หนุ่มลูกจ้างร้านอาหารซิ่งเก๋งชนเสาไฟเกิดไฟลุกคลอกร่างดับสยอง หลังเลิกงาน ขับรถกลับบ้านเสียหลักชนสนั่นเครื่องยนต์หลุดเกิดไฟลุกท่วมคัน ชาวบ้านเห็นรีบช่วยคนขับ รถติดแก๊สแอลพีจีไฟพึ่บต้องรีบถอยขณะที่นายจ้างเผยผู้ตายเป็นคนขยันหาเงินส่งให้เมีย เตรียมแต่งงานในเดือน มี.ค.นี้ แต่ดวงดับมาเกิดอุบัติเหตุสลด อีกรายสัตวแพทย์คนดังสระบุรี ห้อซุปเปอร์คาร์ 25 ล้าน ตกข้างทางไฟลุกท่วมวอดทั้งคันโชคดีเจ้าตัวปลอดภัยอุบัติเหตุรถเก๋งเสยเสาไฟเกิดไฟลุกคลอกคนขับดับรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 31 ม.ค. พ.ต.ท.บุญเชิด เชิดบารมี สว. (สอบสวน) สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าเกิดไฟลุกไหม้ที่ถนนสาย 3056 ภาชี-อุทัย มุ่งหน้าแยกไฟแดงอุทัย หมู่ 5 ต.คานหาม ไปตรวจสอบพร้อมประสานรถดับเพลิง อบต.คานหาม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กว 8554 ลพบุรี สภาพชนอัดติดกับเสาไฟฟ้าริมถนนเกิดประกายไฟลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำกว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบ ภายในรถพบศพคนขับถูกไฟคลอกร่างดำเป็นตอตะโกอัดติดกับคอนโซล เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ตรวจสอบเอกสารในกระเป๋าสะพายทราบชื่อนายอัตถชัย มิพล อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 9 ต.โนนสมบูรณ์ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ภายในรถยังพบอุปกรณ์ขายอาหารรวมถึงหม้อและถังแก๊ส ขณะเดียวกันพบว่าเครื่องยนต์รถกระเด็นหลุดเข้าไปในอาคารพาณิชย์ใกล้จุดเกิดเหตุ และมีชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจายเต็มพื้นถนนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณอาคาร พบภาพรถเก๋งขับมาด้วยความเร็วก่อนพุ่งชนเสาไฟริมถนนอย่างแรง ทำให้เครื่องยนต์หลุดกระเด็นเข้าไปในอาคารและเกิดประกายไฟ เจ้าของอาคารรีบออกมาดับไฟและพยายามช่วยเหลือคนขับ แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วสอบถามเจ้าของอาคารพาณิชย์ทราบว่า ขณะนอนหลับอยู่ชั้นบนได้ยินเสียงรถชนดังสนั่นรีบลงมาดู พบว่าเครื่องยนต์กระเด็นเข้ามาอยู่ในรั้วตึกและเกิดไฟลุกไหม้ ตนและภรรยารีบฉีดน้ำดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามเข้าตัวอาคาร จากนั้นพยายามหาอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือคนขับที่หมดสติติดอยู่ภายในรถ แต่ไม่สามารถงัดประตูออกได้ ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ก่อนเจ้าหน้าที่มูลนิธิและรถดับเพลิงจะมาถึงที่เกิดเหตุ ตนรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยผู้ประสบเหตุออกมาได้ด้านนายฉัตรชัย เรืองโอชา อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ เปิดเผยว่า รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถรีบไปจุดเกิดเหตุ เห็นคนขับรถเก๋งยังไม่เสียชีวิตรีบใช้ถังเคมีดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิงเบื้องต้นและพยายามงัดประตูรถ แต่เนื่องจากเปลวไฟรุนแรงมากไม่สามารถเปิดประตูได้ ขณะนั้นถังแก๊สแอลพีจีท้ายรถเกิดไฟพุ่งออกมาจำนวนมาก อาสากู้ภัยต้องออกจากพื้นที่พร้อมประสานรถดับเพลิงขณะที่ ส.อ.ธงชัย โสภา อายุ 37 ปี เป็นนายจ้างเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นลูกจ้างช่วยขายอาหารอยู่ที่ตลาดนัดหมู่บ้านดีดีแลนด์ อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ช่วงเย็นยังช่วยกันขายของตามปกติ ก่อนที่ตนจะขี่รถ จยย.กลับบ้านมาก่อน เนื่องจากเป็นวันเกิดและต้องไปสวดมนต์ ผู้ตายเก็บร้านและขับรถกลับบ้านที่ อ.บางปะอินจ.พระนครศรีอยุธยา แต่ยังไม่ถึงบ้านโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ กระทั่งมีเพื่อนโทร.มาแจ้งเหตุร้าย ผู้ตายเพิ่งมาทำงานได้เพียง 2 เดือน รับค่าแรงรายวัน เป็นคนขยัน เก็บเงินรายได้ทุกบาทส่งให้ภรรยาที่อยู่ต่างจังหวัดเพื่อเตรียมแต่งงานกันในเดือน มี.ค.นี้ อีกทั้งในวันหยุดยังมักขับรถพาแม่ไปเที่ยวและทานข้าว ทำให้ตนรู้สึกเสียใจและสงสารอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกราย นายสัตวแพทย์หนุ่มเจ้าของฟาร์มไก่ควบรถซุปเปอร์คาร์หรูเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าเกิดไฟลุกท่วมยังโชคดีหนีออกจากรถได้ทัน รอดตายหวุดหวิดรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ร.ต.อ.ธรรณรงค์ อินต๊ะกัน รอง สว. (สอบสวน) สภ.ท่าวังผา จ.น่าน รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถซุปเปอร์คาร์เสียหลักตกถนนพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณริมถนนสายน่าน-ทุ่งช้าง พื้นที่หมู่ 1 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา หลังรับแจ้งรายงานให้ พ.ต.อ.สุริยา ขุนโต ผกก.นำกำลังตำรวจ ประสานทีมกู้ชีพกู้ภัย รถดับเพลิง อบต.ป่าคา เทศบาลตำบลท่าวังผา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษมน่าน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ก่อนถึงที่ทำการ อบต.ป่าคา บริเวณ ริมป่าละเมาะข้างทางพบรถซุปเปอร์คาร์หรูยี่ห้อ แมคลาเรน 720S สีขาว ทะเบียน กว 1 สระบุรี ราคากว่า 25 ล้านบาท พุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนน สภาพรถพังยับมีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำและโฟมสกัดเปลวไฟที่ลุกโชนจนกระทั่งเพลิงสงบ สภาพรถพังเสียหายทั้งคันกลายเป็นซากเศษเหล็ก มีทรัพย์สินของทางราชการเป็นป้ายแจ้งเตือนลดความเร็วพังเสียหาย 1 ป้าย ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บถูกช่วยเหลือออกจากรถได้อย่างปลอดภัย ทราบชื่อนายพัชรพงศ์ อัศวภูษิตกุล อายุ 34 ปี ชาว จ.ลพบุรี เป็นนายสัตวแพทย์เจ้าของธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่กู้ชีพช่วยกันปฐมพยาบาล ในที่เกิดเหตุก่อนนำส่ง รพ.ท่าวังผาจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นและตรวจสอบจากกลุ่มโซเชียลในจังหวัดน่านทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นหนึ่งในขบวนรถซุปเปอร์คาร์หลายคันของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาขับรถท่องเที่ยวใน จ.น่าน ตามเส้นทาง ทล.1081 ปัว-บ่อเกลือ เกิดประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางขากลับ โดยรถคันดังกล่าวมีนายพัชรพงศ์ ขับมาคนเดียวไม่มีคนอื่นนั่งมาในรถ คาดว่ารถวิ่งด้วยความเร็วสูงประกอบกับคนขับไม่ชำนาญเส้นทางทำให้รถเสียหลักตกถนนพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างจังจนเกิดเพลิงลุกไหม้ ยังโชคดีที่คนขับหนีออกจากรถได้ทัน ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานและจะสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปตำรวจฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ขับรถเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดน่านและใช้เส้นทางภูเขา เช่น ถนนสายน่าน-ทุ่งช้าง และ ทล.1081 ปัว-บ่อเกลือ มีลักษณะเป็นทางโค้งขึ้นลงเขาลาดชัน บางช่วงผิวถนนแคบ ควรใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะรถที่มีสมรรถนะสูงหรือรถซุปเปอร์คาร์ ควรคำนึงถึงสภาพเส้นทางที่แตกต่างจากถนนทางราบทั่วไป การใช้ความเร็วไม่เหมาะสมอาจทำให้ควบคุมรถได้ยากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ส่งผลกระทบทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ขอความร่วมมือผู้ขับขี่ทุกคนเคารพกฎจราจร ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่