การเมืองไทยที่ผ่านมามักจะแบ่งเป็น ขั้วอนุรักษนิยม กับ ขั้วประชาธิปไตย ในสมัยที่ประชาธิปไตยยังไม่พัฒนา การเมืองจะมีสองขั้วคือ เผด็จการ กับ ประชาธิปไตยดั้งเดิม มีการปฏิวัติรัฐประหารบ่อยครั้งเข้า ทำให้ ประชาธิปไตยอ่อนแอ และระบบเผด็จการเข้มแข็งสามารถรุกคืบการเมืองให้อยู่ในการควบคุม กลายเป็นเผด็จการซ่อนรูป ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างไรการเมืองไทยก็ยังคงรูปแบบดังกล่าวเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ต่อมาเมื่อประชาธิปไตยเจริญขึ้นเปลี่ยนแปลงไปตาม สิ่งแวดล้อม การศึกษาและวุฒิภาวะของสังคม ความเห็นที่แตกต่างจาก ทั้งฝ่ายการเมืองและประชาชน สร้างความขัดแย้งให้กับคนในชาติอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบถึง ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ และการยุติข้อขัดแย้งทางการเมืองทุกครั้งจะจบลงด้วย อำนาจจากปากกระบอกปืนเสมอ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แม้กองทัพจะปฏิเสธว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอดจนกระทั่ง การปฏิวัติรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และต่อมาได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายบริหารเอง เกิดการต่อต้านจากพรรคการเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์ในเวลานั้น โดยเฉพาะ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกยึดอำนาจและถูกตัดสิทธิทางการเมืองมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองที่มีอยู่ จนกระทั่งเกิดพรรคการเมืองแนวร่วมประชาธิปไตย ที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมา จาก พรรคอนาคตใหม่ จนถึง พรรคก้าวไกล และ พรรคประชาชน วิบากกรรมทางการเมืองไม่ต่างอะไรจาก พรรคเพื่อไทย ซึ่งทั้งสองพรรค ควรจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกันเป็นแนวร่วมเดียวกันมากกว่าพรรคการเมืองอื่นในการต่อสู้กับเผด็จการทหาร โดยมีโอกาสมากที่สุดในการจับมือกันตั้งรัฐบาลเนื่องจากเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกเข้ามามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสองด้วยซ้ำแต่ด้วย ขบวนการและวิธีการในการแต่งตั้งฝ่ายบริหาร ทำให้ทั้งสองพรรคที่ร่วมวิบากกรรมกันมากลายเป็นคู่แข่งขั้วอำนาจการเมืองอย่างเป็นทางการ ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฝ่ายหนึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลด้วย 2-3 เหตุผล ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า เป็นการดีลให้ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้าน ดีลให้ ฝ่ายอนุรักษ์ สามารถครองอำนาจฝ่ายบริหารต่อไป และปัญหาเสือสองตัวต้องอยู่ในถ้ำเดียวกัน สมมติวันนั้นเพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 ก้าวไกลมาอันดับ 2 การเมืองอาจไม่ถึงทางตันเหมือนในวันนี้บ้างก็ว่าก้าวไกลพลาดเองที่รีบประกาศ มีลุงไม่มีเรา และไม่เอา ม.112 แต่สุดท้ายไม่ว่าเหตุผลใดๆก็ตาม ไม่มีโอกาสที่แดงกับส้ม จะจับมือกันตั้งรัฐบาลแน่นอนหรือถ้าพรรคประชาชนเปลี่ยนอุดมการณ์ทางการเมืองเมื่อไหร่ก็จะสูญพันธุ์ทันที อย่างไรก็ตาม วันนี้เพื่อไทยเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟจะเขี่ยภูมิใจไทยก็ทำไม่ได้เพราะ สว.สีน้ำเงินค้ำคออยู่ ดังนั้นก้างที่ขวางคอเพื่อไทยจึงไม่ใช่สีส้มแต่เป็นสีน้ำเงินที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู.หมัดเหล็กคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม