หัวหน้าทีมซอกแซกเขียนกราบเรียนท่านผู้อ่านไว้เมื่อเร็วๆนี้ว่า ในการออกตระเวน ไหว้พระในเกาะรัตนโกสินทร์ บวกด้วยวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ของทีมงานซอกแซกปีนี้ สามารถลงจากรถไปไหว้องค์พระถึงพระอุโบสถได้เพียงวัดเดียวเท่านั้น... ได้แก่วัดเบญจมบพิตรฯนอกนั้นต้องใช้วิธีไหว้จากรถทั้งสิ้น เพราะผู้คนไปไหว้พระหนาแน่นมากจนเกิดภาวะจราจร ติดขัดอย่างหนักพอสมควร แม้ทางฝั่งธนบุรี ซึ่งมีวัดคู่บ้านคู่เมืองหลายวัดก็พลอยหนาแน่นไปด้วย โดยเฉพาะถนนอรุณอมรินทร์ที่จะผ่านหลายๆวัด แทบขยับไม่ออกเลย เมื่อวันที่ 1 มกราคมก็พอดีเมื่อบ่ายๆวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคมนี่เอง เข้ามาทำธุระในตัวเมืองชั้นในเสร็จสรรพ พอมีเวลาว่าง หัวหน้าทีมซอกแซก “ชุดเล็ก” ที่มาทำธุระด้วยกัน จึงตัดสินใจข้ามสะพานพระราม 8 มุ่งหน้าเข้าถนนอรุณอมรินทร์ เพื่อกลับไปไหว้ 3 วัด บริเวณดังกล่าวอีกครั้งคราวนี้ไหว้ครบเลยทั้ง วัดระฆังโฆสิตาราม, วัดอรุณราชวราราม และ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารแถมยังได้มีโอกาสไหว้ ศาลเจ้าแม่กวนอิม บวกด้วย วัดซางตาครู้ส หรือ โบสถ์ซางตาครู้ส ของพี่น้องชาวคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกด้วย ครบ 3 “มิติ” แห่งความศรัทธาของชาวพุทธไทย พุทธจีน และเพื่อนชาวคริสต์ในประเทศไทย...โดยไม่คาดฝันเนื่องจากทีมงานซอกแซกเคยเขียนถึง วัดระฆังโฆสิตาราม ไว้แล้วอย่างละเอียดพอสมควร เมื่อครั้งมา “ถวายระฆัง” ที่วัดแห่งนี้เมื่อ 2-3 ปีก่อน กับกองบรรณาธิการไทยรัฐ และสำหรับ วัดอรุณราชวราราม ก็เขียนถึงบ่อยมากด้วยความสำนึกและซาบซึ้งใน “พระบารมี” ขององค์พระปรางค์วัดอรุณฯ ที่กลายเป็น “สัญลักษณ์” ของประเทศไทย รวมถึงกลายเป็น “แม่เหล็ก” ใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาเที่ยวเมืองไทยอย่างมากมายมหาศาลในแต่ละปีหัวหน้าทีมซอกแซกขออนุญาต “ละไว้” ในฐานที่เข้าใจ เพื่อใช้เนื้อที่สำหรับเขียนถึงวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารอย่างเต็มๆ เพราะนี่เป็นการมาเยือนครั้งแรกชนิดลงไปเดินและ กราบไหว้ของทีมงานซอกแซก (ครั้งก่อนๆได้แค่นั่งเรือผ่านหน้าวัดเท่านั้น)แม้ วัดกัลยาณมิตร จะสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว แต่มาถึงวันนี้ก็มีอายุถึง 201 ปี นับเป็นวัดเก่าแก่ได้อีกวัดหนึ่ง โดยมีประวัติย่อๆว่า เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ว่าที่สมุหนายก ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่ภิกษุจีนพำนักอยู่ จึงเรียกกันว่า “หมู่บ้านกุฎีจีน” สำหรับเป็นที่สร้างวัดเมื่อ พ.ศ.2368ต่อมาได้น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 3 ได้รับพระ ราชทานนามว่าวัดกัลยาณ มิตร และทรงร่วมสร้างพระวิหาร และพระราชทานพระประธานเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีชื่อว่า พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ “หลวงพ่อโต” โดยมีพระราชประสงค์จะให้เหมือนอยุธยา เมืองหลวงเก่าที่มีพระองค์โตอยู่นอกกำแพงเมือง อันได้แก่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร นั่นเองสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เสด็จก่อพระฤกษ์เมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2380 เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 วา 3 ศอกคืบ สูง 7 วา 2 ศอกคืบ 10 นิ้ว...ได้รับความ ี่เคารพนับถือจากชาวจีน และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างยิ่ง และเรียกชื่อพระพุทธรูปว่า “ซำปอกง” เช่นเดียวกับที่อยุธยาเมื่อไปถึงวัดกัลยาณมิตรแล้ว ทีมงานซอกแซกถือโอกาสเข้าไปกราบ หลวงพ่อโต ใน พระวิหาร เป็นประการแรก จากนั้นก็ไปกราบพระพุทธรูปพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งสร้างในสมัย ร.3 เช่นกัน ก่อนจะเดินไปยังท่านํ้าหน้าวัดกัลยาณมิตรนี่คือ “จุดห้ามพลาด” และถือเป็นไฮไลต์ของการไปเยือน วัดกัลยาณมิตร ของทีมงานในครั้งนี้ทางราชการได้สร้างเขื่อนและเส้นทางเดินริมน้ำจากหน้าวัดกัลยาณมิตรยาวเหยียดไปจนถึงบริเวณท่านํ้าที่สามารถเดินขึ้นสะพาน พุทธยอดฟ้า แล้วเสร็จมาหลายปีแล้ว ซึ่งจะเดินหรือจะปั่นจักรยานก็ได้...ว่ากันว่าในช่วงเช้าและเย็นๆ ค่ำๆ จะมีประชาชนมาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์จากแม่น้ำเจ้าพระยา และชมวิว 2 ฟากฝั่งอย่างเนืองแน่น2 ฟากทางจะผ่าน “ศาลเจ้าแม่กวนอิม” เล็กๆ แต่เก่าแก่ศาลหนึ่ง เห็นว่าสร้างมาแต่ยุคพระเจ้าตาก ผ่าน “วัดซางตาครู้ส” วัดคาทอลิกย่านกุฎีจีนอันมีชื่อเสียง สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2313 (สมัยพระเจ้าตากเช่นกัน) ปัจจุบันอายุกว่า 250 ปี และผ่าน “บ้านวินด์เซอร์” หรือบ้านคุณพระประกอบ บ้านไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานเอาไว้เรียบร้อยยิ่งเดินยิ่งเพลินและมีความสุขอย่างยิ่งหลังจากการแวะเข้าไปไหว้ เจ้าแม่กวนอิม ในศาลเจ้าโบราณ และไปยืนนิ่งๆหน้าวัดซางตาครู้ส และถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกมองไปรอบๆ นอกจากเห็นสะพานพุทธเห็นปากคลองตลาด เห็นโรงเรียนราชินี ไปจนถึงบางส่วนของวัดพระเชตุพน แล้วยังเห็นยอดพระปรางค์วัดอรุณ เห็นป้อมวิชัยประสิทธิ์ของกองทัพเรือ ฯลฯ อีกด้วย (ขอบคุณภาพ ประกอบสัปดาห์นี้ จาก FB “Bangkok I Love You” นะครับ (ถ่ายได้สวยกว่ามือถือผม)ช่วงนี้อากาศกำลังดี ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ แม้แดดจ้า แต่ลมแรง (ค่ำหน่อยลมหนาวด้วย) อย่าลืมไปไหว้ “หลวงพ่อโต” วัดกัลยาณมิตร กันนะครับ...เสร็จแล้วก็ออกไปเดินทอดน่อง ริมฝั่งเจ้าพระยาจากหน้าวัดถึงสะพานพุทธ ดังที่ทีมงานซอกแซกไปเดินมาแล้วจะได้ทั้ง “บุญ” ทั้ง “พร” ปีใหม่ครบทั้ง 3 มิติ คือแบบพุทธไทย พุทธจีน และคาทอลิก แถมด้วยความสวยงามดังที่ บรรยายไว้...อยากให้รีบไปช่วงมกราคม กุมภาพันธ์นี้เลยครับ...ถือโอกาสฉลองปีใหม่ และตรุษจีนต่อเนื่องกันไป."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม