“ลุงหนู” เปิดทำเนียบรับเด็กๆ มอบคำขวัญวันเด็ก “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” หวังอนาคตของชาติ ตั้งเข็มมุ่งมั่นพยายามทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ “อิ๊งค์” เกาะติดเวทีให้กำลังใจเพื่อไทย เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่ลานคนเมือง “ยศชนัน” ลั่นเป็นรัฐบาลคนไทยต้องไร้จน “สุริยะ” บลัฟ “ธนาธร” ทำให้หลานมันดู ประกาศยกระดับคนละครึ่ง รัฐจ่าย 70% ชาวบ้านควักแค่ 30% ค่ายส้มเปิดตัว “ณัฐยา บุญภักดี” แคนดิเดต รมว.พม. เด็ก ม.1 แซว “พี่มาร์ค” นายกฯเก่าปชป.หวัง ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มเท่าตัว “ทนายอั๋น” ประชดมอบ “หอกหัก” ให้ “แสวง” “อิ๊งค์” เยี่ยม “พ่อ” อยู่เรือนจำครบ 4เดือนพรรคเพื่อไทยเดินหน้าหาเสียง จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางมาให้กำลังใจแกนนำ และผู้สมัคร สส.ของพรรค“ลุงหนู” ต้อนรับเด็กๆเข้าทำเนียบเมื่อเวลา 09.36 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบโล่รางวัลให้เด็กและเยาวชนดีเด่น ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ มีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เข้าร่วม ทั้งนี้ เด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างพากันเรียก “ลุงอนุทิน” และพากันส่งเสียงกรี๊ดดีใจที่ได้ภาพคู่นายกฯ ก่อนที่นายอนุทินจะกล่าวกับเด็กๆ ให้ตั้งใจเรียน เรียนเก่งๆ “เดี๋ยวเจอกันวันเสาร์ (วันเด็ก 10 ม.ค.69)” พร้อมทำสัญลักษณ์มือไอเลิฟยู ก่อนเซ็นชื่อลงบนเกียรติบัตร ขณะที่เด็ก เยาวชนดีเด่น และเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ นำภาพวาดและการ์ดอวยพรมอบให้นายกฯ อาทิ ภาพวาดสีน้ำเป็นรูปนายกฯกับเด็กๆ และภาพวาดนายกฯกับเครื่องบิน มอบคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”นายอนุทินกล่าวให้โอวาทว่า ขอให้การมา ทำเนียบในวันนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน ตั้งเข็ม มุ่งมั่นและพยายามทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ ตอนเด็กลุงได้ลองทำหลายอย่าง วันหนึ่งมาทำงานด้านการเมืองก็ทำให้ดีที่สุด ตั้งใจทำ ไม่รู้หรอกว่าจะได้เป็นนายกฯในวันหนึ่ง แต่ได้เป็นแล้วต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ปีนี้คำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ขอให้พวกเราทุกคนรักชาติไทยเชื่อว่าทุกคนรักอยู่แล้ว ใส่ใจโลกก็คือเราต้องช่วยกันเก็บขยะ ทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น พัฒนาบ้านเมืองให้แซงประเทศอื่น สมัยก่อนเราใช้คำว่าให้ทัดเทียมนานาประเทศ แต่เยาวชนไทยยุคนี้ต้องตั้งเข็มว่าเราจะสร้างประเทศไทยให้แซงนานาประเทศไปยืนอยู่แถวหน้า เราต้องช่วยกันดูแลให้ความเมตตาเด็กๆทุกคน ให้เขาได้มารับช่วงพัฒนาประเทศของเราให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต“อนุทิน” โผล่เซอร์ไพรส์ขี่ จยย.ช่วยลูกพรรคช่วงเย็น ที่ชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา เขตห้วยขวาง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงให้กับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 และนายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 6 มีการจัด 2 เวทีย่อย ที่ชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา และชุมชนบึงพระราม 9 ปากคลอง บ่อ 3 แต่ที่สร้างเซอร์ไพรส์ทีมหาเสียงเมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ปรากฏตัวร่วมหาเสียงโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า นาย อนุทินยังได้ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเองไปยังจุดปราศรัยที่ 2 มีนายเอกนัฏซ้อนท้าย ถือเป็นการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงครั้งแรกใน กทม.เอาฤกษ์ชัยไหว้ศาลหลักเมืองขอพรต่อมาเวลา 16.15 น. ที่ศาลหลักเมือง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ 3 แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย พร้อมนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นปราศรัยใหญ่ครั้งแรก นายยศชนันกล่าวว่า ขอพรที่ศาลหลักเมืองขอให้ได้ทั้งคนทั้งพรรค ที่ผ่านมาเราทำเต็มที่ขอให้ได้รับพรเต็มที่ และขึ้นอยู่กับความขยันของเรา มาสักการะวันนี้รู้สึกมีกำลังใจ เป็นวันที่ดี อากาศดี อากาศเย็น เดินสายใน กทม.ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก“อิ๊งค์” ให้กำลังใจเปิดปราศรัยใหญ่เวลา 17.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกใน กทม. มีผู้สมัคร สส.ทั้ง 33 เขต รวมถึงแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมพร้อมเพรียง มีประชาชนชาว กทม. แฟนคลับพรรคเพื่อไทย มารอรับฟังการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกกันคึกคักเต็มลานคนเมือง จนล้นไปบริเวณด้านข้าง นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางมาให้กำลังใจนายยศชนัน รวมถึงผู้สมัคร สส.ทุกคน มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกจำนวนมาก น.ส.แพทองธารกล่าวสั้นๆว่า มาให้กำลังใจ แคนดิเดตนายกฯทั้ง 3 คน น.ส.แพทองธาร และผู้สมัคร สส.กทม.เดินขึ้นเวทีได้รับเสียงเฮอย่างกึกก้อง ก่อนทั้งหมดถ่ายภาพบนเวทีร่วมกับผู้รับฟังการปราศรัยยกระดับคนละครึ่งรัฐจ่ายให้ 70%นายสุริยะขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า มายืนตรงนี้ได้ยินเสียงเฮฮารู้สึกคึกคักมาก มาเพื่อบอกประชาชนว่าถ้าผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกเกิน 200 คน เรายกเครื่องประเทศไทยได้แน่นอน เราต้องแก้ปัญหาปากท้องและโครงสร้างพื้นฐานไปด้วยกัน คมนาคมต้องทั่วถึงปลอดภัยราคาถูก รถไฟฟ้า 20 บาท รถเมล์แอร์ 10 บาทใน 3 เดือน บ้านต้องราคาถูกลง โครงการบ้านเพื่อคนไทย และเส้นเลือดใหญ่คมนาคมต้องเกิดขึ้น ทั้งรถไฟทางคู่ ท่าเรือ สนามบินใหม่ตลอดเส้นทางการเมือง 25 ปี เป็นนักทำที่ไม่เหมือนคนอื่นคือนักทำงานยากที่ท้าทาย ถ้างานง่ายไม่ทำ ทุกงาน ที่ตั้งใจไม่เคยล้มเหลว นอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมืองจะทำให้หลานมันดูด้วย สำหรับโครงการคนละครึ่ง นโยบายอะไรที่ทำเพื่อคนไทย เราพร้อมเดินหน้าต่อ แต่จะยกระดับคนละครึ่ง โดยรัฐให้ 70% ประชาชนจ่าย 30% นโยบายเหล่านี้ทำได้จริงถ้าเรามีแรงมากพอเกิน 200 ที่นั่ง “มีบางคนบอกว่าผมแก่แล้ว ผมแก่ขึ้นทั้งประสบการณ์และองค์ความรู้ คนแก่ได้แต่พรรคไม่ได้แก่ด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปพรรคยิ่งใหญ่ขึ้น มีคนหน้าใหม่มาสานต่ออุดมการณ์ ทำให้ผมรู้จักคนมากขึ้น เชื่อมั่น 100% ว่าผมและพรรคเพื่อไทยทำได้ดีกว่านี้ แต่มีเงื่อนไขว่าวันที่ 8 ก.พ. ต้องเลือกเพื่อไทยให้ถึง 200 คน”“หนิม” เย้ย “หนู” 2 เดือนที่ล้มเหลวขณะที่นายจุลพันธ์กล่าวปราศรัยว่า วันที่ 8 ก.พ. ชี้ชะตาประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การลองผิดลองถูก เอาคนไม่มีประสบการณ์มาบริหารประเทศ เราเคยให้โอกาสแล้วแต่มีคนเอา 14 ล้านเสียง มาเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ไม่รู้ว่า 4 ปีหลังจากนี้ประเทศจะเหลือเวลาให้มาซ่อมอีกหรือเปล่า มาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนแต่ล้มเหลวทุกเรื่อง ทั้งปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ การจัดซีเกมส์ เป็นรัฐบาลที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในการพิสูจน์ความล้มเหลว “ขอฝากคำพูดไปถึงคนที่อยู่ในทำเนียบ หนูเอ้ย หนูฟังหนิมนะ หนิมจะบอกหนูว่า ที่หนูบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ที่ทำมันไม่ตรงกับที่พูดซักอย่าง หนูบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ แต่กลับล้มกระดาน จนการแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลว หนูบอกว่าจะไม่แทรกแซงคดี แต่ทั้งคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง ไม่เดินหน้า หนูบอกว่าไม่กลัวการตรวจสอบ แต่หนูยุบสภาหนี แล้วจะให้หนิมเชื่อหนูได้ยังไง หนูอย่าโกหกประชาชน แค่โกหกพรรคประชาชน ก็แย่แล้ว หนิมจะบอกหนูว่าเวลาของหนูหมดแล้ว หนิมและพี่น้องประชาชน เราจะพาด็อกเตอร์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้าทำเนียบเป็นนายกฯ”“ยศชนัน” ทำสงครามยากจนเต็มสูบนายยศชนันขึ้นปราศรัยปิดท้ายว่า การยกเครื่องประเทศไทยต้องดูแลที่รากหญ้าลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส บางคนมองว่าเป็นประชานิยมแต่เขาไม่เข้าใจเพราะนี่คือการแก้ปัญหาที่สาเหตุ ล้างหนี้ทั้งระบบ ปรับโครงสร้างหนี้ พรรคเพื่อไทยจะมีนโยบาย ให้คนไทยที่อยู่ต่างแดนเสนอโครงการสินเชื่อเพื่อทำธุรกิจในต่างแดน คนไทยที่อยู่ต่างแดนพรรคเพื่อไทยไม่เคยทอดทิ้ง อีกนโยบายหลังลงไปหลายพื้นที่ มีคนไทยกลุ่มหนึ่งไม่คิดถามถึงอนาคต เพราะเขายังถามถึงข้าวมื้อนี้อยู่เลย คนไทย 3.4 ล้านคนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน คือไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน จึงขอสานต่อกับสิ่งที่ไทยรักไทยทำมา คือทำสงครามกับความยากจนทุกรูปแบบ ขอประกาศว่าหากเราได้เป็นรัฐบาลคนไทยต้องไร้จน คนที่มีรายได้ต่ำว่าเส้นความยากจนไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท เราจะเติมเงินเข้าไปให้เต็ม 3,000 บาทต่อเดือน ให้ลูกหลานไม่ต้องกังวล พรรคเพื่อไทยจะดูแล หากเราเข้าไปคนไทยต้องไร้จนและไร้จนอย่างยั่งยืนนี่คือการดูแลประชาชนด้วยความรักไม่มีสิ่งใดแอบแฝง เพราะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน วันที่ 8 ก.พ. คือวันแห่งความหวัง ยกเครื่องประเทศไทยเพื่อไทยทำได้ ขอให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค“ณัฐยา บุญภักดี” แคนดิเดต รมว.พม.วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์เปิดตัวแคนดิเดต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า “The Professionals ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน EP.4 นางณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และการเรียนรู้ ที่ระบุถึง “ความมั่นคงของมนุษย์ คือการใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องกังวลว่าถ้ามีอะไรผิดแผน เจ็บป่วย อุบัติเหตุ แล้วจะพัง ทุกคนต้องมีเวลาคุณภาพ ได้เกิด โต แก่ ตายอย่างมี ศักดิ์ศรี” สำหรับประวัติด้านการศึกษานางณัฐยา จบปริญญาโท สาขาวิจัยประชากรและอนามัยเจริญ พันธุ์ มหาวิทยาลัยมหิดล จบปริญญาตรี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นผู้อำนวยการอาวุโส สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เจ้าหน้าที่บริหารแผนงานเยาวชนกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) เจ้าหน้าที่มูลนิธิผู้หญิง”เด็ก ม.1 แซว “พี่มาร์ค” นายกฯเก่าที่ จ.นนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคกลาง นายเอิบ พงบุหงอ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 3 ลงพื้นที่รับฟังอุปสรรคระบบการศึกษาและการเรียนการสอน จาก ผอ.โรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต มีการสะท้อนปัญหาเรื่องงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และจำนวนนักเรียน เช่น เด็กต่ำกว่า 40 คน จะได้งบอุดหนุน 36 บาท/หัว/วัน แต่ถ้าหากมีเด็กมากกว่า 40 คน จะได้งบอุดหนุน 22 บาท/หัว/วัน ซึ่งไม่เพียงพอ ทางโรงเรียนฝากให้พรรคประชาธิปัตย์ช่วยผลักดันแก้ไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริง จากนั้นคณะของนายอภิสิทธิ์ได้พูดคุยกับนักเรียนที่ทำกิจกรรมอยู่บริเวณลานสนามหน้าเสาธง ถามเด็กนักเรียนชั้น ม.1 ว่า รู้จักหรือไม่ว่าเป็นใคร เด็กชั้น ม. 1 จึงตอบว่า “รู้จัก เป็นนายกฯ เก่าของประเทศไทย” นายอภิสิทธิ์จึงแซวกลับว่า “แน่ใจนะ อาจเป็นนายกฯใหม่ก็ได้” เด็กนักเรียนตอบกลับว่า “ก็เป็นไปได้”หวังได้ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มเป็นเท่าตัวนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชที่ผ่านมาว่า พี่น้องให้การต้อนรับดีมาก หลายคนมาบอกว่า 2-3 ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้เลือก แต่เที่ยวนี้ตั้งใจเลือกประชาธิปัตย์ ถือเป็นกำลังใจ และเราต้องทำงานให้หนัก ต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่าถ้าการเลือก สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพราะอยากให้ไปเป็นรัฐบาล ให้แคนดิเดตนายกฯ ไปเป็นนายกฯ ตัวระบบบัญชีรายชื่อมี สส.น้อยมาก ต้องบอกว่า สส.เขตมีความสำคัญในการชี้ขาดบ้านเมือง ในการตั้งรัฐบาลด้วย เชื่อว่ากระแสพรรคทั้งใน กทม. และภาคใต้ หลังปีใหม่ดีขึ้น หลังตรุษจีนต้องดีขึ้นอีก สําหรับ สส.เขตยังไม่ได้นับเป็นเขตแน่นอน แต่ที่ยืนยันแน่นอนคือระบบบัญชีรายชื่อ จะเพิ่มเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว“ทนายอั๋น” มอบ “หอกหัก” ให้ “แสวง”ช่วงสาย นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ขึ้นปราศรัยสัญญาว่าจะให้เงินโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 หากได้รับเลือกตั้ง เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง และขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ปราศจากการโกง พร้อมกันนี้ยังเตรียมของขวัญเป็นกล่องใส่ดินสอ ปากการูปตัวเอง และหอกหักจำลอง รอมอบให้แก่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. หลังเสร็จภารกิจประชุมร่วมกับตัวแทนพรรคการเมือง ทันทีที่เจอหน้ากันทั้งคู่จับมือและพูดคุยกัน นายแสวงยอมรับหนังสือและของขวัญจากทนายอั๋น และหอกหักจำลอง พร้อมกล่าวสั้นๆว่า จะนำไว้ที่โต๊ะออกตัวเต้นหาเสียงไม่มีดนตรีไม่ผิดนายแสวงยังกล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ร้อง กกต. ตรวจสอบนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ที่เต้นหาเสียงบริเวณสยามสแควร์ เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.หรือไม่ว่า มีคำพิพากษาหรือมติที่ กกต.เคยวินิจฉัยไว้ ผู้สมัครเดิมเป็นศิลปินอยู่แล้ว สามารถร้องเพลงโดยไม่มีดนตรีได้ อย่าทำให้เป็นลักษณะงานรื่นเริง คือมีดนตรีประกอบ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นรายละเอียด พูดตามข้อกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบัตรตัวอย่างลงคะแนนประชามติที่ปรากฏในเอกสารประชามติแจ้งเจ้าบ้านมีข้อความตกหล่นอาจทำให้ประชาชนสับสนนั้น เนื้อหาในเอกสารเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีส่งมาทุกตัวหนังสือ ไม่ใช่ กกต.เป็นผู้จัดทำ กกต.มีหน้าที่พิมพ์และเผยแพร่เท่านั้น ยอมรับว่าอาจเกิดการตกหล่นผิดพลาด ต้องประชาสัมพันธ์ในส่วนนี้เพิ่มยังไม่รับรองผู้สมัครเลือกตั้ง 18 รายเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตจำนวน 16 คน ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน และแคนดิเดตนายกฯอีก 1 คน ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อขาดคุณสมบัติในประเด็นใด อาจเป็นกรณีไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรืออาจมีคำพิพากษาหรือเหตุทางกฎหมายอื่น ทั้งนี้ผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อยังสามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ตามขั้นตอนของกฎหมายขีดเส้นพรรคการเมืองส่งนโยบายนายแสวงกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองจำนวน 21 คณะ ว่า การดำเนินการเป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 57 เพื่อเฝ้าระวังนโยบายบางประเภทที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ กฎหมายออกแบบกรอบไว้ค่อนข้างยืดหยุ่น เป็นเพียงการตรวจสอบว่านโยบายที่พรรคการเมืองเสนอมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เช่น กรณีระบุแหล่งที่มาของเงิน หากเห็นว่ายังไม่เพียงพอ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ ไม่ใช่เขียนลอยๆ ว่าใช้งบประมาณแผ่นดิน ขณะนี้มี 6 พรรคการเมือง ส่งนโยบายมาให้ กกต.ตรวจสอบแล้ว ยังสามารถส่งเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 19 ม.ค.นายอภิวัฒน์ เริงทรัพย์ ผอ.สำนักกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า นโยบายที่พรรคการเมืองต้องแจ้งต่อ กกต. เป็นเฉพาะนโยบายที่ต้องมีการใช้จ่ายเงินเท่านั้น ขอให้พรรคการเมืองรีบส่งมา จะได้มีเวลาในการแก้ไข แต่หากส่งมาไม่ทันวันที่ 19 ม.ค. ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะส่งข้อมูลมาให้ กกต.“อิ๊งค์” เยี่ยม “พ่อ” อยู่เรือนจำ 4 เดือนอีกเรื่อง ที่เรือนจำกลางคลองเปรม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งหมดมีสีหน้ายิ้มแย้ม การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังเข้าเยี่ยม น.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้เป็นวันครบกำหนดคุมขัง 4 เดือนพอดี ส่วนเรื่องการเมืองนั้น คุณพ่อฝากข้อความถึงสมาชิกพรรค ขอให้ทุกคนรักษาความสามัคคี ไม่อยากให้มีความขัดแย้ง หรือทะเลาะกัน ความสามัคคีถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนกรณีที่จะเปิดให้เด็กเข้าเยี่ยมใกล้ชิดในวันที่ 11 ม.ค. ตรงกับที่ทางราชทัณฑ์จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ทางครอบครัวชินวัตรจะใช้สิทธิ์หรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณานายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณกล่าวว่า การเข้าเยี่ยมใกล้ชิดในวันที่ 11 ม.ค. อยู่ระหว่างการยื่นจองสิทธิ์ ขอบคุณทางเรือนจำที่จัดกิจกรรมดังกล่าวให้กับบุตรหลานของผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียม แบ่งเป็นรอบเช้าและรอบบ่าย ส่วนกรณีหลานของนายทักษิณจะเข้าเยี่ยมใกล้ชิดหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากมีหลานหลายคนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่