เพื่อไทยลั่นพร้อมหนุนร่างแก้ไข รธน.ทั้ง 3 ฉบับ “ชนินทร์” ย้ำเพื่อให้การแก้ไขราบรื่น แต่ขอยึดร่างฯเพื่อไทย กำหนดที่มา ส.ส.ร.ยึดโยงประชาชนมากกว่าร่างภูมิใจไทยที่อาจได้ ส.ส.ร.จัดตั้งผ่านกระบวนการฮั้วอีก “อนุทิน” ลุยเลือกตั้งซ่อมเมืองกาญจน์ ไม่หลง กระแสโพลต้องขยันทำงาน เปิดประตูอ้าซ่ารอรับ “นิพนธ์-เกรียง” เพื่อไทยชูคนเมืองกาญจน์หัวใจสีแดง โพลชี้คนยังสับสนเข้าคูหากาบัตรพร้อมกัน 4 ใบ เชื่อมือ ภท.แก้ ศก. เหนือกว่า ปชน. แต่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคไหนพรรคเพื่อไทยประกาศหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยันเพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปด้วยความราบรื่นที่สุด แต่ขอให้ยึดเอาร่างแก้ไขฉบับพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก เพราะมีส่วนยึดโยงกับประชาชนเรื่องที่มาของ ส.ส.ร.มากกว่าฉบับของพรรคภูมิใจไทยเพื่อไทยหนุนร่างแก้ไข รธน.ทุกฉบับเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวถึงการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15 วันที่ 14 -15 ต.ค. ว่า เพื่อให้กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความราบรื่นที่สุด เปิดทางให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ทุกฉบับ แต่จุดยืนของพรรคเพื่อไทยมีข้อห่วงใยกับรายละเอียดในร่างของพรรคภูมิใจไทยอยู่มาก ในเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. มีจุดอ่อนเรื่องความยึดโยงกับประชาชน คือผู้เสนอตัวเป็น ส.ส.ร. สามารถเข้าสู่การเลือกของสมาชิกรัฐสภาได้เลย โดยไม่ผ่านกลไกการกลั่นกรองโดยประชาชนจากการเลือกตั้งทางตรงก่อน อาจนำไปสู่ ส.ส.ร.จัดตั้ง ที่ได้สิทธิ์เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการฮั้วกัน โดยไม่สนใจคุณสมบัติและความเหมาะสมก็เป็นได้ขอยึดฉบับ พท.–ปชช.มีส่วนร่วมนายชนินทร์กล่าวว่า หากสมาชิกรัฐสภาลงมติรับหลักการทั้ง 3 ร่าง พรรคเพื่อไทยจะเสนอขอให้ใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลักในการพิจารณาต่อในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให้ร่างที่จะได้ออกมามีความยึดโยงกับประชาชน เราเชื่อว่าภายใต้ข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามประชาชนเลือก ส.ส.ร.โดยตรง แนวทางของพรรคเพื่อไทยจะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้จริง ได้ ส.ส.ร.ที่ยึดโยงกับประชาชน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในทางการเมือง การฮั้วกันทำได้ยากและไม่มีฝ่ายใดสามารถผูกขาดความเป็นเสียงข้างมากได้“อนุทิน” ลุยเลือกซ่อมเมืองกาญจน์เวลา 14.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์วัดสระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ช่วย น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย หาเสียง มีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม พร้อมแกนนำ และ สส.พรรคภูมิใจไทย ร่วมคณะ เมื่อถึงเวทีนายอนุทินเดินทักทายประชาชนและลงไปนั่งถ่ายรูปด้วย นี่แค่ออเดิร์ฟยุบสภามาอีกรอบนายอนุทินกล่าวปราศรัยว่า คราวที่แล้วคนเมืองกาญจน์เลือกนายศักดิ์ดาเป็น สส. แต่ตนเห็นว่านายศักดิ์ดาน่าจะรับใช้ประชาชนได้มากกว่า จึงชวนมาเป็นรัฐมนตรี นายศักดิ์ดาจึงต้องลาออกจากสส. แต่เรามีลูกสาวมารับใช้ประชาชนไม่ให้ขาดช่วง คราวนี้ได้ทั้งพ่อทั้งลูก อาทิตย์หน้าถ้าพี่น้องบอกว่าใช้พ่อคนเดียวไม่พอ จะจิกหัวใช้ลูกอีก ขอให้เลือก น.ส.วิสุดา ถ้าประชาชนให้ความเมตตา น.ส.วิสุดา ยืนยันว่าจะได้คนจริง เพราะ น.ส.วิสุดาเป็นข้าราชการมีโอกาสเติบโต แต่วันนี้เห็นว่าการเป็นข้าราชการประจำไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ เมื่อพ่อเป็นรัฐมนตรี ลูกจึงมาขอเป็นผู้แทน วันนี้มาขอคะแนน ปีหน้ามีเลือกตั้งแน่นอนก็จะขออีก แต่วันนี้เป็นออเดิร์ฟขอคะแนนให้กับ น.ส.วิสุดาก่อน เรื่องนโยบายยืนยันภูมิใจไทยพูดแล้วทำอวยเต็มที่มีสิทธิ์เป็นนายกฯหญิงนายอนุทินกล่าวว่า การทำงานของพรรคภูมิใจไทยถ้าประชาชนไว้วางใจขอให้คอยดู เพิ่งเข้ามาทำงานได้ 12 วัน สวัสดิการแห่งรัฐเรียบร้อย โครงการคนละครึ่งผ่าน ครม.เป็นที่เรียบร้อย เราทำงานใจกว้าง ทำงานหนึ่งเดียวมีหน้าที่อย่างเดียวคือรับใช้ประชาชน สิ่งที่เราให้คำมั่นสัญญาไว้เราจะทำให้หมด เราอยู่ถึง ม.ค.69 คืนอำนาจให้ประชาชน หวังว่าประชาชนจะเห็นการทำงานของพวกเรา และไว้วางใจให้พวกเรากลับมาทำงานรับใช้อีกครั้ง แต่ก่อนอื่นวันที่ 19 ต.ค. ขอให้ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์วันเกิดให้ สส.คนใหม่ของพรรคภูมิใจไทย ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลอนาคต น.ส.วิสุดาให้เต็มที่ ขนาดพ่อยังไม่ค่อยหล่อยังได้เป็นรัฐมนตรี ลูกสวยขนาดนี้ต้องยิ่งกว่ารัฐมนตรี เผลอๆได้เป็นนายกฯหญิงอีกคนโวช่วยให้คนไทยลืมตาอ้าปากต่อมานายอนุทินและคณะเดินทางมาหาเสียงต่อที่ศูนย์โอทอป อ.บ่อพลอย นายอนุทินปราศรัยว่า เรายังมีนโยบายที่จะดำเนินการอีกคือปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนละ 1 แสนบาท ให้พ่อแม่พี่น้องได้ลืมตาอ้าปาก จะดูแลปัญหาเรื่องอ้อย เพราะพรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม หลังจากรับหนังสือจากชาวไร่อ้อยเรียบร้อยแล้วจะให้อธิบดีมาพบ เพื่อแก้ปัญหาให้โดยตรง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นเพื่อนกัน มีหัวใจตรงกันที่จะทำให้เกษตรกรคนไทยชาวไร่ ชาวนา ลืมตาอ้าปากได้ รวมถึงราคามันสำปะหลัง นี่คือคำมั่นสัญญาของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนต้องฟังเสียงประชาชน จะไม่มีวันทำอะไรขัดใจประชาชน เราพูดแล้วทำไม่หลงกระแสโพลต้องขยันทำงานนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจโพลล่าสุด ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนิยมมากกว่าพรรคประชาชนว่า เราไม่เคยคิดชนะหรือแพ้ เราต้องชนะใจตัวเอง ต้องไม่ขี้เกียจ ต้องขยันทำงานและคิดถึงประชาชนเป็นหลัก วันนี้มีโชค มีวาสนา มีบุญที่ได้บริหารประเทศ เราไม่คิดอย่างอื่น คิดแต่การทำ ประโยชน์สูงสุดเพื่อประเทศ และประชาชน สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนถูกเสี้ยมสอนว่าคนที่มีพระคุณต่อเราคือพี่น้องประชาชนเปิดประตูอ้าซ่ารับ “นิพนธ์–เกรียง”ผู้สื่อข่าวถามว่ามองไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร นายอนุทินตอบว่า ยืนยันวันที่ 31 ม.ค.69 ยุบสภาฯแน่นอน ไม่มีเกิน มีแต่ก่อน วันนี้ทุกพรรคเตรียมเลือกตั้งแล้ว พรรคภูมิใจไทยพร้อมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เมื่อถามว่านายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย พบกับนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายนิพนธ์ยืนยันจะมาอยู่ภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า นายนิพนธ์มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ส่วนนายเกรียง กัลป์ตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มาเมื่อวาน แต่มาเมื่อวานซืน เมื่อถามย้ำว่าทั้งนายนิพนธ์และนายเกรียงจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “เดี๋ยวดู” เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เชียงราย มีพูดถึงไทม์ไลน์โยกย้าย ผวจ.เชียงราย นายอนุทินย้อนถามว่า ยังไม่มีไทม์ไลน์เวลานี้ ไทม์ไลน์มีแต่เรื่องการช่วยเหลือประชาชน“น้ำตาจิไหล” ชาวบ้านให้ขนม–ผลไม้ก่อนหน้านี้ในช่วงสายวันเดียวกัน นายอนุทิน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ไปนั่งกินเตี๋ยวเนื้อแถวศรีย่าน พอจะขึ้นรถมีผู้ใจดีวิ่งเอาอาหาร ขนม และผลไม้มาฝาก อยากบอกว่ารู้สึกปลื้มใจ ชื่นใจจริงๆ วันนี้ยอมน้ำหนักขึ้น กะจะฟาดให้เรียบ และขอตอบแทนความเมตตาที่ทุกท่านมอบให้ลูกนกลูกกาคนนี้ด้วยคำสัญญาว่าจะทำทุกอย่างในความสามารถที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนจนสุดชีวิต พวกท่านได้จ่ายค่าจ้างให้แล้วในรูปแบบของขนมบ้าบิ่น ทุเรียน หมูแผ่น และฝรั่งดอง ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพวกผมแล้วครับ กราบขอบพระคุณในความเมตตานะครับ กราบๆๆๆๆๆ”พท.ชูคนเมืองกาญจน์หัวใจสีแดงด้านนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจัดทีม ประกอบด้วย แกนนำพรรค และ สส.ดาวเด่น อาทิ นายอดิศร เพียงเกษ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ นายพนม โพธิ์แก้ว น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ช่วย พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย รณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย จะลงพื้นที่พบปะพูดคุยพี่น้องประชาชนในทุกตำบล และจัดปราศรัยย่อยต่อเนื่อง พล.อ.ชินวัฒน์ เป็นอดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ลูกหลานคนเมืองกาญจน์โดยแท้ จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นตัวแทนในฐานะ สส.ของพรรคเพื่อไทย เข้าไปทำงานในสภาฯ มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการส่งเสียงครั้งสำคัญของคนเมืองกาญจนบุรี เขต 4 พิสูจน์ว่าคนกาญจนบุรียังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างมั่นคง ไม่สนับสนุนระบบการเมืองที่ผูกขาดกินรวบ ไม่เห็นด้วยกับขบวนการฮั้ว สว. หรือการฝังรากลึกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินที่กระจายไปทุกองค์กร ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ถ่วงดุลอำนาจ ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยหนุนเยียวยาถ้วนหน้าเท่ายุค “อิ๊งค์”นายชนินทร์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย เร่งอนุมัติวงเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยรอบล่าสุด ในกรอบไม่น้อยกว่าครัวเรือนละ 9,000 บาทถ้วนหน้าเท่ากันกับที่เคยอนุมัติในคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ช่วงเดือน ต.ค.2567 เพราะเงินเยียวยาต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ที่อุปกรณ์การซ่อมแซมบ้านเรือน และค่าครองชีพต่างปรับตัวสูงขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเร่งรัดการอนุมัติ และจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนโดยเร็ว ให้ทันต่อสถานการณ์โพลชี้คนยังสับสนกาบัตร 4 ใบวันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 7-9 ต.ค. รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “บัตรลงคะแนน 4 ใบ 6 คำถาม จะไหวไหม” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 48.55 การเลือกตั้งครั้งหน้าหากต้องกาบัตรลงคะแนน 4 ใบ รวม 6 คำถาม จะทำให้เกิดความสับสนมาก รองลงมาร้อยละ 30.61 ค่อนข้างสับสน และร้อยละ 11.99 ที่ไม่สับสนเลย นอกจากนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 30.23 เห็นว่าระยะเวลา 4 เดือนภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ไม่เพียงพอ มีร้อยละ 24.43 ที่ระบุเพียงพอแน่นอน แต่เมื่อถามความคิดเห็นต่อการจัดให้มีการเลือกตั้ง สส. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ในวันเดียวกัน ร้อยละ 49.16 เห็นด้วย รองลงมาร้อยละ 26.11 เห็นว่าควรแยกการดำเนินทั้ง 3 เรื่องเป็นคนละวันกันเชื่อมือ ภท.แก้ ศก.เหนือกว่า ปชน.สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,203 คน เรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจแบบแจก ช่วยจริงหรือแค่ชั่วคราว” พบว่าร้อยละ 29.51 มองว่านโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแบบเน้นแจกเงินหรือช่วยเฉพาะหน้า ร้อยละ 80.72 มองว่านโยบายแบบ “แจกเงิน-ลดภาระชั่วคราว” จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลมีงบประมาณจำกัด ประชาชนร้อยละ 53.72 อยากให้ใช้กับเรื่องลงทุนจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ส่วนประเด็นเรื่องน้ำท่วมร้อยละ 67.17 มองว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาด้วย การจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการระดับประเทศ ทั้งนี้เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ร้อยละ 19.87 ระบุเป็นพรรคภูมิใจไทย รองลงมาร้อยละ 17.37 พรรคประชาชน และร้อยละ 16.63 ยังไม่เชื่อพรรคใดส่วนใหญ่ยังไม่ชัดเลือกพรรคไหนขณะที่ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจเรื่องความสุข ความทุกข์ และการเมืองของคนไทยวันนี้ จากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 1,258 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 8-11 ต.ค. พบว่าร้อยละ 43.7 ระบุว่าวันนี้ทุกข์มากกว่าสุข โดยร้อยละ 68.9 ระบุว่าครอบครัวทำให้เกิดความสุข ขณะที่ร้อยละ 68.1 ระบุปัญหาเศรษฐกิจทำให้เกิดความทุกข์ เมื่อถามว่าอยากได้ผู้นำทางการเมืองแบบไหนคนไทยถึงจะมีความสุข ร้อยละ 84.7 ระบุดี เก่ง และกล้า แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ผลดี แก้ปัญหาปากท้องได้จริง เมื่อถามถึงการตัดสินใจเลือกพรรค อยากได้ใครเป็นนายกฯ ร้อยละ 23.5 ระบุว่า ตัดสินใจแล้วจะเลือกพรรคไหน อยากได้ใครเป็นนายกฯแน่ๆ ร้อยละ 51.9 ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 24.6 ตัดสินใจแล้วอาจเปลี่ยนใจได้อีกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่