กลุ่มชี้ขาดแพ้–ชนะ...จากผลสำรวจจากโพลต่างๆสถานการณ์เลือกตั้งเวลานี้ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน นี่คือจุดเบี่ยงเบนสำคัญที่มีผลต่อการเลือกตั้ง เท่าที่ดูตัวเลขแล้วมากพอสมควร ฉะนั้นตัวเลขที่บ่งบอกว่าพรรคไหนที่ 1, 2, 3 จึงยังไม่แน่นอน อยู่ที่คนกลุ่มนี้ สุดท้ายจะตัดสินใจเลือกพรรคไหนเท่านั้นก็เป็นอย่างนี้ มีอยู่ 2 ปัจจัยที่จะจูงใจให้คนเหล่านี้คือ1.การซื้อเสียงใครจะให้มากกว่ากันและยิงตรงเป้าแค่ไหน2.นโยบายซึ่งจะเป็นทีเด็ด ซึ่งแต่ละพรรคต่างก็เก็บงำเอาไว้หวังเอาชนะยกสุดท้ายความเคลื่อนไหวเรื่อง “กระสุน” นั้นแจ่มชัดขึ้นมาแล้วเมื่อแบงก์ชาติจับพิรุธว่ามีการถอนเงินจากธนาคารราว 450 ล้านบาทเป็นแบงก์ 500 บาทแค่นี้ก็พอจะเห็นร่องรอยแล้ว!เพียงแต่จะจับได้ไล่ทันหรือไม่เท่านั้นว่ากันว่ากลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดนั้นส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงที่ผ่านมาก็เป็นตัวแปรต่อผลเลือกตั้งอยู่แล้วเจาะลึกลงไปก็เป็นการต่อสู้ระหว่าง “บ้านใหญ่” กับพรรค “ส้ม” คือ “ประชาชน”อย่างเช่น นครปฐม สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง ตราด นครสวรรค์ อยุธยา เป็นต้น รวมตัวเลขแล้วมี สส.ราว 100 กว่าคน ไม่น้อย...หากนำตัวเลขนี้ไปรวมกับพื้นที่อื่นๆก็จะมีผลต่อการเลือกตั้ง ทั้งระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่ออย่างแน่นอนว่าไปแล้ว สส.ส่วนใหญ่ในพื้นที่เหล่านี้มีอยู่ 2 พรรค1.ภูมิใจไทย2.ประชาชนถ้าไม่เต็มพื้นที่ก็สอดแทรกเข้ามาจำนวนหนึ่งทั้ง 2 แบบการเลือกตั้ง จึงไม่แปลกที่ 2 พรรคนี้จะให้ความสำคัญมากเดินสายหาเสียงกันตลอดส่งแกนนำคนสำคัญไปลุยเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากพรรคสีน้ำเงินก็ไปเจอกับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จากพรรคประชาชนก็ทักทายกันตามมารยาทแต่ในใจแล้วคงพูดเบาๆว่า “กูต้องชนะมึงแน่”สถานการณ์เลือกตั้งที่เข้าสู่โค้งสุดท้ายอย่างนี้ใครมีทีเด็ดอะไรก็ต้องเปิดออกมาสู้เต็มพิกัด นอกจากนั้นยังต้องระวังหลังด้วยข้อหาต่างๆที่ทำให้แพ้ได้วันนี้ก็มีเรื่อง “หมอชนบท” ท่านหนึ่งที่ลงสมัครที่สงขลาพรรคประชาชน ซึ่งถูกคำสั่งจากกระทรวงสาธารณสุขให้ออกจากราชการ ที่กำลังชูให้เป็นประเด็นการเมืองเพราะจริงๆแล้วก็มีความขัดแย้งกันมาก่อนหน้านี้พอโดดลงเลือกตั้งสังกัดพรรคคนรุ่นใหม่เท่านั้นแหละ...กลายเป็นชนวนใหญ่ขึ้นมาทันที!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม