ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตรายเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุ 1,511 ครั้ง สังเวย 272 ศพ บาดเจ็บ 1,464 ราย เมืองกรุงครองแชมป์ตายเยอะสุด 22 ศพ สาเหตุหลักจากขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด เผยสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนลดลงจากปีก่อน ประสานทุกภาคส่วนเดินหน้ารณรงค์ต่อเนื่องทั้งปี ให้ความสำคัญกลุ่มเยาวชนเป็นช่วงอายุที่เกิดอุบัติเหตุสูง ด้านกรมคุมประพฤติสรุปยอดสะสม 7 วันคดีเมาขับพุ่งทะลุ 4,531 คดี สถิติคดีสะสมลดลงจากปีก่อนเช่นกันหลังจากผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว ศปถ.แถลงสรุปผลการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วง 7 วันอันตราย ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานแถลงสรุปผลการดำเนินงานของ ศปถ. วันสุดท้ายของการรณรงค์ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ประจำวันที่ 5 ม.ค.69 เป็นวันที่เจ็ดของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 142 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 155 คน ผู้เสียชีวิต 19 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 39.44 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 20.42 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย. ร้อยละ 68.53 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พัทลุง และยะลา จังหวัดละ 7 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง 9 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 4 รายสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมช่วง 7 วัน วันที่ 30 ธ.ค.68-5 ม.ค.69 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,511 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,464 คน ผู้เสียชีวิตรวม 272 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต 55 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต 58 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 22 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม หนองบัวลำภู อุทัยธานี แพร่ และสตูลนายชัยวัฒน์เผยสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันพบว่า ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีขึ้นอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจำนวนผู้เสียชีวิตพบว่า การขับรถเร็วยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เสียชีวิต รวมถึงการดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด การขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ศปถ.จึงสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับส่วนกลางและพื้นที่ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และลดอัตราผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้จริง และเน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในช่วงเทศกาลและวันหยุดเท่านั้น แต่ต้องเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งยังเป็นกลุ่มช่วงอายุที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงด้าน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยยอดคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติในช่วง “7 วันควบคุมเข้มข้นปีใหม่ 2569” ว่า วันที่ 5 ม.ค.69 วันสุดท้ายของการรณรงค์มีคดีเข้าสู่ระบบทั้งสิ้น 858 คดี แบ่งเป็นขับรถขณะเมาสุรา 800 คดี ขับเสพ 57 คดี และขับรถประมาท 1 คดี ยอดคดีสะสมตลอด 7 วันตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.68-5 ม.ค.69 รวมทั้งสิ้น 4,794 คดี แบ่งเป็นขับรถขณะเมาสุรา 4,531 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.51 ขับรถประมาท 5 คดี ขับเสพ 256 คดี ขับซิ่ง 2 คดี เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติคดีสะสม 7 วันช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีคดีขับรถขณะเมาสุรา 6,317 คดี ปีนี้ลดลง 1,786 คดี คิดเป็นร้อยละ 28.27 จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.นนทบุรี 348 คดี 2.กรุงเทพมหานคร 321 คดี และสมุทรปราการ 250 คดีอธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า กรมคุมประพฤติให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิดอย่างเป็นระบบ ผู้กระทำผิดคดีขับรถขณะเมาสุราทุกรายที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจะต้องผ่านการคัดกรองและประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงจะได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาล เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำในระยะยาว พร้อมกันนี้ผู้ถูกคุมความประพฤติจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด อาทิ การรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และการเข้าร่วมกิจกรรมบริการสังคม มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงผลกระทบและความสูญเสียจากการเมาแล้วขับ เช่น ช่วยดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุในสถานพยาบาล รวมถึงกิจกรรมเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน หากผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด กรมคุมประพฤติจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยรายงานศาลเพื่อพิจารณานำโทษจำคุกที่รอการลงโทษมาบังคับใช้ต่อไป เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมอย่างยั่งยืนที่ ศจร.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 สรุปผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันอันตราย ภาพรวมสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดด้านจราจรใน 10 ข้อหาหลัก รวมสะสม 491,436 ราย เป็นการจับกุมการกระทำความผิดใน 5 ข้อหาที่เน้นหนักเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง รวมสะสม 280,424 ราย โดยเฉพาะความผิดฐานเมาแล้วขับ หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสีย มีการดำเนินคดีสะสม 18,098 ราย ในจำนวนนี้เป็นการกระทำผิดเมาแล้วขับซ้ำ 139 ราย จังหวัดที่ถูกจับกุมสูงสุด คือ นครราชสีมา 2,001 ราย เชียงใหม่ 987 ราย และชลบุรี 935 ราย ตัวเลขที่ลดลงของอุบัติเหตุและการสูญเสียไม่ได้เกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนที่ตระหนักถึงความปลอดภัย เคารพกฎหมาย และมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่