“น้ำเงิน” มาแรง... ปี 2566 การเลือกตั้งคราวนั้นปรากฏพรรค “ส้ม”กับ “แดง” สู้กัน แต่ปี 2569 สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมากทำให้คู่ต่อสู้เปลี่ยนไปด้วย“น้ำเงิน” พุ่งขึ้นมาฟาดกับ “ส้ม” เต็มๆมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ “น้ำเงิน”-“ภูมิใจไทย” ผงาดขึ้นมาได้ขนาดนี้ก็เพราะ “เพื่อไทย” ที่เป็นรัฐบาลแล้วเกิดความผิดพลาด“แพทองธาร ชินวัตร” ถูกถอดถอนพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี“ทักษิณ ชินวัตร” ติดคุก!ก็เลยเข้าทาง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกุมอำนาจอยู่ในมือกลายเป็นขวัญใจแทนปัญหาที่ทำให้ “เพื่อไทย” ทรุดลงไปเรื่องหนึ่งก็คือความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา อันเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคง“อนุทิน” เลยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากกว่าสำคัญยิ่งก็คือกระแสอนุรักษ์นิยมที่กำลังคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดย “ภูมิใจไทย” กลายเป็นตัวแทนอย่างเต็มตัวอย่างที่มีการรณรงค์ว่า “ถ้าไม่เลือกเราเขามาแน่” กำลังเป็นกระแสแรงอันสอดรับกับการที่ “ภูมิใจไทย” ที่มีความชัดเจนในเรื่อง “สถาบัน”กลายเป็น “สถาบัน-กองทัพ-อนุรักษ์นิยม” เพื่อความมั่นคงของประเทศ“ภูมิใจไทย” รับบททัพหน้าเต็มๆทั้งเป็นตัวเสริมสำคัญทำให้ครบเครื่องทุกด้านก็คือ “3คนนอก” ทั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”-“ศุภจี สุธรรมพันธุ์”-“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว”กลายเป็น “จิ๊กซอว์” ที่ทำให้มีความสมบูรณ์พูดง่ายๆว่าประมือกับ “ประชาชน” ได้แบบพอฟัดพอเหวี่ยงไม่มีใครเหนือกว่าใครมากนัก!ช่วงโค้งสุดท้าย “ประชาชน” ได้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นผู้ช่วยหาเสียงทำให้สถานการณ์ดีขึ้นมาก เนื่องจากเป็นเพชรเม็ดงามที่เจียระไนมาเป็นอย่างดีสามารถเรียกคะแนนได้ดีกว่าคนอื่นๆอีกทั้งการเกาะติดสำนักงานประกันสังคมมาตลอดที่บริหารงานส่อไปในทางที่ไม่ดีนัก จนทำให้สังคมพอใจและกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงถือว่าเป็นผลงานที่โดดเด่นเข้าตา!แค่ปัญหาของ “ประชาชน” ก็ยังวนอยู่ที่เดิมคือเรื่องสถาบันที่ประชาชนยังหวาดระแวงไม่ไว้วางใจ แม้จะปฏิเสธอย่างไรก็ตามทำให้ประชาชนเทความไว้วางใจไปที่ “ภูมิใจไทย” มากกว่าและเชื่อมั่นอีกด้วย“ภูมิใจไทย” จะเปิดปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี โดย“อนุทิน” จะนำทีมและ “3 คนนอก” จะร่วมขึ้นเวทีด้วยนี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เชื่อว่าจะได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอีกเพราะปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการเป็นอันดับแรกหากทีมงานสามารถที่จะนำเสนอแนวทางให้เห็นเป็นรูปธรรมจนมีความรู้สึกร่วมได้ว่าสามารถแก้ไขได้พร้อมกับรัฐมนตรีที่รับผิดชอบซึ่งเป็นชุดเดียวกันนี่แหละคือคำตอบสุดท้ายของผู้ชนะเลือกตั้ง!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม