เติบโตผ่านเส้นทางดนตรี “บอล ต่อพงศ์ จันทบุบผา” และ “เมื่อย ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ” ศิลปินดูโอ้วงดัง “SCRUBB” (สครับบ์) พาความต่างที่เข้ากันดีของทั้งคู่เดินทางมากว่า 25 ปี นอกจากยังคงสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ มีอีกหนึ่งเบื้องหลังของวงที่ยืนหยัดยาวนานคือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสิ่งที่เรียกว่าลิขสิทธิ์ในผลงานของตัวเองที่วง SCRUBB กล่าวว่า “เพลงทุกเพลงที่เราทำ มันไม่ได้จบลงตรงวันที่ปล่อย มันยังมีชีวิตต่อไปอีกยาว และเราสามารถเป็นคนดูแลชีวิตนั้นด้วยตัวเราเองได้” ล่าสุด SCRUBB ได้เซ็นสัญญาร่วมกับ โซนี่ มิวสิค พับลิชชิ่ง (ประเทศไทย) ผู้นำด้านการบริหารลิขสิทธิ์เพลงระดับโลก เลยชวนมาถ่ายทอดเรื่องราว พร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์อันยาวนานของทั้งคู่ เริ่มจาก“SCRUBB” มีจุดเปลี่ยนอะไรที่ทำให้เห็นความสำคัญของเรื่องลิขสิทธิ์เพลง?บอล “จริงๆเราก็เริ่มจากเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องลิขสิทธิ์มาก่อน แต่โชคดีที่ตอนเริ่มต้นทำงานเราเซ็นสัญญากับ Sony Music ซึ่งถือเป็น Global Company ดังนั้นสัญญาเลยเป็นสัญญาที่อิงจากบริษัทแม่ด้วย ซึ่งนโยบายของต่างประเทศ เขาจะแยกเรื่องของตัว Sound Recording ที่เป็นตัวมาสเตอร์เพลง กับตัวลิขสิทธิ์ออกจากกัน หมายถึงว่าเค้าจ่ายเงินค่า Record ค่ามาสเตอร์ต่างๆ เพื่อถือเฉพาะมาสเตอร์ของเรา เพื่อเอาไปในการทำงานค้าขายปกติต่างๆ แต่ว่าค่าลิขสิทธิ์ บทเพลงที่ถูกประพันธ์ขึ้นน่ะ สมมติเช่นเพลงนี้คุณเมื่อยประพันธ์ มันจะยังเป็นของคุณเมื่อย เค้าแค่เป็นตัวแทนในการเอาไปจัดเก็บหารายได้ในช่วงเวลาที่เรายังทำงานด้วยกัน แล้ววันนึงเค้าก็จะคืนกลับมา เมื่อก่อนบ้านเรายังไม่ค่อยมีอย่างนั้น เลยโชคดีที่เราได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ค่อยๆเรียนรู้มา พอพ้น 10 ปีมาเนี่ยมันเริ่มเห็นเรามีระยะเวลาในการทำงานมากขึ้น มีจำนวนเพลงที่มากขึ้น แล้วโอเค โชคดีมีบางเพลงที่มันเป็นที่นิยมมากขึ้นหน่อย มันเริ่มเห็นว่าเอ๊ะอยู่ๆรายได้นอกจากการไปเล่นงานจ้าง มีรายได้เข้ามาแล้วฝ่ายลิขสิทธิ์ก็แจ้งมา เช่น อันนี้เป็นรายได้จากเพลงใกล้ เพลงคู่กัน รวมถึงบางทีอาจจะมีหน่วยงานมีองค์กรต้องการนำเพลงของเราไปประกอบภาพยนตร์ ประกอบโฆษณา ต้องการเรียบเรียงใหม่ ค่ายก็จะมาถามเราก่อนมันทำให้เราเห็นสิทธิ์ในการที่มันดูแลตัวเราในระยะยาว นอกเหนือจากตัวเราแล้วคนที่อยู่ข้างหลังเราในอนาคต หลักของลิขสิทธิ์มันคือดูแลเราไปจนเราสูญสิ้นอายุขัยไป 1 ชั่วชีวิต แล้วคนที่เป็นทายาทของเราตามลำดับ เค้าจะได้สิทธิ์นี้จากงานทรัพย์สินทางปัญญาของเรานี้ไปอีก 70 ปี อนุมานได้ว่าเพลงนึงมันดูแลคนได้ราวๆ 2 ชั่วอายุ มันอาจจะไปเกิดประโยชน์ เกิดรายได้ในช่วงเวลาอายุของรุ่นลูกของเราก็ได้ เป็นสมบัติที่มันเป็นทรัพย์สินทางปัญญา”อยากให้เล่าสิ่งที่ได้เจอกับวงตัวเองจากการมีการดูแลลิขสิทธิ์เพลง?บอล “ก็เป็นช่วงที่ทำให้คนกลับมาฟังเพลงเราเยอะมากขึ้นด้วย มีน้องผู้ประพันธ์ที่เขียนหนังสือ Pocket Book ที่เอาเพลงของเราไปเป็นโครงเรื่องในการสร้างเรื่อง “2gether เพราะเราคู่กัน” ซึ่งซีรีส์นี้ค่อนข้างประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศมาก ทำให้เรามีโอกาสไปเล่นในต่างประเทศ แล้วก็จำนวนเพลงที่มันเยอะมากๆ ก็ต้องมีการขอลิขสิทธิ์ในการนำไปใช้ทั้งในประเทศในการทำ Physical ต่างๆ ทั้ง CD Vinyl หรือการนำเพลงออกไปใช้ในต่างประเทศ เราได้รับรายได้จากส่วนนี้มา หลังจากปีแรกและปีที่สองที่เพลงมันถูกนำไปใช้ในต่างประเทศ เป็นปีที่ตัวเลขมันดูเยอะขึ้นเป็นพิเศษ และเป็นรายได้จากการที่มันถูกใช้ฟังในต่างประเทศเยอะมาก อยู่ๆก็มีประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ 14% มี USA มีญี่ปุ่น อาจจะไม่ได้เยอะมากแต่รวมๆกันมันเป็นก้อนนึงที่ร่วมๆ 20% แบบเป็น Non Thailand ซึ่งมันเยอะมากแล้วตัวเลขมันก็มีมาชัดเจน อันนี้คือตัวอย่างของ ลิขสิทธิ์ชัดเจน มันพาเราไปที่นู่นที่นี่เยอะขึ้นมาก” พอได้มาร่วมกับ Sony Music Publishing ทำให้มีอิสระในการสร้างสรรค์งานมากขึ้นมั้ย? บอล “ผมว่าส่วนนึงเลยก็คือเป็นเรื่องของการทำให้เห็นว่าเรื่องของลิขสิทธิ์มีความสำคัญและอย่างที่บอกมันดูแลเราไปตลอดชั่วอายุของเราจริงๆ แต่ในส่วนที่ Sony Music Publishing เข้ามาดูแลมากขึ้น ผมว่าเป็นเรื่องของการทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ทำงานในเชิงที่นำพาเพลงของเราไปในช่องทางใหม่ๆ พาไปหาพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ พาไปเจอแม้กระทั่งองค์ความรู้ใหม่ๆในเชิงของการเป็นนักแต่งเพลงเรา Connect กับผู้คนได้มากขึ้น บางทีมี Workshop กับศิลปินจากประเทศอื่น มี Song Camp แลกเปลี่ยนกัน หรือสามารถไปทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง Music Marketing ต่างๆ ขยายโอกาสในการทำงานได้มากขึ้น” เมื่อย “ผมว่าอย่างแรกเลยมันดีที่เราก็ไม่ต้องกังวล เราสองคนก็มีสมาธิในการสร้างสรรค์งานให้เต็มที่ครับ อันนั้นผมว่ามันเป็นข้อดีที่สุดเลย แต่ก่อนคือเราเปลี่ยนมาหลายที่ เราเจออะไรมาหลายยุค แล้วพอวันนึงมีคนมาจัดระเบียบหรือมีคนมาคอยๆทำให้ทุกอย่างมันเป็นแฟร์ดีลที่มันถูกต้อง เราก็สร้างสรรค์งานได้เต็มที่” สำหรับ SCRUBB เวลามีเรื่องสำคัญต่างๆหรือการบริหารวง ช่วยกันตัดสินใจอย่างไร?เมื่อย “จริงๆถ้าเป็น SCRUBB หน้าที่พี่บอลเป็นหลักเลยครับ พี่บอลก็จะไปไฟต์จัดการให้เราแล้วก็อัปเดตผม” บอล “เราทำหน้าที่กันคนละหมวด หมวดสร้างสรรค์ผลงานจะเป็นเมื่อยเป็นคนเริ่มต้น ผมก็คอยจัดการให้มันเป็นระเบียบ เพื่อให้มันประกอบร่างได้ เช่น ปกหรือ MV มันจะเป็นยังไง MV เรื่องของงานแบบ Visual ต่างๆ ผมก็จะกลับมาที่เค้า เอาการจัดการกับงานสร้างสรรค์มาผสมกันให้มันไปด้วยกันได้” เรียกว่าต้องรู้ใจและมองไปในทางเดียวกัน? บอล “ผมว่ามันแตะมือกันจนเข้าใจแล้ว รู้ใจ เชื่อใจ ว่าจังหวะไหนใครจะดูแลในทางไหน” เมื่อย “คือมันก็ผ่านช่วงปะทะกันมาตลอดเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้จากผ่านการทะเลาะเบาะแว้งถกเถียงกันมา จนทุกวันนี้มันเห็นแล้ว คือมันรู้ไปเองโดยธรรมชาติ มันก็เหมือนเพื่อนร่วมงานที่ทำงานกันมานานแล้ว ก็จะรู้จังหวะจะโคนว่าหน้าที่นี้คนนี้ต้องดูแล คนนี้ต้องตัดสินใจให้ แน่นอนก็มีบางอย่างที่ตอบไม่ตรงกันเลย แต่เราก็ใช้วิธีว่ามันก็ผลัดกันตอบ” บอล “ถ้าถามทัศนคติเอาความชอบนะไม่เหมือนกัน คนนึงเลือกไก่อีกคนนึงเลือกไข่แน่นอน วันไหนเลือกไข่ด้วยกันนี่ฉลองเลย คือน้อยมากนะที่ชอบอะไรเหมือนกัน” เมื่อย “ใช่ ผลัดกันก็เรียนรู้กันไปครับ พอมาคุยกันเยอะขึ้น ไว้ใจกันเชื่อใจกัน มันก็กลายเป็นว่าอันนี้ผมปล่อยพี่แล้วกัน บางทีอันนี้เค้าก็ปล่อยผม มันก็ต้องหาจุดสมดุลไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าเคล็ดลับก็คือต้องคุยกันเยอะๆ พยายามเรียนรู้นิสัยกันทุกๆช่วงเวลา เพราะบางทีพอไม่คุยกันมันเริ่มคิดมั่วซั่วในหัวของแต่ละคนไง ถ้าเรามีอะไรปุ๊บก็รีบคุยก่อน บางทีระยะหลังๆมันมีเทคโนโลยีให้เราเริ่มคุยกันในไลน์บ่อย บางทีแค่นี้ก็ไม่พอ ไม่เข้าใจก็ยกหูไปเลยดีกว่าเพื่อจะได้ยินน้ำเสียง หรือเจอกันเลย สุดท้ายผมว่าดนตรีที่มันทำงานสนุกก็คือเราต้องไม่มีเรื่องในใจ” 25 ปีเป็นคู่ดูโอ้ที่ลงล็อก? เมื่อย “ก็เรียนรู้กันมาเยอะครับ ที่เราเคยไม่เข้าใจกันมันเป็นเพราะว่าเราสนิทกันมากไงรู้ไส้รู้พุง มันก็เลยลงไปลึกไปเรื่อยๆ ทัศนคติจนถึงแบบมองก็รู้ทรงแล้วว่าใครไม่ชอบอะไร สุดท้ายมันไม่มีใครเหมือนใครอยู่แล้ว มันทำงานได้โดยที่ว่าเข้าใจจริงๆ ว่าธรรมชาติของแต่ละคนเป็นยังไง” แต่สิ่งที่ตลอด 25 ปีคือทั้งบอล เมื่อย ดูก็ไม่เปลี่ยนเลยและยิ่งดูแฟชั่นมากขึ้น?เมื่อย “แฟนเพลงอาจจะเห็นตอนกลางคืนนะฮะ (หัวเราะ)” บอล “ก็พยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ เพื่อให้มันยังเล่นดนตรีอยู่ได้ ดูแลสุขภาพ ตอนนี้ก็คือถ้าไปเล่นต่างจังหวัด พอถึงโรงแรมก็จะเสิร์ชฟิตเนสใกล้กับฉัน แทนที่จะไปเที่ยวหาร้านกาแฟไปดูนั่นนี่ ก็จะไปเข้าฟิตเนส 2 ชั่วโมง คุยกันเรื่องวิตามินอะไร ใช้ประกันอันไหน เราไม่ได้สน Lifespan เราสน Healthspan ทำทรีตเมนต์ที่พึงควรจะเป็น แก่ได้แต่ขอแก่อย่างมีคุณภาพ อีกอย่างคืออยู่ๆ มาก็เริ่มมาสนใจแบบเริ่มมาชอบดูเสื้อผ้ากัน ซึ่งมันควรจะคุยกันตอน 20 30 ใช่ปะ เดี๋ยวนี้ก็จะเดี๋ยวส่งลิงก์รองเท้าใหม่แล้ว เดี๋ยวส่งแจ็กเกตมา คือมันสนุก แล้วก็แต่งตัวมันสนุก” เมื่อย “คือสุดท้ายมันมีอีกเรื่องที่เราคุยกันได้ ก็สนุกดี บางทีผมเจอรองเท้าที่มันแพงผมไม่ซื้อเอง แชร์กับพี่บอลละกัน ถ้าพี่บอลซื้อด้วยเราก็จะรู้สึกผิดน้อยลง (ยิ้ม)” บอล “แล้วก็ไม่มีใครเบรกใครเลย” เมื่อย “แล้วก็ผมรู้สึกว่าถ้าเราเป็นวงดนตรีเราจะเล่นให้สนุกต่อเมื่อความสัมพันธ์เราดีเรากินข้าวด้วยกัน คุยกัน ซื้อของช่วยเลือก มีเรื่องที่ไม่ใช่เพลงคุยกัน” บอล “ผมว่ามีสุขภาพจิตที่ดี มีเพื่อนดี มีสิ่งแวดล้อมดี มันก็จะสนุกอ่ะ เวลาเล่นเราก็ต้องพยายามรักษามาตรฐานให้มันได้ทุกครั้ง”เรื่อง: สุภลัคน์ วุฒิกรีธาชัยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่