การเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. เห็นคนที่ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 2.26 ล้านคน ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากันอย่างล้นหลาม บางพื้นที่ต้องเข้าคิวนานกว่าสองชั่วโมง ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่ายินดีอย่างยิ่ง หวังว่าวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ผู้มีสิทธิกว่า 50 ล้านคนจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างล้นหลามเช่นเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยของเราให้ดีขึ้น อย่าปล่อยให้คนหน้าเดิมๆ คนที่เคยทุจริตคอร์รัปชัน คนที่ชอบพูดรักชาติแต่มีพฤติกรรมตรงกันข้าม กลับเข้าทำร้ายประเทศไทยของเราอีกการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งยังทำผิดซ้ำซากแบบเดียวกับการเลือกตั้งครั้งก่อนปี 2566 อาทิ ปัญหาหมายเลขรหัสเขตที่หน้าซองบัตรเลือกตั้ง เอกสารข้อมูลผู้สมัครหน้าหน่วยเลือกตั้งไม่ถูกต้อง เป็นต้นคุณไอซ์ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เจ้าของฉายา “พายุน้ำแข็ง” ได้โพสต์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับพรรคประชาชนถึง 8 ข้อ เช่น ไม่ติดชื่อผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน แต่เมื่อประชาชนถามว่า สส.พรรคประชาชนเบอร์อะไร บัตรหายไปไหน เจ้าหน้าที่ กกต.กลับให้ข้อมูลว่าถูกตัดสิทธิไปแล้ว (ทั้งที่ยังไม่ถูกตัดสิทธิ) ใน กทม.สแกนป้ายรายชื่อผู้สมัครปรากฏว่าเป็นรายชื่อการเลือกตั้งปี 66 หลังลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว กกต.ต้องใส่รหัสเขตเพื่อส่งคะแนนไปยังเขตนั้นๆ หลายเขตกรอกรหัสผิด ประชาชนทักท้วงก็ไม่เป็นผล หลายเขตไม่ได้กรอกรหัส เป็นความจงใจทำให้คะแนนไปผิดที่หรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ กกต.บอกให้เขียนชื่อตัวเองบนบัตร ซึ่งจะทำให้กลายเป็นบัตรเสียทันที เป็นต้นก็หวังว่าเหตุการณ์เหล่านี้ จะไม่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.อีก ยิ่งมีคนออกมาพูดด้วยว่า บางแห่งมีการซื้อเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งด้วย ไม่ใช่แค่ซื้อเสียงอย่างเดียวผมเพิ่งอ่านบทความของ คุณบัณฑิต นิจถาวร ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล เรื่อง “5 ประโยคจากนายกรัฐมนตรีแคนาดาที่ปลุกคนทั่วโลก” สุนทรพจน์ของ มาร์ค คาร์นีย์ นายกฯแคนาดา ในเวที WEF ที่โด่งดังไปทั่ว โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “lf we’re not at the table, we’re on the menu ถ้าเราไม่ได้อยู่ที่โต๊ะเจรจา เราจะกลายเป็นอาหารบนเมนู” เพื่อเรียกร้องประเทศมหาอำนาจขนาดกลางร่วมมือกันต่อรองกับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาประโยคหนึ่งที่ คุณบัณฑิต เขียนถึงคือ lt is time for companies and countries to take the sign down คำคมคือ take the sign down (เอาป้ายลง) ซึ่งมาจากหนังสือ The Power of the Powerless (อำนาจของคนไม่มีอำนาจ) ของ Vaclav Havel อดีตประธานาธิบดีเชโกสโลวาเกีย ซึ่งได้ตั้งคำถามว่า “ระบบคอมมิวนิสต์ดำรงอยู่ได้อย่างไร”คำตอบถือ “คนขายผัก” ทุกเช้า เจ้าของร้านขายผักจะติดป้ายที่หน้าร้านว่า “ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกจงสามัคคีกัน (worker of the world, unite)” เป็นสโลแกนพรรคคอมมิวนิสต์ ทุกคนทำไปเพื่อความอยู่รอด แม้ไม่เห็นด้วยแต่ก็ทำกันทุกร้าน Havel เรียกสิ่งนี้ว่า “การใช้ชีวิตอยู่ภายใต้คำลวง (living within a lie)” ระบบจะสั่นคลอนทันทีถ้ามีคนเอาป้ายลง มาร์ค คาร์นีย์ ชี้ว่าการใช้อำนาจของมหาอำนาจในปัจจุบันก็เช่นกัน ถ้าทุกคนยอมตาม การใช้อำนาจก็จะมีอยู่ต่อไป จึงเชิญชวนให้เอาป้ายลงแต่ประโยคที่ คุณบัณฑิต เห็นว่าตรงกับไทยมากที่สุดก็คือ “Nostalgia is not a strategy การโหยหาอดีตไม่ใช่ทางเลือกหรือยุทธศาสตร์” เพราะอดีตจบไปแล้ว ความจริงวันนี้คืออำนาจเป็นใหญ่ ประเทศต่างๆจึงต้องร่วมมือกันสร้างความเข้มแข็งเพื่อวันพรุ่งนี้ประเทศเราที่มีปัญหามาก คอร์รัปชันรุนแรง ยิ่งนานวันประเทศยิ่งตกตํ่า ล่าสุดสหรัฐฯได้จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มล่าง ประเทศที่ถูกระงับการขอวีซ่าผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ ชี้ถึงความตกตํ่าของประเทศ ที่เป็นผลสะสมของความผิดพลาดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยฝีมือคนไทยรุ่นสูงวัย หรือรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่ทิ้งปัญหาไว้ การอยู่เฉยคือเป็นกลาง ปลอดภัย แต่นานเข้าคือการขาดความรับผิดชอบ ดังนั้น อย่าโหยหาความรุ่งเรืองในอดีตจะกลับมา อดีตจบไปแล้ว ปัจจุบันคือความจริง ความจริงคือประเทศตกตํ่า และจะตกตํ่ามากขึ้นโดยฝีมือคนเดิมๆ ถ้าไม่มีใครทำอะไร การเลือกตั้ง 8 ก.พ. จะชี้ชะตาอนาคตไทยครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม