“สีหศักดิ์” ให้ความมั่นใจสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงนี้ยังปกติ ย้ำมีการพูดคุยกันในระดับพื้นที่ แต่หากเขมรจงใจรุกล้ำดินแดนก็พร้อมปกป้องอธิปไตย ด้าน ทภ.2 เผยผลประชุม RBC กับ ภท.4 กัมพูชา ได้ข้อสรุป 6 ข้อ เน้นแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี จะกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ที่อาจจะนำไปสู่การใช้กำลัง ส่วนการกำหนดเส้นเขตแดน จะใช้กลไก JBC ระดับรัฐบาล โดยให้แต่ละฝ่ายอยู่ในพื้นที่ที่ตนเองควบคุมหลังจากหยุดยิง รวมถึงจะพบกันเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหาร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 ก.พ.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชายิง M79 เข้ามายังฝั่งประเทศไทย เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ไทยและกัมพูชาร่วมลงนามในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 เป็นครั้งที่สองของปีนี้ว่า มีการพูดคุยกันในระดับพื้นที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งก็เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน หรือถ้าเกิดมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมาก็เป็นสิ่งที่เราต้องกังวล พร้อมให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า จนถึงวันที่ 8 ก.พ.จะไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ส่วนชาวบ้านริมชายแดนไทย-กัมพูชามีความกังวลจะเกิดการสู้รบรอบที่ 3 นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาว่าต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ต้องให้การหยุดยิงยั่งยืนจริงๆ จะได้เดินหน้าในเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราก็ต้องทำหน้าที่ของเราคือ การปกป้องอธิปไตยของเราอยู่แล้ว พร้อมรับว่าขณะนี้ได้ติดตามอยู่ว่าฝั่งกัมพูชาทำอะไรบ้าง ถ้าเป็นการรุกล้ำอธิปไตยไทย หรือถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรที่จงใจ เราก็ต้องมีการปฏิบัติการของเรานายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีผู้ใหญ่ของกัมพูชายังออกมาแถลงโจมตีประเทศไทยอยู่ว่า ตนบอกทางฝ่ายกัมพูชาระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ พูดกันชัดเจนว่า อย่ามีคำพูดอะไรที่อาจเข้ามาแทรกแซง เพราะฝ่ายไทยพยายามหลีกเลี่ยงคำพูดเหล่านี้ในถ้อยแถลงวันเดียวกัน กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่ข้อมูลว่า เมื่อเวลา 11.00 น. มีการจัดประชุมหารือของประธานกองเลขานุการ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-กัมพูชา (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 ของไทย ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีประเด็นสำคัญ 6 ประการ ดังนี้ 1.ทั้งสองฝ่ายพร้อมร่วมมือปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม GBC ครั้งที่ 3 (27 ธ.ค.2568) ในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี 2.กำหนดมาตรการ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ที่อาจจะนำไปสู่การใช้กำลัง 3.การหารือเกี่ยวกับเส้นเขตแดนใช้กลไก JBC ระดับรัฐบาล ให้แต่ละฝ่ายอยู่ในพื้นที่ที่ตนเองควบคุมหลังจากหยุดยิง4.ยังคงมีอันตรายจากทุ่นระเบิดและกับระเบิดในพื้นที่ชายแดน ที่อาจเกิดการระเบิดได้ตลอดเวลาจากไฟไหม้ป่า 5.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ยึดถือข่าวสารจากทางราชการ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและทำให้การแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนกระทำได้ง่ายขึ้น และ 6.กองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย-กัมพูชา ด้านกองทัพภาคที่ 2-ภูมิภาคทหารที่ 4 พบปะกันเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่