ผ่านวันเด็ก “ลุงหนู” ใจดี ยอมสละเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ให้น้องๆนั่งแค่วันเดียวเท่านั้น ตามอาการ “เก้าอี้นี้ใครห้ามแตะ” แปะป้ายจองยาวๆ เค้าลางแบบที่ “มาดามผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ “คนสนิทสายตรง” นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยึดแท่นแม่ทัพเมืองหลวงของค่ายภูมิใจไทย ได้พา “น้องเทพ-น้องบัว-น้องมุก” ลูกน้อย 3 คน ไปเป็นวีไอพีเที่ยวห้องทำงานของลูกพี่ พร้อมประกาศผ่านเฟซบุ๊กแบบทีเล่นแต่เอาจริงจะมีแค่นายกฯท่านนี้ท่านเดียวที่ฉันจะพาลูกๆนั่งเก้าอี้นายกฯ“วันเด็กปีหน้า ก็จะพาหลานๆมาถ่ายรูปด้วยอีกนะคะลุงหนู”จับอาการ “มาดามผึ้ง” ลูกน้องคนสนิท สะท้อนความมั่นอกมั่นใจทีมในระดับ “เบอร์ห้า” หลังเลือกตั้งสมัยหน้า “อนุทิน” ก็จะได้รีเทิร์นกลับมาครองเก้าอี้เบอร์หนึ่งบนตึกไทยคู่ฟ้ามาดมั่นใน “ตั๋วพิเศษ” ที่หัวหน้าค่ายน้ำเงิน ภูมิใจไทย ได้สิทธิถือธงนำขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยมอารมณ์แบบไม่กั๊กไม่เขิน ขอ “โอนแต้มบุญ” ของ “ลุงตู่” มาให้ “ลุงหนู”ถึงจุดที่ “นายกฯอนุทิน” พูดแบบเต็มปากเต็มคำในการทำทีม “เทคโนแครต” ตัวช่วยเรียกแต้มแบบฟูลทีม ทั้ง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ “ทูตสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ตะลุยพื้นที่หาเสียงใน กทม.ทอดน่องตระเวนสวมลุมพินี—สยาม—ตลาด อ.ต.ก.—ตลาดนัดจตุจักร—เยาวราชโชว์ยี่ห้อ “โอท็อปต่างจังหวัด” ผสม “มาตรฐานอินเตอร์” ที่หวัง “ขึ้นห้าง” เจาะตลาดในเมืองกรุง แม้ไม่ถึงขั้นมุ่งเป้า แต่ก็พอทำให้ครึ้มอกครึ้มใจ “ขนลุก—ขนชัน”มันก็อย่างที่ “นายกฯหนู” บอก “ขนแขนสแตนอัป” กับฟอร์มบ้านนอกเดินกรุงแต่ที่ต้องตั้งคำถามตัวโต “ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน” ในอารมณ์แบบที่ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศบนเวทีปราศรัยกลางกรุงเทพฯต่อหน้ากองเชียร์แฟนพันธุ์แท้รุ่นอาม่า อากงสังคมจะมองข้ามประชาธิปัตย์เป็น “ม้านอกสายตา” ไม่ได้อีกต่อไปกร้าว “ฟ้าใหม่ ไร้เมฆเทา” จะเป็นผู้กำหนดเกมอำนาจรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ในฟอร์มแบบที่หัวหน้าค่าย ปชป.ขี่กระแส “นิด้าโพล” ชิงประกาศล็อกสเปกล่วงหน้า “ไม่สังฆกรรม” กับพรรคกล้าธรรมของ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่เอาสีเทา ไม่เอาระบอบทักษิณ ไม่ร่วมรัฐบาลกับพวกสร้างความแตกแยกแต่แบะท่า ไม่ปิดทางสีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน แค่ต้องตามใจสีฟ้าทั้งๆที่ว่ากันตามตัวเลขหน้าตัก ก็แค่นิด้าโพลที่คะแนน “เดอะมาร์ค” ดีดแบบผิดหูผิดตา เทียบกับโพลยี่ห้ออื่นที่เปิดออกมาเทียบเคียงทั้ง “ไทยรัฐโพล-สวนดุสิตโพล-บ้านสมเด็จโพล” ปรากฏแต้มของค่ายสีฟ้าหล่นไปอยู่ท้ายตารางไม่เว้นแม้แต่อดีตคนประชาธิปัตย์อย่าง “เดอะคึก” นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ยังประเมินแบบกลางๆ คะแนนประชาธิปัตย์ดีดขึ้นก็จริง แต่ก็หวังได้ในโซนปาร์ตี้ลิสต์ ส่วน สส.เขตเลือกตั้งแม้แต่ในโซนเก่งภาคใต้ยังหวังลำบาก เพราะเลือดไหลออกไปจนแห้งเกือบหมดตัวนี่คือสถานการณ์บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงที่ไม่อิง “สายปั่น”ณ วันที่ “เสาไฟฟ้า” ถูกถอนออกไปหมดแล้ว แนวโน้มไม่มีใครเป็นเจ้าถิ่นขาใหญ่แบบผูกขาดไม่อาจคาดเดา เหมาโมเมตามฟอร์มที่ “มวยเก๋า” ต่างคนต่างชิง “อวยตัวเอง”ต่างกับเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่พูดเยอะ แต่หมัดหนัก จับทาง “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ แม่ทัพหญิงปักษ์ใต้ของพรรคประชาชน ที่ปักหลักลุยน้ำท่วมหาดใหญ่ เช็กอินยาวๆจนมาถึงวันนี้ลุยเดี่ยว ยืนหนึ่ง มุ่งมั่นปักธงด้ามขวานสีส้ม ได้แบบที่มวยเก๋ารุ่นเก่าต้องยกนิ้วให้ตามสไตล์ตัวแม่ “สายสะตอพันธุ์ดุ” ค่ายส้ม ไม่ได้โม้ลอยๆแต่อ้างอิงจากภาพข่าวที่เจ้าตัวได้ลงพื้นที่สัมผัสกระแสในพื้นที่จริงแบบถึงลูกถึงคน ยืนยันกระแสคนภาคใต้เปลี่ยนไป ไม่ได้เป็นแบบที่ขาใหญ่แข่งกันอวยตัวเองมั่นใจผลเลือกตั้งปักษ์ใต้รอบนี้จะเซอร์ไพรส์กูรู “หักมุม” คนละเรื่องกับ “สายปั่น”ที่แน่ๆโดยเงื่อนไขสถานการณ์ มันล้อกันเลยกับปรากฏการณ์เชิงประจักษ์ วัดจากผลเลือกตั้ง อบต.สดๆร้อนๆ “คนเป็น” แพ้ “คนตาย” ในพื้นที่ท่าชะมวง จังหวัดสงขลา ประชาชนโชว์พลัง “โหวตโน” เอาชนะผู้สมัครหนึ่งเดียว เพราะคู่แข่งถูกบ้านใหญ่ในจังหวัด “สั่งตาย” ฐานไม่ยอมหลบให้อารมณ์คนสงขลาและน่าจะรวมถึงคนปักษ์ใต้สะท้อนสัญญาณ “ลุยหัก” มาเฟียอิทธิพลคนด้ามขวานไม่เอาด้วยกับ “แผ่นดินบาปเงินเทา”.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม