ก็เป็นข่าวที่สร้างความอับอายแก่คนไทยและประเทศไทยไปทั่วโลก เมื่อมีข่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงบริษัทรถยนต์ Tesla พูดในที่ประชุม OECD ที่สวิสว่า “การเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ต้องจ่ายสินบนเป็นเรื่องปกติ” แต่ Tesla มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันที่เข้มงวดมาก โดยบัญญัติเป็น “Tesla Anti–Corruption Policy” ที่สอดคล้องกับกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันสหรัฐฯ U.S.Foreign Corrupt Act กฎหมายการรับสินบนอังกฤษ UK Bribery Act และ กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันของจีน เทสลาระบุว่า “การคอร์รัปชันทำร้ายธุรกิจของเราและเลวร้ายต่อเศรษฐกิจโลก”จึงไม่น่าแปลกใจที่ Tesla ไม่มาลงทุนสร้างโรงงานในไทย เพราะ เขาไม่ยอมจ่ายสินบนให้กับข้าราชการและนักการเมือง อย่างที่ผู้บริหารเทสลาไปพูดในเวที OECDดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เคยทำตัวเลขการคอร์รัปชันในประเทศไทยปลายปี 2566 ระบุว่า ความเสียหายจากการคอร์รัปชันมีมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านบาทต่อปี ยังไม่รวมความสูญเสียทางอ้อมที่กัดกินสังคมไทย เช่น นักลงทุนหนีหาย ต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนใช้สินค้า และบริการที่แพงขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ จีดีพีไทยโตตํ่ามาหลายปีแล้ว แต่ราคาบ้านและคอนโดมิเนียมกลับแพงขึ้นทุกปี เพราะมีสินบนค่าใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นทีมวิจัย TDRI ระบุในงานเสวนา “เขาแจก...แต่เราจ่าย” ชุดนโยบายประชานิยมแจกเงินของพรรคการเมืองต่างๆ โดยใช้เงินภาษีของเราไปแจกว่า โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีเงินทอนในระดับ 20–30% และมีความเสี่ยงในเรื่องการฟอกเงิน คิดง่ายๆ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 1 ล้านบาท มีเงินทอน 200,000–300,000 บาท งบประมาณปี 2568 มีวงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท มีงบจัดซื้อจัดจ้างเท่าไหร่ไม่รู้ แต่มีวงเงินลงทุน 24.2% เท่ากับ 907,500 ล้านบาท ถ้ามีเงินทอน 20–30% ก็เป็นเงินสูงถึง 272,250 ล้านบาท สร้างรถไฟความเร็วสูงได้ทั้งสายถ้าคิดเทียบกับ GDP ยิ่งน่าตกใจ ปี 2569 แบงก์ชาติคาดว่า จีดีพีจะโตเพียง 1.5% จีดีพีมีมูลค่ากว่า 18 ล้านล้านบาท จีดีพีโต 1.5% ก็มีเงินเพิ่มขึ้นเพียง 270,000 ล้านบาท แต่เงินทุจริตคอร์รัปชันในปี 2566 มีวงเงินสูงถึง 500,000 ล้านบาท เท่ากับ 2.77% ของจีดีพี ถ้าปีนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันเลย จีดีพีประเทศไทยจะขยายตัวสูงถึง 4.27% โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลยแม้แต่สลึงเดียว มันโกงกินชาติกันมหาศาลขนาดนี้แล้วเห็นไหมครับ การโกงกินคอร์รัปชันของข้าราชการและนักการเมืองเลว ได้ทำลายอนาคตคนไทยและประเทศชาติอย่างไรบ้าง การเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ คนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53 ล้านคน จึงต้องเลือก “คนดี” ที่ตัวเองมีข้อมูลว่าดีเข้าไปในสภา อย่าเลือกนักการเมืองสีเทาคนมีประวัติไม่ดี คนไทยจะ “ทุกข์หนัก” กว่าเดิมแน่นอนใน รายงาน OECD 2024 ระบุว่า กฎหมายปราบโกงของไทยมีช่องโหว่เต็มไปหมด (รวมถึงรัฐธรรมนูญปราบโกงด้วย ทำให้ยุคนี้เป็นยุคที่มีการโกงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย) โดยเฉพาะเรื่อง “การจ่ายสินบนผ่านนายหน้า” ในธุรกิจข้ามชาติ เขาจะไม่จ่ายสินบนกันตรงๆ แต่จะจ่ายผ่าน “บริษัทที่ปรึกษา” หรือ “นายหน้า” แต่กฎหมายไทย มาตรา 176 ป.ป.ช.ไม่ได้ระบุความผิดเรื่องการจ่ายสินบนผ่าน “คนกลาง” หรือ “นายหน้า” ไว้ชัดเจน เลยงาบสินบนกันสบายอุรา บทลงโทษการทุจริตของไทยก็เบาหวิว ค่าปรับนิติบุคคลสูงสุดเพียง 100,000 บาท ประมาณ 3,000 กว่าดอลลาร์เท่านั้นยิ่งเจ็บปวดขึ้นไปอีก เมื่อ OECD ระบุว่า กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามนำเงินสินบนไปหักลดหย่อนภาษีไว้อย่างชัดเจน หมายความว่า เงินที่โกงกินชาติยังเอาไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ได้อีก โอ้ แม่เจ้า มันทำกันได้ถึงขนาดนี้แล้วประเทศไทยที่รักของเราการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ หลายพรรคชูนโยบายปราบคอร์รัปชันและทุนเทา ทั้งที่บางพรรคก็เป็นทุนเทา บางพรรคก็มีคนถูกกล่าวหาคอร์รัปชันมากมาย บ้านใหญ่บ้านเล็กก็มี ก็หวังว่าคนไทยจะ “ได้สติ” ไม่เลือกคนพวกนี้เข้าไปมีอำนาจ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญอย่างยิ่ง ต้องเลือกตั้งอย่าง “มีสติ” เพราะ การคอร์รัปชันได้หยั่งรากลึกอย่างที่เราคาดไม่ถึง ถ้า OECD ไม่ทำรายงานระบุ เพราะไทยขอเข้าเป็นสมาชิก OECD คนไทยก็คงไม่รู้ว่าการทุจริตคอร์รัปชันเมืองไทยมันง่ายและเฟื่องฟูขนาดนี้ มันช็อกจริงๆ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม