กรณี เครนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง หล่นลงมาทับ ขบวนรถไฟที่วิ่งอยู่ด้านล่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 รายบาดเจ็บอีกจำนวนมาก กรณี ถนนทรุด ทำให้เกิดความเสียหายของอาคารบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ กรณี ตึก สตง.ถล่ม ที่มีผู้เสียชีวิตนับร้อย ยังไม่รวมความเสียหายจาก น้ำท่วมหาดใหญ่ ผลกระทบจาก สงครามไทย-กัมพูชา ประเทศไทยต้องสูญเสียอะไรไปมากมาย โดยคนกลุ่มหนึ่ง บริษัทกลุ่มเดียวกันจำนวนมหาศาล เฉพาะตึก สตง.ถล่มไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้าน ยังจับมือใครดมไม่ได้ แต่รัฐต้องสูญเสียงบประมาณแน่นอน และยังได้มีการสร้างความเสียหายจาก บริษัทรับเหมากลุ่มเดียวกันซ้ำซากชีวิตคนจะชดเชยด้วยเงินแสนเงินล้านแล้วจบ ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป ที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ และรัฐบาลพยายามจะหยิบยกเรื่องการชดเชยมาเป็นคำตอบสุดท้าย เรื่องของอุบัติเหตุกับเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยและการเข้มงวดของมาตรฐานการก่อสร้างเป็นคนละเรื่องเดียวกันแต่ถ้ารัฐบาลจะคาดโทษเอากับหน่วยงานรัฐ โดยไม่แตะต้องหรือใช้มาตรการเด็ดขาดกับกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างหรือบริษัทรับสัมปทาน เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ ที่เหมือนกับคำถามอีกหลายคำถามว่า คนทำผิดชัดเจนทั้งข้อกฎหมายและพฤติกรรม เหตุใดจึงยังสามารถลอยนวลอยู่ได้ กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นธรรมเท่าเทียมแค่ไหนพรรคการเมือง น่าจะรู้คำตอบสำหรับความรู้สึกของประชาชนที่จะมีผลต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้บ้างแล้ว เพราะทุกพรรคการเมืองก็ลงสำรวจในพื้นที่ที่ส่งผู้สมัครเพื่อเป็นข้อมูลว่า ควรจะยิงกระสุนหรือไม่ ควรจะสู้หรือจะถอย และน่าจะรู้แล้วด้วยซ้ำว่า รัฐบาลชุดหน้าหนีไม่พ้นเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคการเมืองจะลงเอยกันอย่างไร ไม่ใช่สาระสำคัญ สำหรับประเทศไทย วันนี้หรือวันพรุ่งนี้อีกต่อไป เพราะการเมืองเข้ายุคโลกล้อมประเทศไทยไปเรียบร้อยรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตรียมระงับวีซ่าสำหรับผู้เดินทางจาก 75 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย เพื่อเข้มงวดต่อผู้ยื่นวีซ่า จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.นี้ และจะดำเนินการต่อไปโดยไม่มีกำหนด จนกว่ากระทรวงการต่างประเทศจะเสร็จสิ้นการทบทวนการพิจารณาบันทึกภายในของ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ประเทศที่ได้รับผลกระทบ รวมถึง โซมาเลีย รัสเซีย อิหร่าน อัฟกานิสถาน บราซิล ไนจีเรีย และไทย เป็นต้นให้เหตุผลของแต่ละประเทศที่ต่างกัน เช่น โซมาเลีย ถูกจับตาเรื่องคดีทุจริตขนาดใหญ่ในรัฐมินเนโซตา ที่เกี่ยวข้องกับชาวโซมาเลีย ซึ่งย้ำว่า เป็นการระงับวีซ่าชั่วคราวเพื่อการตรวจสอบไม่ให้ต่างชาติเข้ามาใช้สวัสดิการและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ส่วนจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงหรือมีอะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของการระงับวีซ่า ไม่เอาไม่พูด.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม