมาเติมความชัวร์ แถมยังได้ลดโทนอันตรายของฝ่ายค้าน หากให้ค่ายส้มกับประชาธิปัตย์ไปแท็กทีมกันนอกนั้นก็ไปดึงพรรคต่ำเอี่ยว เพาะพันธุ์งูเห่าไว้เลี้ยงไว้แบบลับๆ ไต่ระดับเพดานรัฐบาล 300 เสียง แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับรัฐบาล “อนุทิน ภาคสอง” ไม่ต้องกังวลกับภาวะปริ่มน้ำ“น้ำเงิน–แดง” ก็เข้มข้น เติมฟ้าเพื่อสูตรผสมที่ลงตัว ไม่ต้องเติมสีเขียวให้ดูหมองหม่นเป็นสีเทาเหนืออื่นใดคือได้จังหวะสลัดคราบ ลดโทนหวาดระแวงสังคม เลี่ยงโดนล็อกเป้าแกะรอยตามขุมทรัพย์โจรสแกมเมอร์ยึดเมืองณ จุดที่ 2น. “หนู-เนวิน” หล่อเลือกได้ โดยไม่ต้อง “ประแป้ง”ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม