ใครก็อยากลองของใหม่...ความจริงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ในฐานะประชาชนก็ต้องการได้ผู้นำประเทศที่มีความสามารถในการทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง มีกินมีใช้กันทุกคน“ผู้นำทางการเมือง” ย่อมมีความสำคัญที่จะนำพาไปทางไหนอย่างไรได้ หากเลือกได้ก็คงอยากได้คนที่มีความสามารถที่จะนำพาไปสู่สิ่งที่ดีได้ประเทศไทยนั้นค่อนข้างจะมีปัญหาคือได้ผู้นำที่ไม่ค่อยดีนัก บางคนเก่งแต่ไม่ดี บางคนดีแต่ไม่เก่งบางคนไม่ได้เลือก ไม่ได้ต้องการแต่ก็โผล่ขึ้นตามวิถีทางที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ก็เป็นอย่างนี้สลับกันไปพูดง่ายๆว่ายังไม่ได้ผู้นำที่ดีพร้อม ประเทศจึงไปได้แค่นี้เรื่องผู้นำประเทศนั้น “สิงคโปร์” นั้นโชคดีกว่าประเทศอื่นๆที่ได้ผู้นำดีและต่อเนื่องนับจาก “ลีกวนยู” เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันแม้บางคนจะเป็นเครือญาติแต่ก็ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดีจึงสามารถสานงานต่อสร้างความเจริญไม่มีด่างพร้อยทำให้สิงคโปร์มีความเจริญและพัฒนาการจนกลายเป็นประเทศเบอร์ 1 ของอาเซียนคนไทยก็อยากได้ผู้นำแบบนั้นเช่นกัน!แต่ยังไม่สามารถได้ผู้นำที่ครบเครื่องอย่างที่ต้องการแน่นอนว่าปัญหาการเมืองของประเทศไทยนั้นคือตัวฉุดรั้งที่แก้ยากมาก จนเป็นเหตุให้ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศไทยวันนี้ก็ยังมีอาการที่ไม่ดีนักแม้อยู่ในระบบก็ตามการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่มองเห็นค่อนข้างชัดก็คือพรรคการเมือง 3 พรรคที่จะแย่งชิงกันคือ “เพื่อไทย”-“ภูมิใจไทย”-“ประชาชน”3 พรรคนี้เท่านั้นมีโอกาสมากที่สุดในสถานการณ์ที่เป็นจริงวันนี้ “เพื่อไทย” ที่มีปัญหาความนิยมถดถอยแต่ก็พยายามที่จะรักษาอำนาจเพื่อหวังชนะการเลือกตั้งจะได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งแต่รูปการณ์ต่างๆแล้วมีปัญหาต่างกับที่ผ่านๆมาพูดง่ายๆเป็นรองอีก 2 พรรค!“ภูมิใจไทย” ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นหัวหน้าพรรคและมุ่งหวังจะก้าวขึ้นไปเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปวันนี้ได้ถอนตัวจากรัฐบาล “เพื่อไทย” ก็พยายามจะแสดงบทบาททั้งผู้นำทางการเมือง และพรรคการเมืองที่พร้อมจะเป็นแกนนำรัฐบาลดูทรงแล้วหากไม่พลาดท่าก่อนก็มีโอกาส“เสี่ยหนู” คือคนที่อาสาให้ลองใช้งานดู!“ประชาชน” พรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่แปลงร่างมาจาก “อนาคตใหม่” สู่ “ก้าวไกล” ที่สามารถชนะการเลือกตั้งเป็นเบอร์ 1 ของประเทศ“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” คือหัวหน้าพรรค แม้จะเป็นคนใหม่ แต่เนื่องจากพรรคนี้วางระบบเอาไว้ค่อนข้างดีในการสืบอำนาจต่อกันความจริงแล้วพรรคนี้มีโอกาสได้เป็นผู้นำประเทศ แต่ก็ไปไม่ถึงเลือกตั้งครั้งนี้ก็หวังว่าจะไปสู่จุดนั้นได้ด้วยการขายนโยบายมากกว่าตัวบุคคลตามแนวคิดปฏิรูปทุกอย่างที่เป็นของเก่าเพียงแต่ว่าพวกเขายังไม่เคยได้บริหารประเทศมาก่อน จึงไม่รู้ว่าถึงเวลาจริงจะทำได้หรือไม่ เหมือนในระบบที่เป็นอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็อยากดูว่าเวลาทำจริงกับคำพูดนั้น...เป็นไปได้แค่ไหน?"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม