หลังจากเก็บตัวมาพักใหญ่ ล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้จังหวะไปปาฐกถาปราบยาเสพติด ที่ ป.ป.ส. ตอบโต้ฝ่ายต่อต้านแบบรวดเดียวครบหมดทุกหน้า แต่ดูเหมือนสื่อจะโฟกัสไปที่การตั้งใจโต้ตอบแพทยสภา เป้าสำคัญในกระบวนการตัดสินชะตากรรม อดีตนายกฯทักษิณ ในคดี “วีไอพี ชั้น 14” เป็นหลักโดยระบุถึงกรณีมติแพทยสภา แบบโจ่งแจ้ง โดยการอ้างข้อมูลลับในกลุ่มปิด แฉมีไลน์หลุดในกลุ่มแพทยสภา โดยบางคนด่าตนเองอยู่ในกลุ่ม และมีกรรมการแพทยสภาอีกคนก็เข้ามาตอบเป็นสติกเกอร์ว่า YES ตั้งแต่ยังไม่ได้พิจารณา ทั้งที่แพทยสภามีหน้าที่ดูเรื่องจริยธรรมของแพทย์ บางทีแพทยสภาก็ไม่มีจริยธรรมซะเองและเลี่ยงไม่ตอบว่ามีไส้ศึกในแพทยสภาลอบส่งข้อมูลในไลน์กลุ่มหลุดมาให้ โดยนายทักษิณพูดเป็นเชิงทุกฝ่ายถ้ารักษากติกา รักษาจริยธรรมในวิชาชีพ ก็ไม่มีปัญหา และเหมือนตั้งใจโยนให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ ว่าคงมีข้อมูลทุกอย่าง และต้องคิดเยอะหน่อยในการวีโต้มติแพทยสภาแต่หากดูจากกระแสสังคมส่วนใหญ่ เหมือนจะฟันธงล่วงหน้าว่าการที่นายสมศักดิ์ ตั้งคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษ ล้วนแต่คนในคาถาของ รมว.สาธารณสุข และต่างให้ความเห็นนำร่องแนวกังขามติแพทยสภา ไม่เป็นธรรมกับแพทย์ 3 ราย ที่โดนลงโทษเอื้อวีไอพี ชั้น 14 คงไม่ฝืนสัญญาณ ต้องวีโต้มติแพทยสภาแน่และที่ออกตัวไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย คือ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะคนที่รู้เงื่อนกฎหมายดีสุดในหมู่กรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษ ออกมาระบุว่าผลจากความเห็นของกรรมการฯ ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินคดีของศาลฎีกา ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ เพราะเป็นคนละเรื่องทั้งนี้ ก็อาจจะเสียวเหมือนกัน เพราะแม้ในมุมหนึ่งนายสมศักดิ์และทีมกฎหมายยืนยัน พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมให้อำนาจสภานายกพิเศษในการวีโต้ มติแพทยสภา แต่โดยบริบทของพฤติการณ์ ความจงใจ การมีส่วนได้ส่วนเสีย อาจพลิกได้ เพราะมีกลุ่มบุคคลจ้องฟ้องนายสมศักดิ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157เหนืออื่นใดในเกมชิงกระแส กับคำว่า “ไร้จริยธรรม” ที่นายทักษิณพยายามตอบโต้แพทยสภาบางคน ไม่มีมาตรฐานพอจะตัดสินจริยธรรม หักล้างจรรยาบรรณแพทย์มืออาชีพที่ลงโทษแพทย์ ที่เอื้อวีไอพี ชั้น 14 เมื่อเทียบกับทีมแพทยสภาเสียงส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับสังคมจะเชื่อมั่นใครอยู่ในกรอบ “จริยธรรม” ตรงกับความหมายมากที่สุด.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม