ในโอกาสสิ้นปี 31 ธ.ค.นี้ เอกอัครราชทูตและตัวแทนประจำประเทศไทย ให้เกียรติตอบคำถามทีมข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงประเด็นการสร้างโอกาสใหม่ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของไทย แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประเทศไทยอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ นักท่องเที่ยวออสเตรเลียกว่า 750,000 คนในปีนี้ที่มาเยือนชื่นชอบชายหาดและเมืองต่างๆในไทย และภาคธุรกิจต่างให้คุณค่ากับฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของไทย ไทยมุ่งสร้างความหลากหลายให้แก่เศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาภาคส่วนดั้งเดิม เพื่อก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจริงจัง ผ่านการสร้างพันธมิตรที่ช่วยพัฒนาทักษะไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองในภูมิภาคอาเซียน ในฐานะมิตรและหุ้นส่วนใกล้ชิด เราสามารถทำสิ่งต่างๆร่วมกันได้มากขึ้น อันดับแรก ไทยต้องการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค ซึ่งต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัล มหาวิทยาลัยและสถาบันฝึกอบรมของออสเตรเลียมีมาตรฐานระดับโลกและเป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษาไทย โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียน โครงการอาชีวะร่วม และการฝึกอบรมที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม จะช่วยสร้างบุคลากรที่จำเป็นภาคเกษตรกรรมเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจออสเตรเลียและไทย ออสเตรเลียแบ่งปันแนวปฏิบัติและองค์ความรู้ที่เป็นนวัตกรรม พร้อมทั้งเพิ่มความยั่งยืนและผลผลิตผ่านความร่วมมือประเทศลุ่มน้ำโขง-ออสเตรเลีย (MAP) ร่วมมือกันในโครงการบริหารจัดการน้ำ เสริมสร้างศักยภาพและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านไปสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และการมุ่งเน้นพลังงานสีเขียว เราได้ร่วมกับไทยจัดทำแผนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้า และสนับสนุนความพยายามลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการเดินเรือ ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ความมุ่งมั่นของไทยที่จะเข้าร่วม OECD แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ออสเตรเลียจะยังคงแบ่งปันประสบการณ์เพื่อสนับสนุนไทยในเส้นทางนี้ เราลงทุนในก้าวย่างที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนร่วมกับไทยโดยคำนึงถึงผลในระยะยาว เป็นหุ้นส่วนที่ไทยสามารถมั่นใจได้ ทั้งในวันนี้และในอนาคต. เอลชิน บาชิรอฟ เอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานอาเซอร์ไบจานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยในวันที่ 7 ก.ค.2535 เรามีความเป็นมิตรต่อกัน ภายใต้พื้นฐานความเคารพ ความเข้าใจ และความร่วมมือ จนเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา สร้างหมุดหมายสำคัญทางความสัมพันธ์ด้วยการเปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย การพัฒนาทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ตลอดจนการท่องเที่ยวระหว่างกัน ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของสถานทูตเรามูลค่าการค้าระหว่างไทย-อาเซอร์ไบจานอยู่ที่ 315 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การส่งออกมายังประเทศไทยอยู่ที่ 234 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ไทยส่งออกมายังเราอยู่ที่ 81 ล้านดอลลาร์ แม้จะเป็นไปในเชิงบวกแต่ยังถือว่าไม่บรรลุศักยภาพที่แท้จริง ซึ่งเรากำลังพยายามจัดงานการลงทุนเพื่อแสดงให้เห็นถึงโอกาส อยากส่งเสริมการค้าระหว่างภาคเอกชน และหาช่องทางใหม่ๆ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการค้าและการเมืองระดับโลกอาเซอร์ไบจานเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคอเคซัสใต้ และกำลังเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับสินค้าคุณภาพจากประเทศไทย ส่วนเมื่อปีที่ผ่านมาไทยยังนำเข้าน้ำมันดิบจากเรา 376,000 ตัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และเรายังมีสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพและมีทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆเช่นเดียวกับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม อาเซอร์ไบจานเป็นจุดเชื่อมการขนส่งทั้ง 4 ทิศ เป็นทางผ่านของสินค้าจีนไปยังยุโรป เช่นเดียวกับเหนือลงใต้สู่ตะวันออกกลาง ไทยสามารถเข้ามาปลดล็อกโอกาสใหม่ๆในด้านโลจิสติกส์ การค้า และการเข้าถึงตลาดต่างๆ อาเซอร์ไบจานกำลังดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ หวังว่าประเทศไทยจะสนใจและเข้ามาลงทุน. แอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเชิล เอกอัครราชทูตเยอรมนีเรากำลังอยู่ในโลกที่แนวคิดต่างๆในอดีตไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป เรากำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเมืองโลก ความมั่นคง และสภาพอากาศอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่มิตรประเทศที่มีความใกล้ชิดกันมากอย่างเยอรมนีและไทยควรทำงานร่วมกัน เพื่อมอบเสถียรภาพและความมั่นคงแก่ประชาชน ความสัมพันธ์ระหว่างเรามีความเข้มแข็งนับศตวรรษ บริษัทเอกชนประมาณ 600 แห่ง ได้ช่วยกันเสริมสร้างภาคธุรกิจเยอรมนี-ไทยการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-ไทย หากสำเร็จเมื่อใดย่อมช่วยไทยในการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ แต่เยอรมนีได้ให้การสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมายาวนาน เรานำความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาเข้ามาอบรมพัฒนาทักษะแรงงานไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของภาคอุตสาหกรรมในประเทศพัฒนา การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและรูปแบบการค้าใหม่ๆ ทำให้สองเราจำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและระบบราชการ ความมุ่งมั่นของไทยต่อ OECD ถือเป็นเส้นทางในการควบคุมคุณภาพและการเปิดตลาดเสรีแบบยั่งยืนขณะเดียวกัน ไทยและเยอรมนีมีความร่วมมือทางทหารอย่างใกล้ชิดเป็นเวลากว่า 60 ปี เสริมสร้างความมั่นคงในระดับภูมิภาคและสนับสนุนความมั่นคงระดับโลก เรามีนักเรียนนายร้อยจากกองทัพบก เรือ อากาศของไทยมาฝึกฝนที่สถาบันการทหารของเยอรมนี สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรามีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตและแลกความรู้ไปด้วยกันและแน่นอนเยอรมนีและไทยเป็นหุ้นส่วนใกล้ชิดในเรื่องสิ่งแวดล้อม มีโครงการร่วมมือ เช่น แผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศสากล (IKI) การเตรียมให้ไทยเข้าร่วมตลาดคาร์บอน สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานว่าเราต่างมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว รับมือโลกร้อนและปกป้องธรรมชาติ ปูพื้นฐานสู่อนาคตในโลกที่ไม่แน่นอนใบนี้ เยอรมนีพร้อมจะเสริมสร้างและทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศไทยมีความใกล้ชิดและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม. นาเกช ซิงห์ เอกอัครราชทูตอินเดียอินเดียและประเทศไทยเป็นเพื่อนบ้านทางวัฒนธรรมและทางทะเล มีนโยบายกิจการตะวันตก-ตะวันออกที่เกื้อหนุนกันและเป็นรากฐานของการเติบโตและมิตรภาพความเป็นหุ้นส่วนอย่างครอบคลุม ปี 2568 นี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือทวิภาคี ทั้งในด้านยุทธศาสตร์ และด้านกิจการอนาคตอย่างพลังงานสะอาด รถไฟฟ้า เทคโนโลยีดิจิทัล หุ่นยนต์ ไซเบอร์ อวกาศ เทคฯชีวภาพ ไปจนถึงการเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญในกลุ่มพหุภาคีอย่างอาเซียน บิมสเทค สมาคมแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย ไปจนถึงความร่วมมือแม่โขง-คงคาความสำเร็จทางเศรษฐกิจของอินเดีย ที่กำลังจะกลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกภายในปี 2573 จะเป็นโอกาสของไทยในการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ เอกชนไทยสามารถเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและการบริการขั้นสูง และการที่อินเดียมีประชากรวัยทำงานกว่า 950 ล้านคน จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าอินเดียมีทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และทางเทคนิคที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จะเป็นประโยชน์ต่อไทยความร่วมมือด้านไอทีระหว่างอินเดียและไทยสามารถมุ่งเน้นในด้านการเกษตรอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ การศึกษาและพัฒนาทักษะด้านเทคฯ ความมั่นคงทางไซเบอร์ การร่วมกันสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อสนับสนุนทิศทางของเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ไปจนถึงภาคอวกาศร่วมมือกันเฝ้าระวังภัยพิบัติ ลดความเสี่ยงเรื่องการเปลี่ยนสภาพอากาศ นอกจากนี้ มูลค่าการค้าระหว่างกันที่สูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ ยังสามารถเติบโตได้อีกจากการร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่สินค้า การสร้างคุณค่า สตาร์ตอัพ ไปจนถึงอุตสาหกรรมการผลิตทางทหาร หากอินเดีย–ไทยสามารถต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบกและทางทะเลเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างกัน จะถือเป็นจุดเปลี่ยนเกมในระดับภูมิภาคและระดับโลก โอกาสกำลังอยู่ตรงหน้า และเวลาที่จะลงมือคือตอนนี้. ปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้การประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ที่เมืองคยองจูปี 2568 ประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง แห่งสาธารณรัฐเกาหลี และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งราชอาณาจักรไทย ได้ยืนยันถึงศักยภาพความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่า สามารถร่วมกันแสวงหาแรงขับเคลื่อนใหม่เพื่อการเติบโตในอนาคตปัจจุบันประเทศไทยกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพาการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิม ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม (CEPA) ระหว่างเกาหลีกับไทยที่อยู่ระหว่างเจรจา อาจเป็นตัวเร่งสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน การขยายการลงทุนของบริษัทเกาหลี ซึ่งสั่งสมทั้งขีดความสามารถและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมขั้นสูง จะมีส่วนช่วยอย่างเป็นรูปธรรมต่อการกระจายพอร์ตอุตสาหกรรมของไทยประเทศไทยเป็นประเทศที่สองรองจากสหรัฐฯที่ตัดสินใจส่งกำลังเข้าร่วมในสงครามเกาหลี โดยได้ส่งกำลังทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อช่วยเหลือเรา รัฐบาลและประชาชนเกาหลีจดจำการตัดสินใจและการเสียสละของไทย ซึ่งยื่นมือช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจวบจนปัจจุบัน เกาหลียังมีส่วนช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงของไทย อย่างเครื่องฝึกแบบ T-50 หรือเรือหลวงภูมิพล อดุลยเดช ซึ่งต่อขึ้นในเกาหลี ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ที่มีกำหนดในปี 2569ความรุนแรงของปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดน การฉ้อโกงออนไลน์ เป็นประเด็นที่เกาหลีและไทยรับรู้ร่วมกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้นในช่วงหลัง สำหรับประเทศไทยซึ่งกำลังขับเคลื่อนนโยบายด้านการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นสูง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สาธารณรัฐเกาหลีซึ่งมีทั้งศักยภาพและประสบการณ์ในสาขาเหล่านี้ จะเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือที่สุด ขออำนวยพรให้ผู้อ่านไทยรัฐทุกท่านมีความสุขตลอดปี 2026 ครับ. เยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียรัสเซียมีความร่วมมือหลากหลายด้านกับไทย เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ระบบการบริหารจัดการด้านพลังงาน การจัดการไฮโดรเจนและก๊าซธรรมชาติ มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานนิวเคลียร์ เราสามารถช่วยเหลือประเทศไทยในการสร้างความมั่นคงและกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าและพลังงานได้ดียิ่งขึ้นความสัมพันธ์ด้านเกษตร เราสามารถส่งออกปุ๋ยจากรัสเซียมาที่ไทยและเสนอเทคฯในการจัดเก็บผลิตภัณฑ์การเกษตร การทำฟาร์มแบบสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ความสัมพันธ์ด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ เราสามารถช่วยกันเปิดเส้นทางการเดินทางใหม่ๆ เพื่อเชื่อมเอเชียเข้ากับยุโรปร่วมกับประเทศไทย มองว่าท่าเรือของเราและเส้นทางเดินเรือที่มีอยู่ จะมีส่วนช่วยในการเชื่อมโยง ไทยมีความสำคัญต่อเส้นทางเดินเรือและจะนำไปสู่การเปิดโอกาสใหม่ๆความสัมพันธ์ด้านการทำงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เรามีเทคโนโลยีด้านการจัดการชุดข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Big Data) ยินดีแลกเปลี่ยนความรู้ ฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญและทำงานร่วมกันกับประเทศไทยในโครงการด้านดิจิทัล เช่นเดียวกับการทำงานร่วมกันในกลุ่ม BRICS ซึ่งมีความสำคัญมาก ครอบคลุมประชากรของประเทศส่วนใหญ่ของโลกและกำลังเปิดรับความร่วมมือในการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระเงินระหว่างกันทางการค้าเรายังสามารถร่วมมือกันในการทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งจะช่วยให้ไทยได้ประโยชน์จากการเข้าถึงตลาดที่มีประชากรเกือบ 200 ล้านคน ทำให้เกิดการขยายตัวของสินค้าจากไทย กระนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายระยะยาว ไม่ใช่โครงการที่ทำขึ้นเฉพาะกิจ เราให้ความสำคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองฝ่าย รัสเซียพร้อมเดินหน้าเพื่อขยายความร่วมมือกับไทย และเราเห็นถึงความสนใจจากไทยด้วย เช่นกัน เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราจะดียิ่งขึ้นและเติบโตต่อไปในอนาคต. ปีเตอร์ หลัน ผอ.ใหญ่ สนง.เศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปไต้หวันถือเป็นหุ้นส่วนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไทยในการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เรามีทรัพยากรที่จำเป็นต่อความต้องการ และมีรากวัฒนธรรมที่เหมาะสมกัน ขยายความคือไต้หวันเป็นผู้นำด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำไต้หวันและไทยยังมีประสบการณ์ความร่วมมือในอดีตอย่างโครงการหลวงในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ไต้หวันยังเข้ามาลงทุนโดยตรงในไทยสูงเป็นอันดับ 4 มีชาวไต้หวันทำงานอยู่ในไทยมากกว่า 200,000 คน และการที่คนไต้หวันยังสนใจเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องถือเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีว่า ไทยมีศักยภาพทางธุรกิจเช่นไร ความเป็นมิตรของชาวไต้หวันและการมีรากวัฒนธรรมคล้ายกัน ยิ่งทำให้คนของเราเข้ากันได้ดี และนำไปสู่การแลก เปลี่ยนทางวัฒนธรรม ท่องเที่ยว และการศึกษาอย่างมั่นคงไต้หวันมีพลังทางเศรษฐกิจระดับกลาง ไม่ได้เป็นภัยคุกคามทางความมั่นคงหรือทางทหารต่อใคร เราเป็นคนรักสงบเป็นมิตร สร้างสรรค์พลิกแพลงแต่จริงใจและตรงไปตรงมา ยืดหยุ่นแต่เคารพกฎหมาย ไต้หวันได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีโลกว่าเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ เป็นผู้ให้ที่มีประสิทธิภาพและทำงานหนัก ซึ่งจะช่วยเสริมประโยชน์ร่วมกันกับไทยหากสามารถหาวิธีที่ปฏิบัติได้จริงในการจับมือร่วมทีม และพอทำได้เมื่อใดก็ย่อมช่วยเสริมสร้างความทนทานด้านระบบอัจฉริยะการแพทย์ การเกษตร และสมาร์ทซิตี้ ซึ่งจะเป็นรากฐานการเติบโตและความมั่นคงของเศรษฐกิจไทยในอนาคตไม่นานมานี้สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปได้เปิดตัวแพลตฟอร์มบริการด้านบุคลากรเทคโนโลยีไต้หวัน-ไทย เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ยังติดขัดและช่วยจับคู่คนที่มีความต้องการเหมือนกันให้มาเจอกัน โอกาสมาถึงแล้วกดโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาได้เลย เราพร้อมจะจับมือกันและเติบโตไปด้วยกันครับ.ทีมข่าวต่างประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่