สตีเฟน มิลเลอร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นว่า “เราเป็นอภิมหาอำนาจ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ เราประพฤติปฏิบัติตนในฐานะเป็นอภิมหาอำนาจ” “สหรัฐฯใช้กำลังทหารเพื่อรักษาผลประโยชน์ต่างๆของเราในซีกโลกของเรา (ดินแดนทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้)”มิลเลอร์ยังสื่อออกมาทำนองว่า “ประเทศอธิปไตยทั้งหลายไม่สามารถมีอธิปไตยได้ หากสหรัฐฯต้องการทรัพยากรต่างๆจากประเทศเหล่านั้น”ไมเคิล วอลซ์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรของสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ แสดงความเห็นในการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า “คุณไม่สามารถที่จะปล่อยให้พลังงานสำรองจำนวนมหาศาลที่สุดของโลกอยู่ภายใต้การควบคุมของปรปักษ์ของสหรัฐฯได้อีกต่อไป”ความหมายที่ทูตวอลซ์พูดก็คือ ที่ใดมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรพลังงานสำรอง สหรัฐฯมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปควบคุมเพื่อไม่ให้ทรัพยากรพลังงานตกไปอยู่ในมือศัตรูของสหรัฐฯ คำว่าปรปักษ์หรือศัตรูในที่นี้ นายวอลซ์ไม่ได้พูดตรงๆ แต่เราเข้าใจกันนะครับว่าคือรัสเซียและจีนประเทศที่มีทรัพยากรพลังงานสำรองในความหมายของนายวอลซ์ก็คือเวเนซุเอลา และถ้าจะตีความไปผสมกับความเชื่อของนายมิลเลอร์ ซึ่งเป็นรองประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ก็อาจรวมถึงเกาะกรีนแลนด์และแผ่นดินอื่นๆด้วยมิลเลอร์เองย้ำหลายครั้งว่า “กรีนแลนด์ควรเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ” “ประธานาธิบดี (ทรัมป์) มีความชัดเจนมากในเรื่องนี้ (การยึดเกาะกรีนแลนด์) คือจุดยืนอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ” มิลเลอร์ย้ำอีกว่า “ (ในยุคปัจจุบัน) ไม่มีใครที่จะมีกำลังมาสู้รบกับสหรัฐฯด้วยกำลังทหารในเรื่องอนาคตของกรีนแลนด์”สื่อเดลีเมลของอังกฤษตีข่าวเมื่อ 10 มกราคม 2026 ว่าทรัมป์สั่งให้ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพเตรียมแผนสำหรับการบุกกรีนแลนด์ หากสหรัฐฯบุกเข้ายึดกรีนแลนด์จริง องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะล่มสื่อเทเลกราฟของอังกฤษรายงานว่า พวกสมาชิกนาโตของยุโรปกำลังหารือกันเรื่องที่จะส่งกองกำลังไปปกป้องกรีนแลนด์ ทั้งกำลังทหาร เรือรบและเครื่องบิน เพื่อรักษาความปลอดภัยในแถบอาร์กติกถ้าเป็นอย่างที่สื่อเดลีเมลและเทเลกราฟของอังกฤษรายงาน ก็เป็นไปได้ว่า ในอนาคตสหรัฐฯจะถอนตัวออกจากนาโต และหากนาโตปกป้องกรีนแลนด์ของเดนมาร์กก็ต้องเจอกับกองกำลังของสหรัฐฯใครจะนึกเล่าครับว่า โลกจะมีวันนี้ วันที่เราอาจจะเห็นลูกพี่เบอร์หนึ่งของนาโต (สหรัฐฯ) สู้กับบรรดาสมาชิกชาติลูกกระจ๊อกงอกง่อยทั้งหลายของนาโต ซึ่งแน่นอนว่า พวกชาติลูกกระจ๊อกนาโตยุโรปไม่มีทางสู้สหรัฐฯได้ยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯจ้องจะเล่นงานแต่ประเทศที่มีทรัพยากรอย่างเช่น เวเนซุเอลา เกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก และตอนนี้ก็อาจ จะไปยุ่งที่อิหร่านอิหร่านเป็นประเทศหนึ่งที่มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมาก สหรัฐฯเคยใช้กำลังเล่นงานอิหร่านหลายครั้งแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ ระหว่าง 21-22 มิถุนายน 2025 สหรัฐฯเปิดปฏิบัติการ Operation Midnight Hammer ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 Spirit Stealth Bombers โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง แต่โชคดีที่ไม่เกิดอุบัติการณ์นิวเคลียร์แพร่รังสี หรือเกิดการระเบิดของนิวเคลียร์เมื่อไม่ประสบความสำเร็จในการเล่นงานอิหร่านใน ค.ศ.2025 ด้วยการหย่อนระเบิด พอถึง ค.ศ.2026 สหรัฐฯก็หันไปใช้วิธีที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับหลายประเทศคือการไปยุยงส่งเสริมให้คนอิหร่านลุกขึ้นมาประท้วงผู้นำสหรัฐฯต้องการให้สมาธิและความสนใจของคณะผู้นำอิหร่านไปอยู่ที่การแก้ไขปัญหาภายใน เพื่อให้สหรัฐฯและพวกตะวันตกมีความชอบธรรมในการเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองที่เอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯและพวกมหาอำนาจในอดีตยังหน้าไม่ด้านเท่ากับมหาอำนาจในปัจจุบัน สมัยก่อนจะเล่นงานประเทศไหนก็จะอ้างประชาธิปไตย การค้าเสรี สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อคลึงให้ประเทศที่จะโดนถล่มจนเสียชื่อเสียงเสียก่อน เมื่อโดนตีจนน่วมแล้ว ก็จะเกิดกระแสชาวโลกเรียกร้องให้ประเทศมหาอำนาจเข้าไปช่วยแต่สมัยนี้ มหาอำนาจพูดตรงๆ ว่าจะเข้าไปจัดการทรัพยากร โดยสร้างความกลัว อ้างว่าถ้าตัวเองไม่ทำ ประเทศเหล่านี้ก็จะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนและรัสเซีย.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม