นอกจากปัญหาการจัดการเลือกตั้งสส.ล่วงหน้า 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งในเขตเลือกตั้งและนอกเขตเลือกตั้ง ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังมีอีกประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือการจัดการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ในวันที่ 8 ก.พ.นี้เนื่องจากการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้ง สส.ดำเนินการโดยกฎหมายคนละฉบับ การทำประชา มติจะต้องใช้สิทธิออกเสียงในวันเดียวกัน ทำให้ไม่มีการเปิดลงทะเบียนการใช้สิทธิล่วงหน้าได้ และถึงแม้จะมีช่องทางให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขต และนอกราชอาณาจักรในวันที่ 8 ก.พ.นี้ได้ ก็ยังเกิดปัญหาเพราะที่ผ่านมา กกต.เปิดรับลงทะเบียนประชามตินอกเขตดังกล่าว อยู่ในระยะเวลาจำกัดเพียง 3 วัน และอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้มีเสียงติติง กกต.เรื่องการประชาสัมพันธ์ ทำให้ประชาชนไม่รับทราบกระบวนการขั้นตอนอย่างทั่วถึง รวมทั้ง กกต.อ้างว่าไม่สามารถขยายเวลาลงทะเบียนได้ เนื่องจากติดข้อขัดเรื่องกฎหมายกรณีนี้ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ออกมาระบุว่า เป็นห่วงว่าเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ เสียงอาจตกน้ำเป็นล้านเสียง เนื่องจากประชาชนไม่ทราบว่าการใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ต้องไปใช้สิทธิในวันจริง 8 ก.พ.นี้เท่านั้น และยังมีปัญหาคือ ส่วนหนึ่งไม่ได้ลงทะเบียนประชามติแบบนอกเขตเอาไว้โดยจากข้อมูล ถึงแม้มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า 2.4 ล้านคน แต่ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขต มีเพียง 1.5 ล้านคน ส่วนต่างราว 9 แสนคน มีโอกาสสูงที่จะไม่ไปใช้สิทธิประชามติอย่างเดียวในวันที่ 8 ก.พ.นี้ และจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่าไม่มีผลกระทบ ทั้งที่กฎหมายประชามติ ระบุว่าจะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองยิ่งเมื่อพิจารณาผลโพลสำรวจ KPI Poll ของสถาบันพระปกเกล้าล่าสุดพบว่า ผู้ที่จะเห็นชอบประชามติครั้งนี้ มีจำนวนที่อาจเกินครึ่งเพียงเล็กน้อย หรืออยู่ที่ประมาณ 53 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการที่เสียงจำนวนมากอาจหายไปจากกระบวนการ ย่อมมีคำถามว่าผลประชามติจะสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนได้มากน้อยเพียงใดถึงตรงนี้ช่วงเวลาที่เหลือ จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ กกต.แก้ไขได้ คือ นอกจากเรื่องเลือกตั้ง สส.แล้ว ยังต้องเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้ข้อกฎหมายการออกเสียงประชามติควบคู่กันไป เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อทำให้การทำ “ประชามติ” ครั้งนี้ได้ผลสรุปที่เป็น “มติของประชาชน” อย่างแท้จริงคลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม