ปั่นกันตีนขวิด ฝุ่นฟุ้งก่อนเข้าเส้นชัย ศึกเลือกตั้ง สส.2569 เข้าสู่ทางตรงร้อยเมตรสุดท้าย วัดกันสนุก แต่ละป้อมค่ายขายกันมาหมดแล้ว งัดกลยุทธ์แย่งแต้มกันทุกรูปแบบ ณ จุดนี้ นอกจากทุกพรรคตรึงแต้ม ยึดฐานที่มั่นของใครของมัน ยังเป็นช่วงที่ต้องเร่งอัดโปรฯ แย่งแต้มในตะกร้าของคู่แข่งมาให้ได้จึงเข้าสู่ห้วงอัดแหลกทั้งบนดิน-ใต้ดิน ขุดชนักคดีฝ่ายตรงข้ามมาขู่และปักชนักซ้ำ ปล่อยวาทกรรมจี้เข้าแผลแฉปมจุดอ่อนฝั่งตรงข้าม ภาษาวิชาการอาจเรียกว่า “เนกาทีฟแคมเปญ” ธีมรบในโหมดโหดส่วนภาษาชาวบ้านก็พูดได้ว่า ชี้นิ้วด่ากราดกันแล้วไม่เลือกแม้กระทั่งเกมแบ่งแยก กระตุกคนไทยให้เลือกข้าง เป็นเรื่องที่หลายคนเป็นห่วงว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ความแตกแยก ก่อวิกฤติซ้ำรอยเดิมกระนั้นก็ดี มองมุมดี นักสังเกตการณ์ทางสังคมในปีกมองบวก ประเมินรายการนี้ก็แค่การต่อสู้แข่งขัน เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย มีปากแตกเลือดซิบกันมั่งแต่ถึงที่สุด “มนุษย์การเมือง” สายพันธุ์พิเศษบริโภค “อำนาจ” เป็นภักษาหารไม่ต้องห่วง แม้จะทิ่มแทง ฉีกเลือดเนื้อยื้อแย่งมังสาหารกัน แต่หลังเลือกตั้งเมื่อต้องขึ้นโต๊ะเจรจาตั้งรัฐบาล หากดีลลงล็อกผลประโยชน์ลงตัวก็เรียบร้อยส่วนใหญ่ประเภท “กะล่อนแมน” เข้าหน้ากันได้ง่ายจัง เชื่อมจิตกันเนียนๆได้อยู่แล้วอย่างไรก็ตาม การต่อสู้แข่งขันในการเลือกตั้ง หากจะแบบเรียบร้อย สิ่งสำคัญคือ “กรรมการกลาง” จะต้อง “เป็นกลาง” อย่างแท้จริง และโฟกัสวันนี้ จับจ้องไปที่ “กกต.” ที่มีหน้าที่คุมงานจัดการเลือกตั้งเริ่มมีเสียงทักท้วงเชิงเรียกร้องให้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ยึด “สุจริต เที่ยงธรรม ชอบด้วยกฎหมาย” อย่างที่สโลแกนขององค์กรระบุไว้ โดยเฉพาะล่าสุด มีคนพูดถึงเรื่อง “การอำนวยความสะดวก” ให้ประชาชนโดยมีตัวอย่างคิวจัดเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. วุ่นวาย สับสน ยุ่งยาก และมีอะไรๆที่ชักแหม่งๆผู้คนมองการบริหารจัดการผิดพลาดอย่างที่ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.ยอมรับ และต้องออกมาขอโทษ ทั้งเรื่องใบแนะนำตัวผู้สมัคร สส. บางพรรคหลุดหายจากปึกเอกสารหน้าหน่วย ซองเอกสารส่งแต้มผู้มาใช้สิทธิไปปลายทางเขตเลือกตั้ง ระบุ “รหัสตัวเลข” เขตเลือกตั้งออกแนวมั่วคิวนี้ทีท่า กกต.เฉยเมย “เลขาฯแหวง” เหมือนจะชินชา ทำให้เวลานี้คำว่า “โปร่งใส” เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ กกต.เอากลับมาใส่ในสโลแกนได้แล้ว ไม่เท่านั้น ปัญหาเรื่องที่มีนักวิชาการ นักสังเกตการณ์ออกมาทักท้วงมานาน ก็ยังไม่ได้แก้ และแก้ไม่ได้ เมื่อล่าสุด ศาลปกครองยกฟ้อง ไม่รับคำร้องที่อาจารย์ ตัวแทนประชาชนยื่นร้อง ขอให้ กกต.อำนวยความสะดวกเรื่องการลงประชามติเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ยอดผู้มีสิทธิเกือบ 1 ล้านราย ที่คั่งค้าง และส่วนใหญ่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ 1 ก.พ.นี้ ฉะนั้นเมื่อคำร้องของอาจารย์ตัวแทนหมู่บ้านไม่เป็นผล แต้มตรงนี้มีความเสี่ยง “ตกน้ำ” ทำผล “ประชามติ รธน.” พลิกผันได้กกต.จะแก้ไขจัดการยังไง ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านๆเรียกไม่รวมเรื่องร้องเรียน “ซื้อเสียง-โกงเลือกตั้ง-ข้าราชการไม่เป็นกลาง-อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์” กกต.ควรหูตาตื่นฉะนั้น ถึงตรงนี้คงไม่ต้องยกคำเหน็บแนมจาก สส.ค่ายส้ม “อย่ามาแหวง” มากระแทก “ซ้ำเติม” แต่ที่ต้องเรียกร้องเพราะหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมายกกต.ต้องทำและทำอย่างโปร่งใสเมื่อเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกฝ่ายปรับโฟกัสจับจ้องไปที่ กกต. โดยเฉพาะ “เลขาธิการ กกต.” ในบท “กรรมการ” ไฟต์บังคับที่ “พะนะทั่นแหวง” จะต้องไม่สน “นายใหญ่–ครูใหญ่” ขั้วใด ยึดหลัก เป็นกลาง–เป็นธรรมเข้าไว้ทำตามหลักการที่ถูกควร ไม่จุดชนวนระเบิด “แสวงเครื่อง” บึมบอมบ์เสียเองหากไม่อยากได้ชื่อว่ามีส่วนร่วมก่อวิกฤติบ้านเมือง.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม