นับเป็นจารึกหน้าสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อรัฐบาลอินเดีย อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุแห่งปิปรหวา” (Piprahwa Gems) ออกแสดงสู่สายตาพุทธศาสนิกชนทั่วโลกเป็นครั้งแรก ในนิทรรศการ “The Light & the Lotus: Relics of the Awakened One” ณ ศูนย์วัฒนธรรมไร พิโธรา กรุงนิวเดลี หลังถูกพรากจากแผ่นดินเกิดนานถึง 127 ปีภายในงานประกอบด้วย พระบรมสารีริกธาตุ หีบพระธาตุ และเครื่องพุทธบูชาอันวิจิตรตระการกว่า 349 ชิ้น ทั้งไข่มุก ทับทิม ไพลิน และแผ่นทองคำ รวมถึงคัมภีร์ใบลานและโบราณวัตถุทางพิธีกรรมที่หาชมได้ยาก ซึ่งถูกขุดพบครั้งแรกในปี 2441 โดย “วิลเลียม แคล็กซ์ตัน เปปเป้” วิศวกรชาวอังกฤษ ณ เมืองปิปรหวา อำเภอสิทธัตถนคร รัฐอุตตรประเทศ ใกล้พรมแดนเนปาล โดยจารึกบนผอบโบราณเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่านี่คือพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทว่าที่ผ่านมาอัญมณีส่วนหนึ่งยังคงอยู่ในความครอบครองของตระกูลเปปเป้จนกระจัดกระจายไปทั่วโลกเส้นทางการทวงคืนมรดกแห่งศรัทธาเริ่มต้นขึ้นในเดือน พ.ค.2568 เมื่อทายาทตระกูลเปปเป้นำอัญมณีเหล่านี้ออกประมูล แต่รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้เข้ายับยั้งทันที โดยยืนยันว่านี่คือมรดกทางจิตวิญญาณที่มิอาจแยกออกจากอินเดียและพุทธบริษัททั่วโลกได้ จนนำมาสู่การซื้อคืนกลับมาเป็นสมบัติชาติด้วยความร่วมมือจากกลุ่มโกดเรจ (Godrej Industries) ในที่สุด ในพิธีเปิดนิทรรศการ นายกรัฐมนตรีโมดีเน้นย้ำว่า การกลับมาของพระบรมสารีริกธาตุคือสัญลักษณ์แห่งสายใยทางจิตวิญญาณที่หลอมรวมอินเดียไว้ด้วยกัน แม้ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง จะมีเสียงวิจารณ์ถึงการใช้มิติทางศาสนาเพื่อขับเคลื่อนกระแสชาตินิยมทางการเมืองก็ตามทว่าในท้ายที่สุด การจัดแสดงครั้งนี้คือการประกาศศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของอินเดีย ในฐานะ “ผู้พิทักษ์” และ “ผู้สืบทอด” พุทธประเพณีที่ยังมีชีวิตให้คงอยู่สืบไป.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม