เรื่องคมๆความหมายชวนคิด (สุริยเทพ ไชยมงคล เขียน อินสไปร์เครือนานมีพิมพ์ พ.ศ.2553 เรื่องที่ 14 พิธีร่นระยะทาง ผมอ่านแล้วอมยิ้ม ชีวิตคนไทยวันนี้แม้จะจนยากนักหนา แต่ก็ยังพอมีความหวังนี่นา!ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ห่างพระราชวังหนึ่งร้อยลี้ ชาวบ้านอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขเนิ่นนาน เพราะกลางหมู่บ้านมีบ่อน้ำใหญ่ น้ำทั้งใสสะอาดทั้งมีรสชาติชวนดื่มต่อมา เมื่อพระราชาได้ลองชิมน้ำบ่อจากหมู่บ้านนี้แล้วติดพระทัย จึงมีบัญชาให้ชาวบ้านจัดเวรกันหาบน้ำเข้าไปถวายให้ทรงดื่มทุกวันตอนเริ่มแรกๆชาวบ้านยังมีความรู้สึกดีที่มีโอกาสรับใช้พระราชา แต่เนื่องจากงานหาบน้ำเป็นแรงงานฟรี นานๆวันเข้า ชาวบ้านหลายคนก็เริ่มเบื่อหน่ายและเริ่มเหนื่อยทุกคนรู้ดี นี่เป็นพระบัญชาพระราชา แม้ไม่มีใครกล้าปริปากบ่น แต่จำนวนคนในหมู่บ้านก็เริ่มน้อยลง เพราะมีชาวบ้านอพยพโยกย้ายหนีไปอยู่หมู่บ้านอื่นก่อนปัญหาขาดแรงงานคนหาบน้ำจะบานปลาย...เหล่าขุนนางก็ร้อนใจกราบทูลพระราชาบ้านเมืองยุคโบราณ เงินทองยังไม่มีใช้ ทั้งพระราชาและขุนนางก็ไม่ได้คิดจะหาของตอบแทนคนหาบน้ำให้มีแรงใจหาบน้ำมาถวายในวังต่อ...ในหลายๆวิธีที่จะเลือกทำ มีวิธีหนึ่ง ซึ่งพระราชาเห็นด้วยคือพิธีร่นระยะทางมีพระราชโองการ...ให้ปุโรหิต จัดเครื่องบัตรพลี ทำพิธีกรรม ร่นระยะทาง เมื่อพิธีจบก็ประกาศให้รู้ว่า ระยะทางร้อยลี้แต่เดิมนั้น บัดนี้ถูกร่นให้เหลือเพียง 50 ลี้และเพื่อเสริมความเชื่อให้มั่นคงมากขึ้น ก็มีการปักป้ายบอกระยะทางใหม่...เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นได้ ชาวบ้านที่ผลัดกันหาบน้ำ เริ่มรู้สึกเหมือนๆกันว่า ระยะทางเหลือ 50 ลี้จริงๆ ก็หาบน้ำไปส่งที่วังได้ด้วยความรู้สึกที่รื่นรมย์กว่าเดิมปากต่อปากชาวบ้านที่พูดต่อๆกัน มีผลให้ชาวบ้านที่ย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่นแล้วย้ายกลับมาและเข้าคิวหาบน้ำ ไปส่งพระราชาด้วยความรู้สึกจงรักภักดีเหมือนเดิมเรื่องคมๆเรื่องนี้ มีคำอธิบายความหมายชวนคิด...ว่า แม้คำพูดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระยะทางได้ แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคนที่มีต่อระยะทางได้แม้วิธีการที่ใช้จะยังไม่ดีนัก แต่ก็ช่วยผ่อนปรนความรู้สึกทางใจของคนให้ดีขึ้นในเรื่องสามก๊กมีวิธีคล้ายกัน ครั้งหนึ่งที่โจโฉนำทัพเดินทางไกล เกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ทหารทั้งกองทัพเริ่มถอดใจ หลายคนเริ่มคิดจะหนีทัพโจโฉใช้ประกาศว่า หนทางไม่ไกล...ข้างหน้ามีป่าต้นบ๊วย และมีบ่อน้ำ แม้ทหารจะคลางแคลงสงสัย แต่คำประกาศของโจโฉ ก็ช่วยให้รู้สึกมีความหวัง ทหารเดินทัพไปข้างหน้ารวดเร็วขึ้น จนผ่านวิกฤติการขาดน้ำครั้งนั้นได้สำหรับคนที่สิ้นหวัง แม้จะมีชีวิตอยู่อีกยาวนาน แต่ทุกวันเหล่านั้นเขาก็ปราศจากรอยยิ้ม แต่กับคนที่มีความหวัง แม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิตเขาก็ยังมีรอยยิ้มป้ายบอกระยะทางอันใหม่...ในเรื่องเล่าเรื่องนี้ สำหรับผม ก็เหมือนเรากำลังมีความหวังกับรัฐบาลใหม่...ที่รู้ๆอยู่กับใจว่าไม่มีอะไรใหม่...ผมได้ยินเสียงบ่น โจรก๊กหนึ่งไป โจรอีกก๊กก็มา แต่ก็พยายามคิดให้ได้ว่านี่เรายังพอมีความหวัง ซึ่งน่าจะดีกว่าไม่มีเสียเลย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม